นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1964
ความเห็น: 0

การใช้ยาต้านจุลชีพที่เป็นสาเหตุของการตกค้างเนื้อสุกรและไก่ และแนวทางการป้องกันอย่างยั่งยืน

 

          อาหารสัตว์ปลอดภัย  เนื้อสัตว์ปลอดภัยเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกคนทั่วโลกต้องการ  และเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตหรือผู้เลี้ยงสัตว์ทุกคนจะต้องตระหนักและพยายามทำให้เกิดขึ้นให้ได้  การศึกษาเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรหลายชนิด  เช่น  ฟ้าทะลายโจร  เปลือกผลมังคุด  ขมิ้นชัน  ไพล  เป็นต้น  เพื่อป้องกันรักษาโรคแทนการใช้ยาต้านจุลชีพ  และการใช้กวาวเครือขาวเพื่อทดแทนฮอร์โมนสังเคราะห์ในการตอนและการเร่งการเจริยเติบโตในแพะ  สุกร  และไก่  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์มีความปลอดภัยปราศจากสารตกค้างที่เป็นอันตราย  ตามแนวคิดการผลิตสัตว์อินทรีย์  และในปัจจุบันได้มีบริษัทผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์แบบครบวงจรของประเทศไทยได้นำองค์ความรู้จากงานวิจัยเหล่านี้ไปใช้จริงในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์แล้ว  แต่เป็นที่น่าสนใจว่ารูปแบบและวิธีการเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะ ไก่  และสุกร  ในประเทศไทยที่ยังใช้ยาต้านจุลชีพเพื่อป้องกันรักษาโรคในสัตว์  ยังคงมีอยู่และดูเหมือนว่าไม่ได้ลดลง  ทั้งนี้เนื่องจากการเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทยซึ่งอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบร้อนชื้น  ทำให้สัตว์มีความเครียดสูง  การเจริญเติบโตช้า  อ่อนแอและความต้านทานโรคต่ำ  เจ็บป่วยได้ง่าย  มีโรคชุกชุม  เกษตรกรจึงใช้ยาต้านจุลชีพเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรค  ในขณะที่ละเลยการบริหารจัดการหยุดยาก่อนส่งโรงฆ่าอย่างเหมาะสม  และอาจมีรูปแบบและวิธีการใช้ยาที่ขาดความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องด้วย

อันตรายจากการบริโภคเนื้อสัตว์ที่มียาต้านจุลชีพตกค้าง

          การตกค้างของยาต้านจุลชีพในเนื้อสัตว์อาจเกิดจากการใช้ยาต้านจุลชีพไม่ถูกวิธี  เช่น  ใช้ยามากเกินไป  ใบช้ระยะเวลานานเกินไป  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีระยะหยุดยาก่อนส่งโรงฆ่าอย่างเหมาะสม  ทำให้เมื่อมีการบริโภคเนื้อสัตวืเข้าไปจะเกิดอันตรายได้  ดังนี้

  1.  อาการแพ้ยา  โดยเฉพาะยาในกลุ่มเพนนิซิลลิน  ซึ่งอาการแพ้อาจจะพบอาการตั้งแต่ผื่นคันตามผิวหนัง  จนกระทั่งช็อคเสียชีวิต
  2. อันตรายกับระบบอวัยวะ  เช่น  ยาคลอแรมเฟนิคอลที่ตกค้างในเนื้อสัตว์  จะเป็นอันตรายต่อระบบการสร้างเม็ดเลือดของไขกระดูกทำให้เกิดอาการโลหิตจาง  ซึ่งอาจรุนแรงถึงเสียชีวิตได้  และยังพบว่าระดับความรุนแรงไม่ขึ้นกับระดับของยาตกค้าง  ถึงแม้ปัจจุบันจะมีกฎหมายห้ามใช้คลอแรมเฟนิคอลแล้วก็ตามแต่ยังคงมีการลักลอบใช้กันอยู่อย่างแพร่หลาย
  3. ทำให้เกิดการดื้อยาของจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคในมนุษย์  ทั้งนี้เพราะมีการนำยาต้านจุลชีพที่ใช้ในคนไปใช้ในสัตว์  เมื่อมนุษย์บริโภคเนื้อสัตว์ที่มียาต้านจุลชีพเหล่านี้ตกค้างอยู่  ยาต้านจุลชีพที่ตกค้างนี้จะกระตุ้นให้จุลินทรีย์สร้างสารพันธุกรรมที่ดื้อต่อยาชนิดนั้น ๆ ขึ้น
  4. เป็นสารก่อมะเร็ง  หรือเป็นสาเหตุของการเกิดความพิการแต่กำเนิดขึ้นในมนุษย์ที่บริโภคยาต้านจุลชีพที่ตกค้างในสัตว์  โดยเฉพาะยากลุ่ม Nitrofurans และ Sulfonamides ซึ่งทำให้เกิดมะเร็งของต่อมไทรอยด์และมะเร็งรังไข่

       นอกจากอันตรายทางด้านสุขภาพร่างกายดังกล่าวแล้ว  อันตรายทางสังคมและจิตวิทยาซึ่งเกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึกวิตกกังวลของประชากร  ที่มีต่อคุณภาพชีวิตที่ต้องบริโภคเนื้อสัตว์  ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีความปลอดภัยจากยาตกค้างหรือไม่  อันตรายลักษณะนี้เป็นหน้าที่โดยตรงของผู้บริหารองค์กรปกครองชุมชนทุกระดับ  ทั้งระดับท้องถิ่นถึงระดับประเทศ  ที่จะต้องตระหนักและให้ความสำคัญโดยการตรวจสอบและเฝ้าระวังอย่างสม่ำเสมอ

       จากการตรวจสอบการมียาต้านจุลชีพตกค้างในเนื้อสุกรและเนื้อไก่ของทีมวิจัยพบว่ายังคงมีการตกค้างของยาต้านจุลชีพอยู่มากกว่า 6 เปอร์เซ็นต์  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเนื้อไก่และสุกรที่มาจากฟาร์มขนาดเล็ก  โดยสาเหตุสำคัญที่พบคือ  เกษตรกรไม่มีความรู้เรื่องการใช้ยาในการรักษาอาการป่วยของสัตว์  และไม่มีสัตวบาลหรือสัตวแพทย์อยู่ในฟาร์ม  จึงใช้ยาโดยการคาดเดาตามความรู้สึกหรือสังเกตเห็น  โดยพบว่าบางรายมีการใช้ยาหลายชนิดในการรักษาอาการป่วยเพียงครั้งเดียว  และให้ยาโดยเพิ่มขนาดของยาเมื่อสัตว์มีอาการไม่ดีขึ้น  หรือให้ยาเป็นระยะเวลานานขึ้น  ประกอบกับความไม่เข้าใจในการใช้ยาที่ออกฤทธิ์ยาวนานรวมถึงหุผลของการต้องหยุดยาก่อนส่งโรงฆ่า

          นอกจากนี้ในฟาร์มขนาดเล็กส่วนใหญ่มีการเลี้ยงไก่ชน  แมว  หรือสุนัขอยู่ในฟาร์มด้วย  ซึ่งสัตว์เหล่านี้จะเป็นพาหะนำเชื้อโรคระหว่างคอกสุกรในฟาร์มได้เป็นอย่างดี  จึงทำให้เกิดการติดต่อของโรคภายในฟาร์มได้อย่างแพร่หลาย  จนต้องมีการใช้ยาในการรักษามากกว่าปกติ  นอกจากนี้ยังมีระบบก่ารจัดการการเลี้ยงที่ไม่ได้มาตรฐาน  โรงเรือนอับบชื้น  แฉะ  เหม็น  มีแมลงวันจำนวนมาก  หลายฟาร์มโรงเรือนอยู่ในสวนยางที่มืดและชื้น  มีปัญหาสุกรป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจและท้องเสียเป็นประจำ  จึงต้องใช้ยารักษาจำนวนมากและบ่อยครั้ง  ในขณะที่อาหารที่ใช้เลี้ยงไม่มีคุณภาพทำให้สุกรไม่แข็งแรงและมีคุณภาพซากไม่ดี  จึงยขาดอำนาจต่อรองในการขายให้กับผู้จับ  เป็นผลทำให้ระยะเวลาในการจับหมดรุ่นนาน

         ระยะเวลาในการส่งโรงฆ่าของสุกรและไก่เนื้อเป็นปัญหาที่สำคัญมากของฟาร์มขนาดเล็กที่มักมีคุณภาพการเลี้ยงไม่ดี  เพราะพฤติกรรมของผู้จับจะจับสุกรและไก่ที่แข็งแรงสมบูรณ์  รูปร่างดี  ไม่พิการ  ได้ขนาดก่อนในการจับครั้งแรก  และจับตัวที่เหลือในวันหลังตามกลไกราคาของสุกรและไก่มีชีวิต  ดังนั้นจะมีสัตว์จำนวนหนึ่งที่เหลืออยู่ซึ่งไม่แข็งแรงและเป็นพาหะนำโรคอยู่ในคอก  ในขณะเดียวกันผู้เลี้ยงจะลดอาหารและลดเวลาในการเลี้ยงสัตว์เหล่านี้ลง  เพื่อรอเวลาการจับ  ซึ่งหากเป็นช่วงที่ใช้ระยะเวลานานก็อาจทำให้เกิดอาการป่วยจากโรคขึ้น  ผู้เลี้ยงก็ต้องใช้ยาในการรักษาทั้งยาฉีด  ยาผสมอาหารหรือละลายน้ำ  และผู้จับมักจะผิดนัดเนื่องจากผู้เลี้ยงไม่มีอำนาจต่อรอง  การใช้ยาจึงมักถูกใช้ไปเรื่อยๆ จนถึงวันที่ผู้จับมาทำการจับ  จึงไม่มีระยะหยุดยา  อันเป็นสาเหตุให้เกิดการตกค้างของยาในเนื้อสัตว์

          สำหรับฟาร์มเลี้ยงไก่และสุกรที่มีขนาดกลางมักมีปัญหาต่างจากฟาร์มขนาดเล็ก  โดยฟาร์มขนาดกลางมักมีจำนวนรคนงานดูแลสัตว์ไม่เพียงพอกับจำนวนสัตว์  คนงานเพียง 1 – 2 คนในฟาร์ม  ต้องทำงานทุกอย่างทั้งให้อาหาร  ล้างคอก  ดูแลสุขภาพ  ให้ยารักษา ฯลฯ  จึงทำให้การดูแลไม่ทั่วถึง  ฟาร์มยขนาดกลางจึงเลือกใช้วิธีการผสมยาลงในอาหารตลอดช่วงการเลี้ยง  และฟาร์มขนาดกลางยังคงมีอำนาจต่อรองกับคนจับไม่มากพอ  การใช้ยานี้จึงมักยืดเยื้อไปจนถึงวันจับส่งโรงฆ่า  จึงไม่มีระยะหยุดยาเช่นเดียวกัน  ในขณะที่ฟาร์มขนาดใหญ่ไม่พบปัญหาเหล่านี้  การเลี้ยงสัตว์จำนวนมากอยู่ภายใต้ระบบที่ได้มาตรฐาน  มีการใช้ที่ให้อาหารอัตโนมัติ  พื้นคอกแสลท  คนงานเลี้ยงจึงมีเวลาในการดูแลสัตว์มากขึ้น  ประกอบกับคอกสัตว์มักจะมีสุขลักษณะที่ดี  อาหารตามสูตรมาตรฐาน  สัตว์จึงแข็งแรง  ไม่ป่วย  การใช้ยาจึงน้อยกว่าในฟาร์มขนาดเล็กและฟาร์มขนาดกลาง 

          จากปัญหาที่ได้กล่าวมาข้างต้นดังกล่าว  จึงเห็นควรให้มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในการสำรวจสภาวะการมีสารตกค้างในผลิตภัณฑ์จากสัตว์อย่างชัดเจน  และทำการสำรวจอย่างมืออาชีพอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาเพื่อนำข้อมูลมารายงานให้กับสาธารณะได้ทราบ  และเป็นผู้กำหนดมาตรการการควบคุมและป้องกันอย่างจริงจังเพื่อนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดของปศุสัตว์อินทรีย์  และเนื้อสัตว์ปลอดภัยปราศจากสารตกค้าง  ซึ่งจากข้อมูลที่กล่าวมาชี้ให้เห็นว่ามีปัจจัยสำคัญอยู่หลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุให้มีการตกค้างของยาต้านจุลชีพในเนื้อไก่และสุกร  เช่น  ขนาดฟสาร์ม  ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับจำนวนสัตว์ในฟาร์ม  ระยะเวลาการเลี้ยง  จำนวนชนิดของยา  ปริมาณการใช้ยาซึ่งเกี่ยวพันกับการจัดการสุขลักษณะของฟาร์ม  และการมีความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาของเกษตรกร  ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้สามารถควบคุมและจัดการได้  โดยการถ่ายทอดความรู้ที่ไม่บิดเบือนและโดยการปลูกฝังแนวความคิดและแนะนำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ใช้วิธีการป้องกันและควบคุมโรคโดยการจัดการ  เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้งโรงเรือน  จำนวนสัตว์ต่อพื้นที่  อาหารที่มีคุณภาพและปริมาณเพียงพอ  การจัดการสุขลักษณะ  การจัดการป้องกันโรค  เพื่อลดอัตราการป่วย  ทำให้ใช้ยารักษาโรคลดน้อยลง  จนถึงระดับไม่ต้องใช้ยาเลย  ซึ่งการจัดการต่างๆ เหล่านี้จะเป็นแนวทางยของการผลิตสัตว์แบบมีคุณภาพไม่ว่าจะเป็นฟาร์มขนาดเล็ก  กลาง  หรือใหญ่ก็ตาม  และเมื่อฟาร์มขนาดเล็กเลี้ยงสัตว์ที่มีคุณภาพเท่ากับฟาร์มขนาดใหญ่  อำนาจต่อรองในการขายให้กับพ่อค้าก็จะไม่ต่างกัน  ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมก็จะหมดไป  ซึ่งจะเป็นแนวทางการป้องกันการใช้ยาต้านจุลชีพตกค้างในสัตว์อย่างยั่งยืน

 


เอกสารอ้างอิง:

สุรพล  ชลดำรงกุล. 2556. การศึกษาความชุกและการวิเคราะห์รูปแบบของการใช้ยาต้านจุลชีพของเกษตรกรที่เป็นสาเหตุของการตกค้างในเนื้อสุกร  และเนื้อไก่ในจังหวัดสงขลา  และแนวทางการป้องกันอย่างยั่งยืน. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์  ภาควิชาสัตวศาสตร์  คณะทรัพยากรธรรมชาติ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

ดอกไม้
People who like this: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 ServiceMan, and 6 others.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.215.33.158
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ