นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1877
ความเห็น: 2

เปรียบเทียบเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตน้ำยาง RRIMFLOW, LET, Double Tex และ Ethephon ในยางพันธุ์ RRIM 600

 

 

 

                ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการผลิตและการพัฒนายางโดยเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางธรรมชาติอันดับ 1 ของโลก  และแนวโน้มการผลิตและการใช้ยางของโลกเป็นไปในทิศทางที่เพิ่มขึ้น  จากความต้องการปริมาณยางพาราที่สูงขึ้น  จึงส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนยางพาราเร่งเพิ่มผลผลิตของตนเองให้สูงขึ้น  นำไปสู่การเพิ่มรายได้ของเกษรตรกร 

                ยางพาราเป็นพืชที่สำคัญทางเศรษฐกิจที่สามารถทำรายได้เข้าประเทศเป็นมูลค่าสูงจากการส่งออก  ทั้งนี้เมื่อพิจารณาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการปลูกยางพาราแล้วถือว่าภาคใต้ของไทยจัดเป็นภูมิภาคที่มีความเหมาะสมในการปลูกยางพารามาก  เนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 2,000  มิลลิเมตรต่อปี  ดังนั้นภาคใต้จึงมีพื้นที่ปลุกยางพารามากที่สุดในประเทศ  อย่างไรก็ตามพื้นที่ปลูกยางพาราได้ถูกเปลี่ยนไปปลูกปาล์มน้ำมันตามกระแสความนิยม  ส่งผลให้พื้นที่ปลูกยางพาราในภาคใต้มีแนวโน้มเริ่มลดลง  ทำให้การขยายพื้นที่ปลูกยางพาราเพื่อเพิ่มผลผลิตถูกจำกัดลง  ด้วยเหตุนี้การที่จะเพิ่มผลผลิตน้ำยางจึงต้องอาศัยเทคโนโลยีเข้าไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อครั้งกรีดเพื่อให้ได้ผลผลิตที่สูงขึ้น  ทั้งนี้  การใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตควรมีการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น  โดยต้องไม่ส่งผลเสียต่อต้นยาง  คุณภาพน้ำยาง  และความคุ้มทุนเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการกรีดแบบเดิมของเกษตรกร

                ยางพาราพันธุ์ RRIM 600 เป็นยางพาราพันธุ์ที่มีการเจริยเติบโตของลำต้นในระยะก่อนการเปิดกรีดและระหว่างการกรีดเจริญเติบโตปานกลาง  ความสม่ำเสมอของขนาดลำต้นทั้งแปลงปานกลาง  เปลือกเดิมบาง  เปลือกงอกใหม่หนาปานกลาง  จัดเป็นพันธุ์ยางชั้น 1 คือ  สามารถแนะนำให้ปลูกโดยไม่จำกัดเนื้อที่ปลูก  เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตน้ำยางสูง  และมีกระบวนการเมทาบอลิซึมค่อนข้างสูง  ตอบสนองต่อสารเคมีเร่งน้ำยางปานกลาง  มีจำนวนต้นเปลือกแห้งน้อย  อ่อนแอต่อโรคใบร่วงและโรคเส้นดำมาก  ต้านทานต่อโรคราแป้งและใบจุดนูนในระดับปานกลาง  อ่อนแอต่อโรคราสีชมพู  และต้านทานลมปานกลาง  โดยเป็นยางพันธุ์ที่มีการปรับตัวและให้ผลผลิตได้ดีเกือบทุกพื้นที่  ทนทานต่อการกรีดถี่ได้มากกว่าพันธุ์อื่นๆ  ปลูกได้ในพื้นที่ทั่วไป  พื้นที่ที่มีหน้าดินตื้น  และพื้นที่ที่มีระดับน้ำใต้ดินสูง

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผลผลิตน้ำยาง

             ต้นยางนำเอาแป้งและน้ำตาลที่ได้จากปฏิกิริยาการสังเคราะห์แสงมาเป็นวัตถุดิบในการสร้างน้ำยาง  เสริมสร้างการเจริญเติบโตของต้นยาง  และอีส่วนถูกเก็บสะสมไว้ในรูปของอาหารสำรอง  ต้นยางที่มีการเปิดกรีดมีการเจริญเติบโตทางลำต้นน้อยกว่าต้นที่ไม่ได้เปิดกรีด  ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อมีการกรีดยางเพื่อเอาน้ำยาง  อาหารที่ได้จากการสังเคราะห์แสงส่วนหนึ่งจะถูกแบ่งไปไปใช้ในการสร้างน้ำยางทดแทน  ดังนั้นเมื่อต้นยางให้ผลผลิตมากการเจริญเติบโตก็ยิ่งลดลง  จึงจำเป็นต้องมีกลไกในการจัดสรรที่ดีเพื่อให้เกิดความสมดุลในต้นยาง  ลักษณะการให้ผลผลิตน้ำยางขึ้นอยู่กับความสมดุลของการไหล  การสร้างน้ำยางขึ้นมาใหม่ในระหว่างครั้งกรีด  ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของยางแต่ละพันธุ์  การเก็บเกี่ยวผลผลิตน้ำยางควรเก็บเกี่ยวตามความสามารถในการสังเคราะห์น้ำยางของต้นยาง  เพื่อรักษาสมดุลทางสรีรวิทยา  และลดการเกิดอาการเปลือกแห้ง  เนื่องจากผลผลิตน้ำยางขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลัก 2 ประการ  คือ

1)  การไหลของน้ำยาง: ประกอบด้วยอัตราการไหลและระยะเวลาการไหลของน้ำยาง  การไหลของน้ำยางขึ้นอยู่กับความดันภายในท่ออาหารและท่อน้ำยาง  มีความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างแรงดันกับการไหลของน้ำยาง  โดยปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความดัน  ได้แก่  ช่วงเวลาในการกรีดยาง  การหยุดไหลเนื่อจากการจับตัวของน้ำยาง  ปริมาณน้ำยางทั้งหมด  ความยาวรอยกรีด

2)      การสร้างน้ำยางภายหลังจากการกรีดยาง: มีปัจจัยสำคัญควบคุม  คือ  กระบวนการเมทาบอลิซึมในการสร้างน้ำยาง

ปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มผลผลิตน้ำยาง

1)       ความลึกของการกรีด: ความหนาแน่นของจำนวนท่อน้ำยางจะมีมากบริเวณเปลือกชั้นใน  และมีมากที่สุดบริเวณใกล้เยื่อเจริญ  ดังนั้นการกรีดให้ได้น้ำยางมากจึงควรกรีดให้ใกล้เยื่อเจริญมากที่สุด  แต่ไม่ควรกรีดลึกเกินไปจนหน้ายางเป็นแผล  จะทำให้เปลือกงอกใหม่ขรุขระ  ไม่สามารถกรีดต่อไปได้

2)      ขนาดของงานกรีด: จำนวนต้นยางที่คนกรีดสามารถกรีดได้แต่ละวัน  ขึ้นอยู่กับขนาดของต้นยาง  ความยาวรอยกรีด  ลักษณะของพื้นที่  ความชำนาญของคนกรีด  และช่วงเวลาการไหลของน้ำยาง

3)      เวลาที่เหมาะสมสำหรับการกรีดยาง: ผลผลิตของน้ำยางจะขึ้นอยู่กับความเต่งของเซลล์  ซึ่งมีผลต่อความดันภายในท่อน้ำยาง  ในช่วงกลางวันความเต่งของเซลล์จะลดต่ำลง  เนื่องจากการคายน้ำ  โดยความเต่งจะเริ่มลดลงหลังดวงอาทิตย์ขึ้น  จนถึงเวลา 13.00 – 14.00 น.  จะลดลงต่ำสุดและเริ่มเพิ่มขึ้นจนกลับสภาพเดิมเมื่อเวลากลางคืน

4)      ความสิ้นเปลืองเปลือก: การกรีดเปลือกหนาหรือบางไม่กระทบต่อผลผลิต  การกรีดที่ใช้ความถี่ของการกรีดต่ำจะสิ้นเปลืองเปลือกต่อครั้งมากกว่าการกรีดที่ใช้ความถี่ของการกรีดสูง  แต่เมื่อรวมความสิ้นเปลืองเปลือกทุกครั้งกรีดแล้วจะน้อยกว่า

5)      ความคมของมีด: มีดที่คมจะทำให้ตัดท่อน้ำยางดีขึ้น  และสิ้นเปลืองเปลือกน้อยกว่า

การกรีดยางด้วยวิธีการเจาะต้นยางโดยใช้แก๊สเอทธิลีนเร่งน้ำยาง

                ปัจจุบันมีการใช้สารเคมีเร่งน้ำยางกับต้นยางพาราเพื่อเพิ่มเวลาการไหลของน้ำยางมากขึ้นหลังจากการกรีด  จากผลการศึกษาการใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลผลิต RRIMFLOW, LET, Double Tex และ Ethephon ในการเพิ่มผลผลิตน้ำยางในยางพาราพันธุ์ RRIM600 ที่ปลูกในจังหวัดสงขลา  พบว่า

-           ผลผลิตต่อต้นต่อครั้งกรีด: การใช้ RRIMFLOW, LET, Double Tex และ Ethephon 5 เปอร์เซ็นต์  แบบกรีด 1 ในแปดของลำต้น  วันเว้นสองวัน  ให้น้ำยางมากกว่าการกรีดแบบทั่วไป  ทั้งนี้เนื่องจากการใช้สารเคมีเร่งน้ำยางจะเพิ่มการเคลื่อนย้ายน้ำตาลซูโครสเข้ามาภายในเซลล์ท่อน้ำยาง  และช่วยกระตุ้นกระบวนการเมททาบอลิซึมในการสังเคราะห์น้ำยางเพิ่มขึ้น  โดยระบบกรีดร่วมกับ RRIMFLOW, LET, Double Tex และ Ethephon 5 เปอร์เซ็นต์  RRIMFLOW, LET และ  Double Tex .ให้ผลผลิตสูงกว่า Ethephon 5 เปอร์เซ็นต์  ทั้งนี้เอทธิลีนมีผลทำให้สมบัติทางชีวเคมีของน้ำยางเปลี่ยนแปลง  โดยส่วนใหญ่มีปริมาณน้ำตาลซูโครสและเนื้อยางแห้งลดลง  และ RRIMFLOW ให้ผลผลิตสูงกว่า LET และ Double Tex เนื่องจากการใช้อุปกรณ์ RRIMFLOW มีการติดตั้งที่ไม่ต้องทำลายเปลือกและมีพื้นที่สัมผัสของแก๊สได้มากกว่าอุปกรณ์ตัวอื่นทำให้สามารถช่วยกระตุ้นกระบวนการเมทาบอลิซึมในการสังเคราะห์น้ำยางเพิ่มขึ้น 

-           ปริมาณเนื้อยางแห้ง: การใช้ RRIMFLOW มีปริมาณเนื้อยางแห้งต่ำสุด  ในขณะที่ LET และ Double Tex ไม่มีการเปลี่ยนแปลงปริมาณเนื้อยางแห้งเมื่อเทียบกับระบบกรีดปกติ

-           ความสิ้นเปลือกเปลือก: เนื่องจากการใช้อุปกรณ์แก๊สเอธิลีนใช้ระบบกรีดยางหน้าสั้น  คือหนึ่งในแปดของลำต้น   และมีวันกรีดน้อยกว่า  คือ  วันเว้นสองวัน  เมื่อเปรียบเทียบกับระบบกรีดเดิม  คือ  วันเว้นวัน

-           การเจริญเติบโตทางด้านลำต้น: การใช้ระบบกรีดที่มีเอธิลีนมีอัตราการเจริญเติบโตทางลำต้นใกล้เคียงกับระบบกรีดหนึ่งในสามของลำต้น  สองวันเว้นวัน  โดยการใช้ระบบกรีดแบบใช้สารเคมีเร่งน้ำยาง  ไม่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง  แต่ระบบกรีดร่วมกับอุปกรณ์ RRIMFLOW มีอัตราการเจริญทางด้านลำต้นต่ำที่สุด  เนื่องจากเมื่อมีการกรีดเพื่อเอาน้ำยาง  อาหารที่ได้จากการสังเคราะห์แสงส่วนหนึ่งจะถูกแบ่งไปใช้ในการสร้างน้ำยางทดแทน  ดังนั้นเมื่อต้นยางให้ผลผลิตมากการเจริญเติบโตก็ยิ่งลดลงจึงจำเป็นต้องมีกลไกในการจัดสรรที่ดีเพื่อให้เกิดความสมดุลในต้นยาง

-           องค์ประกอบทางชีวเคมีของน้ำยาง: เอธิลีนมีผลทำให้ปริมาณซูโครสลดลง  โดยเฉพาะระบบกรีดแบบร่วมกับอุปกรณ์ RRIMFLOW มีปริมาณซูโครสในแต่ละเดือนต่ำกว่าการใช้ระบบกรีดแบบอื่น  และมีปริมาณอนินทรีย์ฟอสฟอรัสสูงกว่าการกรีดแบบอื่น  แสดงให้เห็นว่าการกรีดร่วมกับ RRIMFLOW มีผลให้ต้นยางต้องใช้พลังงานในการสร้างน้ำยางสูง  เพราะต้นยางสูญเสียน้ำยางมากกว่าเดิม  ทำให้ปริมาณซูโครสในเซลล์ท่อน้ำยางลดต่ำลง  ส่วนระบบกรีดอื่นไม่แตกต่างเมื่อเปรียบเทียบกับระบบกรีดปกติ

-           ผลตอบแทนและค่าใช้จ่าย: การใช้ระบบกรีดร่วมกับแก๊สเอธิลีนและสารเคมีเร่งน้ำยางมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเพิ่ม  แต่มีรายได้สุทธิมากกว่าการใช้ระบบกรีดแบบปกติ

               ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าการกรีดร่วมกับการใช้แก๊สเอธิลีนให้ผลผลิตสูงกว่าการกรีดระบบปกติ  แต่ในส่วนของการพิจารณาเลือกใช้อุปกรณ์ชนิดใดนั้น  ต้องพิจารณาให้รอบคอบทั้งพันธุ์ยางที่ปลูก  อายุต้นยาง  รวมถึงความสะดวกหรือความพร้อมของผู้ปฏิบัติในการรับผิดชอบและติดตั้งหรือบำรุงรักษาจัดการอุปกรณ์  เพราะแต่ละอุปกรณ์มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป

 

 สรุปข้อดี-ข้อเสียของอุปกรณ์จากงานวิจัย

อุปกรณ์

ข้อดี

ข้อเสีย

RRIMFLOW

-  ผลผลิตเพิ่มมากที่สุด

ทำลายเปลือกยางน้อยที่สุด

-  DRC ต่ำสุด

-  การเจริญเติบโตต่ำสุด

-  อุปกรณ์รั่วง่าย  ไม่คงทน

LET, Double Tex

-  ผลผลิตเพิ่ม

-  DRC ไม่เปลี่ยนแปลง

-  การเจริญเติบโตไม่เปลี่ยนแปลง

-  การติดตั้งอุปกรณ์ทำลายเปลือกยาง

 

 


เอกสารอ้างอิง:

 

สายัณห์  สดุดี, อิบรอเฮม  ยีดำ, วิชัย  หวังวโรดม  และจรวย  เพ็ชรหนองชุม. 2553. ผลของการใช้ RRIMFLOW, LET, Double TEX, และ Ethephon ที่มีผลต่อการเพิ่มผลผลิตน้ำยางและสรีรวิทยาน้ำยางในยางพาราพันธุ์ RRIM600. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์  คณะทารัพยากรธรรมชาติ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่  จังหวัดสงขลา

ดอกไม้
People who like this: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 ServiceMan, and 7 others.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

ความรู้ดีๆแบบนี้มีการถ่ายทอดออกไปถึงผู้ผลิตโดยตรงบ้างไหมคะ 

พี่โอ๋

มีการจัดอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีไปยังกลุ่มเกษตรกรบ้างค่ะ แต่คงไม่คลอบคลุมทั้งหมดค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.215.33.158
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ