นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1178
ความเห็น: 0

เจาะต้น...ใส่ปุ๋ยปาล์ม...ดีจริงหรือ?

 

          เป็นเรื่องที่น่าสนใจ  และถกเถียงกันในกลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์ม  ถึงการเจาะต้นแล้วใส่ปุ๋ยเข้าทางลำต้น  เลยสรุปประเด็นสำคัญคร่าวมาให้พิจารณากัน  ดังนี้

แนวคิด...การใส่ปุ๋ยโดยการเจาะลำต้น

          ที่มาของเทคโนโลยีนี้  น่าจะมาจากแนวคิดการใช้ยากำจัดหนอนที่ทำลายใบ  ซึ่งระบาดในสวนปาล์ม  ในการกำจัดช่วงแรกๆ  จะใช้เครื่องบินพ่นยา  (เนื่องจากต้นปาล์มที่มีอายุมากลำต้นจะสูง  ไม่สามารถฉีดพ่นจากพื้นดินได้  ซึ่งวิธีดังกล่าวจะมีต้นทุนสูง  ต่อมามีการใช้สารกำจัดแมลงฉีดอัดเข้าทางลำต้น  พบว่า  สามารถกำจัดหนอนที่กัดกินใบได้

          นอกจากนั้น  ในการทำลายต้นปาล์มน้ำมันที่ให้ผลผลิตต่ำเพื่อปลูกทดแทน  จะใช้การเจาะลำต้น  เพื่อใส่ยากำจัดวัชพืชทำให้ต้นปาล์มาตาย  จากเทคนิคการใส่สารเคมีเข้าในลำต้น  พบว่า  สารเคมีดังกล่าวสามารถแพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆ โดยเฉพาะปาล์มได้  ดังนั้นจึงมีแนวคิดที่จะใส่ปุ๋ยฉีดเข้าในต้นปาล์ม

ถ้าใส่ปุ๋ยทางลำต้นแล้วปาล์มสามารถนำไปใช้ได้จะเกิดอะไรขึ้น
          ถ้าการใส่ปุ๋ยโดยการฉีดเข้าลำต้นได้ผลจริง (ย้ำว่า...ได้ผลจริง)  จะก่อประโยชน์อย่างมากมายมหาศาลทั้งการลดต้นทุน  แรงงานในการใส่ปุ๋ย  ลดการสูญเสียของปุ๋ย  ที่เกิดจากการชะล้างหรือถูกตรึงไว้ในดิน  และสามารถใส่ปุ๋ยได้ทุกฤดูกาล  ถือว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรอย่างมหาศาล

การเจาะลำต้นใส่ปุ๋ย...เขาทำกันอย่างไร?

          เท่าที่พบ  ส่วนใหญ่เกษตรกรที่เจาะลำต้นใส่ปุ๋ยจะทำในสวนปาล์มที่มีอายุมาก  โดยทำได้ดังนี้ 

1)        เจาะรูให้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.5-1.0 นิ้ว  สูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร  ทำมุมลงล่างประมาณ 10-15 องศา  เพื่อให้ใส่ปุ๋ยได้โดยไม่ล้นออกมาข้างนอก  สำหรับความลึกของรูที่เจาะจะมีความแตกต่างกัน  ตั้งแต่ 5 – 10 นิ้ว

2)      ใส่ท่อเกลียว PVC หรือใช้ท่อที่ทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อใส่ปุ๋ย

3)      ใช้หลอดสำหรับฉีดยา (Syringe) ดูดปุ๋ยแล้วฉีดเข้าไปในท่อ PVC ที่ฝังไว้

4)      ปิดฝาเพื่อไม่ให้น้ำเข้าได้

ปุ๋ยที่ใช้ใส่ในลำต้น

          สำหรับปุ๋ยที่เกษตรกรใช้ใส่ก็มีหลากหลาย  ตั้งแต่ปุ๋ยน้ำ  แต่ในเฉพาะบางรายที่อาจใส่ปุ๋ยเคมีลงไปโดยตรง  (แบบนี้น่าจะอันตราย  เพราะมีความเข้มข้นสูง  เนื่อเยื่อของต้นปาล์มน้ำมันอาจตายได้)  จะเห็นว่าการใช้ปุ๋ยใส่ในลำต้นยังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน  และแตกต่างกันไปตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิต  จึงเป็นเรื่องที่เกษตรกรควรให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ใส่ปุ๋ยโดยการ “เจาะลำต้น”  ได้ผล...จริงหรือ...?

          ในการทดลองผลของปัจจัยต่างๆที่มีผลต่อผลผลิตปาล์มน้ำมัน  จำเป็นต้องมีการเก็บข้อมูลต่อเนื่องอย่างน้อย 4 ปี  เนื่องจากปาล์มน้ำมันมีการพัฒนาของตาดอกตั้งแต่เริ่มเกิดตาดอก  จนกระทั่งเก็บเกี่ยวผลผลิตจะต้องใช้เวลานานถึง 18 เดือน  สำหรับการสร้างทางใบ 3 ทางใบ/เดือน  (ปาล์มหนุ่ม)  หรือ 27 เดือน  สำหรับปาล์มที่มีการสร้างทางใบ 2 ทางใบ/เดือน

คำถามที่ต้องมี...คำตอบ

ถาม: ปุ๋ย (สารอาหาร)  ที่ใส่เข้าไปในลำต้น  ปาล์มนำไปใช้ได้โดยตรง  หรือต้องนำกลับไปสร้างที่ใบก่อนจึงนำกลับมาใช้

ตอบ: เนื่องจากโครงสร้างของพืชอาหารที่มีอยู่ในพืช  จะแตกต่างกับปุ๋ยที่ใส่ทางดิน  ซึ่งดูดซึมได้โดยราก  หากใส่ปุ๋ยทั่วๆไปที่ใส่ทางดิน  แล้วเจาะเข้าไปทางลำต้นโดยตรงจึงไม่น่าจะได้ผล  เพราะมีปัญหาเรื่องโครงสร้างธาตุอาหาร  และความเข้มข้นที่มากเกินไป  ดังนั้นสารอาหารที่ใส่ทางลำต้น  จะต้องเป็นประเภทเดียวกับอาหารที่อยู่ในพืช

ถาม:  สารอาหารที่ใส่เพียงพอหรือไม่?

ตอบ: หากปาล์มมีการใช้ธาตุอาหาร  ที่ใส่ทางลำต้นได้จริง  จะต้องใช้อาหารเท่าไหร่จึงจะเพียงพอโดยหลักการแล้วธาตุอาหารที่ใส่ทางลำต้น  จะต้องมีความเข้มข้นต่ำ  ซึ่งจะมีปริมาณธาตุอาหารอย่างน้อย  จากการศึกษาพบว่า  การนำทะลายออกไป 1,000 กิโลกรัม  จะทำให้สูญเสียไนโตรเจน (N) 2.94 กิโลกรัม,  ฟอสฟอรัส (P) 0.44  กิโลกรัม, โพแทสเซียม (K) 3.71 กิโลกรัม, แมกนีเซียม (Mg) 0.77 กิโลกรัม  และแคลเซียม (Ca) 0.81 กิโลกรัม

          ดังนั้น  หากต้องใส่อาหารทางลำต้นให้เพียงพอกับผลผลิตที่ออกไปจำเป็นต้องใช้สารอาหารฉีดเข้าไปในปริมาณที่มาก  ซึ่งจะมีผลทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นหรือไม่?

          จากคำถาม 2 ข้อข้างต้น  ผู้ผลิตสารอาหารที่ฉีดเข้าทางลำต้น  จะต้องมีคำตอบให้กับเกษตรกร  ผู้ที่จะใช้เทคโนโลยีดังกล่าว  นอกจากนั้น  ยังมีคำถามอื่นๆ เช่น  ในอนาคตรอยเจาะจะเน่าหรือไม่  ถ้าหากมีการเน่าของลำต้นจะมีผลต่อต้นปาล์มด้วย

          เทคโนโลยีนั้นถือเป็นสิ่งที่ดี  แต่กี่นำมาใช้ควรมีการศึกษาถึงผลได้ผลเสียของการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวอย่างละเอียด  และมีข้อมูลทางวิชาการ  รวมถึงข้อมูลผลผลิตเปรียบเทียบกับการใช้ปุ๋ยของดิน  เพราะหากมีการใช้โดยไม่มีการศึกษา “เชื่อคำโฆษณา”  สุดท้ายผู้ที่รับกรรมคือ  ตัวเกษตรกรนั่นเอง

 

 


ข้อมูลโดย: คุณธีระพงศ์  จันทรนิยม  นักวิชาการเกษตรกชำนาญการพิเศษ  ศูนย์วิจัยและพัฒนาการผลิตปาล์มน้ำมัน  ฝ่ายวิจัยและบริการ  คณะทรัพยากระรรมชาติ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่  จังหวัดสงขลา.

 

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 05 พฤศจิกายน 2557 10:27 แก้ไข: 05 พฤศจิกายน 2557 10:28 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา, Ico24 น้ำขิง, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.237.71.23
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ