นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
Page Visits: 1135
comment: 0

การป้องกันและกำจัดโรคพืชในฤดูฝน

 

 

          ฤดูฝน  นอกจากจะนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์และการเริ่มต้นของพืชหลากหลายชนิดแล้ว  ยังเป็นฤดูที่นำมาซึ่งการระบาดของโรคนานาชนิดที่มาพร้อมกับความชุ่มชื้น  การศึกษาสาเหหตุและวิธีป้องกันโรคที่เกิดขึ้นกับพืชในฤดูฝน  จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง  เพื่อรักษาไว้ให้พืชมีความอุดมสมบูรณ์ไม่เป็นโรคต่าง ๆ และสามารถให้ผลผลิตอย่างดีได้

 

อย่างไรถึงเรียกว่าโรคพืช??? 

          โรคพืช  หมายถึง  ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับพืชทั้งทางลักษณะรูปร่าง  และทางสรีรวิทยา (ระบบการทำงานของส่วนต่างๆ ของพืช)  ความผิดปกติที่เกิดจากทั้งทางรูปร่าง  การเปลี่ยนแปลงภายใน  เช่นเนื้อเยื่อมีการตาย  ลำต้นแห้ง  ใบเหี่ยว  เนื้อเยื่อเป็นปุ่มปม  กระบวนการภายในเกิดการเปลี่ยนแปลง  เป็นต้น  และอีกประการหนึ่งที่จะเกิดโรคได้นั้นไม่ได้เกิดทันทีที่ถูกกระทำ  แต่มันจะเปลี่ยนแปลงระยะหนึ่งก่อนที่จะเกิดโรค  หรืออาศัยระยะเวลาในการบ่มเพาะเชื้อ

 

สาเหตุของการเกิดโรค 

          โดยทั่วไปเกิดได้จากทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต 

-          สิ่งมีชีวิต  ได้แก่  เชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ เช่น  เชื้อรา  แบคทีเรีย  ไวรัส  ไวรอยด์  ตัวใหญ่ขึ้นมาหน่อย  คือ  ไส้เดือนฝอย  ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายๆพยาธิในท้องคน  แต่เล็กมากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

-         สิ่งไม่มีชีวิต  มักเป็นสภาพแวดล้อม  เช่น  อุณหภูมิสูง  ต่ำ  ความเป็นกรดด่างของดิน  มลภาวะ  สารเคมีในดิน  รวมถึงปุ๋ยและธาตุอาหารในดิน  เช่น  ปุ๋ยมากเกินไป  ธาตุอาหารในดินไม่สมดุล  เป็นต้น

ซึ่งสาเหตุแต่ละอย่างมีธรรมชาติที่แตกต่างกันทำให้เกิดโรคต่างกัน  เราก็ต้องรู้จักวิธีวินิจฉัยว่าเป็นสาเหตุมาจากสิ่งไหน  เชื้อชนิดไหน  จะได้หาวิธีป้องกันและกำจัดเชื้อได้อย่างถูกต้อง

 

อาการของโรคพืชที่พบ 

          พืชอาจมีความผิดปกติเกิดขึ้นหลายลักษณะ  ดังนี้

-          เนื้อเยื่อตาย  เช่น  ใบจุด  ใบไหม้

-         กิ่งแห้ง  ต้นตาย  โคนเน่า  รากเน่า  (เน่าอยู่ใต้ดินทำให้ต้นเหี่ยวตาย)

-         เป็นสะเก็ดที่กิ่งหรือผล

-         ลักษณะใบหงิกงอ  ใบด่าง

-         โรคราแป้ง (คล้ายมีผงแป้งติดบนใบพืช)  ทำให้ใบแห้งหรือร่วง

-         โรคราสนิม  (คล้ายมีผงสนิมติดตามใบ  ทำให้ใบแห้งหรือร่วง)

-         รากปม  เกิดจากไส้เดือนฝอย  ส่งผลให้ต้นพืชแคระแคร็น  เหลือง

เราจะเรียกชื่อโรคตามอาการที่ปรากฏ  เช่น  โรคใบจุด  ใบด่าง  หรือลักษณะของชิ้นส่วนของเชื้อที่ปรากฏบนแผล  เช่น  โรคราแป้ง  โรคราน้ำค้าง  โรคราสนิม  เป็นต้น

 

วิธีสังเกตอาการของโรคพืช

          ความผิดปกติของโรคพืชนั้น  เกิดจากเชื้อโรคที่ต่างชนิดกัน  จะมีลักษณะต่างกัน  เราก็จะสามารถวินิจฉัยถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้  เช่น

  1.  โรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา  จะมีลักษณะใบจุด  ใบไหม้  กิ่งแห้ง  รากเน่า  โคนเน่า  หรืออาจมีขุยของเชื้อราเกาะอยู่  ในกรณีของราเมล็ดผักกาด  จะเห็นเม็ดกลมเล็กๆ  สีน้ำตาลบริเวณแผล  เป็นต้น
  2. โรคพืชที่เกิดจากแบคทีเรีย  จะมีลักษณะใบจุด  ใบไหม้  โดยที่รอบๆจุดจะมีวงสัเหลืองล้อมรอบ  อาจจะมีอาการใบเน่าและมีกลิ่นเหม็น  เช่น  โรคเน่าเละของผักกาด  ผักกะหล่ำ  เป็นต้น
  3. โรคพืชที่เกิดจากเชื้อไวรัส  ซึ่งส่วนใหญ่ต้องอาศัยแมลงเป็นพาหะ  ลักษณะของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อไวรัส  คือ  ใบด่าง  (สีซีดลงจากเนื้อเยื่อทั่วไป)  หงิกงอ  ไหม้และตายในที่สุด  ส่วนผลจะมีรอยด่าง  ให้ผลผลิตที่มีขนาดเล็กลง
  4. โรคพืชที่เกิดจากไส้เดือนฝอย  ทำให้รากพืชเป็นปม  รากกุด  ทำให้พืชมีลักษณะแคระแกร็น  และใบเหลือง

ซึ่งในฤดูฝนนี้มีโอกาสจะเกิดโรคที่เกิดจากเชื้อราและมีเชื้อแบคทีเรียระบาดมากกว่าในฤดูหนาว  เนื่องจากในฤดูฝนมีความชื้นในอากาศสูง  เชื้อราและแบคทีเรียส่วนใหญ่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว  ทำให้พืชเป็นโรคได้ง่าย

คำแนะนำในการป้องกันและกำจัดโรคพืช 

          วิธีการที่จะป้องกันและกำจัดโรคพืชนั้น  เกษตรกรควรให้การเอาใจใส่และดูแลพืชพันธุ์ให้สมบูรณ์และแข็งแรง  และหมั่นสังเกตอาการหรือลักษณะของพืชว่าผิดปกติหรือไม่  เมื่อเกิดแล้วควรใช้วิธีกำจัดอย่างไรให้ถูกต้องและปลอดภัย  ซึ่งวิธีการป้องกันและกำจัดง่ายๆมีดังนี้

  1.  ดูแลความสะอาดของแปลงปลูกพืช  เก็บเศษเก่าทำลายทิ้ง
  2. ปลูกพืชหมุนเวียน  คือการเลือกพืชต่างชนิดมรปลูกทดแทน  ป้องกันการสะสมของเชื้อโรคในที่นั้นนาน  และปริมาณมาก
  3. ในการปลูกพืชควรหลีกเลี่ยงการทำให้ส่วนของพืชมีความชื้นสูงเกินไป  เช่น  เว้นระยะห่างระหว่างต้นพืช  จะเป็นการช่วยลดความชื้นในแปลงลง  เป็นต้น
  4. เมื่อเริ่มพบส่วนของพืชที่เป็นโรคที่ตัดออกได้  ให้ตัดออกไปทิ้ง
  5. การใช้สารเคมีกำจัด  ควรใช้ในกรณีที่จำเป็น  เช่น  สารเคมีฆ่าเชื้อรา  ควรเลือกให้เหมาะกับเชื้อที่ก่อให้เกิดโรค  และใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ  (ตามคำแนะนำข้างกล่อง)  และให้เหมาะสมกับช่วงเวลา  หากใช้กับส่วนของพืชที่ผลิตออกไปเพื่อบริโภค  ควรใช้แล้วทิ้งระยะเวลาให้ห่างจากช่วงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตด้วย  จะได้ไม่มีอันตรายจากสารตกค้าง  และบริโภคได้อย่างปลอดภัย  

          นอกจากนี้  ยังมีวิธีการกำจัดโดยใช้วิธีธรรมชาติหรือแบบชีววิธี  คือ  การนำเอาเชื้อจุลินทรีย์ประเภทดี  ไปทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุโรคพืช   ที่สำคัญคือต้องหมั่นสำรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ  เมื่อพบต้นที่เป็นโรคให้ถอนไปทำลาย  หรือถ้ายังเป็นไม่มากก็ให้ใช้เชื้อไตรโคเดอร์มา  ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเชื้อราโรคพืช  โดยการนำไตรโคเดอร์มา 1 ส่วน  คลุกเคล้าผสมกับปุ๋ยหมัก  ปุ๋ยคอก 50 ส่วน  นำไปรองก้นหลุม  หรือหว่านรองทรงพุ่ม  แต่ถ้าเป็นไม้กระถางก็คลุกผสมกับดินปลูก  อาจจะผสมภูไมท์ซัลเฟตเพิ่มไปอีก 2-3 ช้อนแกงต่อกระถาง  เพียงเท่านี้พืชของทุกๆท่านก็จะไม่ติดโรคที่มาในฤดูฝนค่ะ



 

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 21 พฤศจิกายน 2557 09:54 แก้ไข: 21 พฤศจิกายน 2557 09:54 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
Flowers
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 Monly, และ 6 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

comment

No Comment

Comment on this Post

Name:
Email:
IP Address: 18.213.192.104
Message:  
Load Editor
   
Cancel or