นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2515
ความเห็น: 1

ลักษณะที่สำคัญทางเศรษฐกิจของปลากดเหลือง

 

          ปลากดเหลือง  เป็นปลาน้ำจืด  ไม่มีเกล็ด  กลุ่มเดียวกับปลาสวาย  ปลาเทโพ  และปลาบึก  อาศัยอยู่ตามพื้นท้องน้ำที่เป็นพื้นดินแข็งหรือกรวดและมีกระแสน้ำไหลผ่านไม่แรงนัก  พบอยู่ในระดับความลึกตั้งแต่ 2-40 เมตร  ถิ่นอาศัยเดิมอยู่ในทะเล  แต่ได้อพยพเข้ามาผสมพันธุ์และวางไข่ในน้ำจืดและไม่กลับสู่ทะเล  ปลากดเหลืองพบแพร่กระจายในแหล่งน้ำจืดทั่วไปของทวีปเอเชีย  ในประเทศไทยพบกระจายในแหล่งน้ำธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำทั่วทุกภาคของประเทศ  ซึ่งในภาคใต้สามารถพบปลากดเหลืองทั้งแหล่งน้ำจืด  เช่น  แม่น้ำตาปี  ปัตตานี  สายบุรี  บางนรา  โกลกและสาขา  และบริเวณปากแม่น้ำย่านน้ำกร่อยบริเวณชายฝั่ง  ได้แก่  ทะเลน้อย  ทะเลสาบสงขลา  และพรุต่างๆ  เช่น  พรุโต๊ะแดง  จังหวัดนราธิวาส  พรุควนเคร็ง  จังหวัดนครศรีธรรมราช

       

        ปลากดเหลืองจัดเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ  เนื่องจากเนื้อมีรสชาติดี  มีคุณค่าทางโภชนาการสูง  เป็นปลาที่นิยมบริโภคทั้งแบบสดและแปรรูป  อีกทั้งยังนำมาเลี้ยงเป็นปลาสวยงามทำให้มีความต้องการสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ  แต่ปลากดเหลืองในธรรมชาติได้ลดน้อยลงมาก  เนื่องจากความเสื่อมโทรมของแหล่งน้ำ  ทำให้ไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตและการแพร่พระจายพันธุ์  ปลากดเหลืองที่จับได้ตามธรรมชาติจึงมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค  การฟื้นฟูปลากดเหลืองสามารถทำได้โดยการเพาะพันธุ์ซึ่งสามารถทำได้ในสภาพการเลี้ยงในบ่อ

          เนื่องจากการนำสัตว์เลี้ยงตามธรรมชาติมาเพาะและแพร่ขยายพันธุ์ในสภาพการเพาะเลี้ยงของฟาร์มเกษตรกรจำเป็นต้องให้ความสำคัญในเรื่องการจัดการและการเพาะเลี้ยงของฟาร์มเกษตรกรจำเป็นต้องให้ความสำคัญในเรื่องการจัดการและการบริหารสายพันธุ์ให้ถูกต้อง  เพื่อนำไปสู่การเพิ่มผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ

          ปลากดเหลืองเจริญเติบโตและสามารถอาศัยในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย  หาอาหารบริเวณต้นน้ำเหนือเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำที่ไหลมาบรรจบกันบริเวณน้ำนิ่ง  โดยเฉพาะบริเวณปากแม่น้ำซึ่งมีน้ำจืดไหลลงสู่ทะเล  มีกุ้ง  หอย  ปู  และปลาค่อนข้างสมบูรณ์  ปลากดเหลืองสามารถปรับตัวได้ดีในสภาพน้ำพรุที่มีความเป็นกรดสูงและมีปริมาณสารแขวนลอยมาก  จัดเป็นปลากินเนื้อ  อาหารส่วนใหญ่เป็นปลาขนาดเล็ก  แมลง  หรือแมงในน้ำ  กุ้งน้ำจืด  และเศษพันธุ์ไม้  ปลากดเหลืองมีลักษณะรูปร่างที่ปราดเปรียวจึงสามารถโฉบจับเหยื่อที่อยู่บริเวณผิวน้ำหรือกลางน้ำได้อย่างว่องไว  โดยเฉพาะเวลากลางคืนจะหากินได้ดีกว่าเวลากลางวัน

          ปลากดเหลืองสามารถวางไข่ได้เกือบตลอดทั้งปี  ส่วนใหญ่ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนตุลาคมของทุกปี  โดยปัจจัยสำคัญที่ควบคุมความสุกของไข่และถุงน้ำเชื้อ  คือ  ปริมาณฝนที่ตกในแต่ละช่วงของรอบปี  ลักษณะของปลากดเหลืองเป็นไข่ประเภทจมและติดกับวัสดุ  ไข่ปลาที่แก่จัดจะมีสีน้ำตาลเข้ม  ลักษณะใสเป็นมันวาว  ไข่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 มิลลิเมตร  แม่ปลาที่มีขนาดความยาว 15 – 35 เซนติเมตรจะมีปริมาณไข่เฉลี่ย 35,000 ฟอง  ซึ่งปริมาณความดกไข่มีความสัมพันธ์กับขนาดความยาวของตัวแม่ปลา  การพัฒนาไข่ปลากดเหลืองจะฟักออกเป็นตัวที่อุณหภูมิ 26-28 องศาเซลเซียส  ภายในเวลา 30 ชั่วโมง  เมื่อลูกปลาอายุ 4 วัน  ลักษณะลำตัวและครีบต่างๆเริ่มคล้ายกับปลาตัวเต็มวัย  ลูกปลามีขนาดความยาว 0.8 เซนติเมตร  และเมื่อลูกปลามีอายุ 10 วัน  มีความยาว 1.5 เซนติเมตร

          ปลากดเหลืองส่วนใหญ่ที่นำมาเพาะพันธุ์ได้จากการรวบรวมจากแหล่งน้ำธรรมชาติโดยการคัดเลือกพันธุ์ปลาที่มีความแข็งแรง  อวัยวะสมบูรณ์  ขนาดไม่ต่ำกว่า 400 กรัม  นำมาเลี้ยงเป็นพ่อแม่พันธุ์  สามารถเลี้ยงได้ทั้งในกระชังและบ่อดิน  พ่อแม่ปลาที่ใช้ควรมีน้ำหนักตั้งแต่ 450 กรัม  หรือเป็นปลาที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 เดือน  โดยปกติแม่พันธุ์ปลามีขนาดมากกว่าพ่อพันธุ์ปลา  อัตราส่วนการปล่อยเท่ากับ 1 ตัวต่อ 1 ตารางเมตร  โดยจะปล่อยแยกเพศหรือรวมเพศก็ได้  การเพาะพันธุ์ปลากดเหลืองนิยมใช้วิธีการผสมเทียม  โดยฮอร์โมนที่ใช้ในการเร่งให้แม่ปลามีไก่แก่และพ่อปลามีน้ำเชื้อสมบูรณ์นิยมใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์  ซึ่งมีชื่อทางการค้าว่า ซูพรีแพค  ร่วมกับสารระงับการทำงานของระบบหลั่งฮอร์โมน  คือ  โดมเพอริโดน  ที่มีชื่อทางการค้าว่า โมทีเลียม  ซึ่งเป็นยาเสริมฤทธิ์กัน  การอนุบาลลูกปลากดเหลืองสามารถอนุบาลได้ในบ่อซีเมนต์  ถังไฟเบอร์กลาสและบ่อดิน  ส่วนการเลี้ยงปลากดเหลืองมีหลายรูปแบบ  ได้แก่  การเลี้ยงในบ่อดิน,  การเลี้ยงในกระชัง,  และการเลี้ยงในบ่อซีเมนต์  อย่างไรก็ตาม  การเลี้ยงปลากดเหลืองยังไม่สามารถนำไปเลี้ยงในเชิงพาณิชย์ได้  เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนลูกพันธุ์ปลา  เกษตรกรส่วนใหญ่ที่เลี้ยงปลากดเหลืองจะรวบรวมลูกปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ  หรือหน่วยงานของกรมประมงมาเลี้ยงต่อจนได้ขนาดที่ตลาดต้องการ  ผลผลิตที่ได้จึงไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับจำนวนลูกปลาที่รวบรวมได้  ส่งผลให้ตลาดปลากดเหลืองขยายอยู่เฉพาะท้องถิ่นที่เป็นแหล่งของปลากดเหลือง

 



เอกสารอ้างอิง: ตรีชฎา  แสงชัยศรี, สุวีณา  บานเย็น, จริยา  ปลัดอิ่ม, ประดิษฐ์  เพ็ชรจรูญ, ประหยัด  ไชยลึก  และนเรศ  ซ่วนยุก. 2554. การประเมินค่าอัตราพันธุกรรมและสหสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของลักษณะที่สำคัญทางเศรษฐกิจของปลากดเหลือง Hemibagrus filamentus. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์  ภาควิชาวาริชศาสตร์  คณะทรัพยากรธรรมชาติ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  และศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสงขลา  กรมประมง.

 

สร้าง: 07 มีนาคม 2557 09:39 แก้ไข: 07 มีนาคม 2557 13:55 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 Our Shangri-La, และ 6 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

น่าทำแกงส้มเนอะ ใส่ส้มเขาคัน รับประกันว่าอร่อย จริงไม่ท้าว

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.215.33.158
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ