นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2513
ความเห็น: 0

ว่าด้วยเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา (2)

ช่วยกันประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้มีการนำไปใช้ประโยชน์เพื่อก้าวหน้าและการพัฒนาองค์กรและประเทศต่อไป

         

         จากบทความที่แล้วที่ได้แบ่งปันความรู้ทั่วไปทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้วนั้น  คราวนี้เป็นการอธิบายรายละเอียดของทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละตัวเพื่อให้เข้าใจอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ  เริ่มที่ความรู้เกี่ยวกับสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรกันนะคะ  ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับนักวิจัยและการประดิษฐ์คิดค้นมากที่สุด  เดี๋ยวจะอธิบายพอเข้าใจเท่าที่รู้มา  อาจเป็นวิชาการมากไปหน่อย  แต่อยากให้อ่านให้จบนะคะจะได้ช่วยกันประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้มีการนำไปใช้ประโยชน์เพื่อก้าวหน้าและการพัฒนาองค์กรและประเทศต่อไปค่ะ               สิทธิบัตร (Patent)  คือ  หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อการคุ้มครองการประดิษฐ์ (Invention) การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design)  หรือผลิตภัณฑ์อรรถประโยชน์ (Utility Model) ที่มีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนด  นั่นคือ
-          การประดิษฐ์  คือ  ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับลักษณะ  องค์ประกอบ  โครงสร้าง  หรือกลไกของผลิตภัณฑ์  รวมทั้งกรรมวิธีในการผลิต  การรักษา  หรือการปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์
-          การออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับการทำให้รูปร่างลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์เกิดความสวยงามและแตกต่างไปจากเดิม
-          ผลิตภัณฑ์อรรถประโยชน์  หรืออนุสิทธิบัตร (Patty Patent)  มีลักษณะคล้ายกับการประดิษฐ์  แต่เป็นความคิดสร้างสรรค์ที่มีระดับการพัฒนาเทคโนโลยีไม่สูงมาก  หรือเป็นการประดิษฐ์คิดค้นเพียงเล็กน้อย             โดยตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522  แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2533 และ พ.ศ. 2542 (ฉบับที่3) ว่าด้วยประเภทของสิทธิบัตร  ซึ่งประกอบด้วยสิทธิบัตรการประดิษฐ์ (Patent for invention),  สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design patent)  และอนุสิทธิบัตร  โดยผู้ต้องการขอสิทธิบัตรต้องยื่นคำขอจดทะเบียน ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา  โดยมีอายุการคุ้มครองนับตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอ  ขึ้นกับประเภทของสิทธิบัตร  กล่าวคือ  สิทธิบัตรการประดิษฐ์มีอายุคุ้มครอง 20 ปี  สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์มีอายุคุ้มครอง 10 ปี  และอนุสิทธิบัตรมีอายุคุ้มครอง 6 ปี (ต่ออายุได้ 2 ครั้งๆละ 2 ปี)  โดยยื่นคำขอจดทะเบียน ณ ประเทศใดจะคุ้มครองเฉพาะประเทศที่ยื่นคำขอเท่านั้น            
           
สำหรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์  ผู้มีสิทธิขอรับความคุ้มครองได้แก่  ผู้ประดิษฐ์หรือทายาท  นายจ้าง  หน่วยงานราชการ  องค์การของรัฐ  รัฐวิสาหกิจ  ผู้รับโอนสิทธิ  โดยมีทั้งสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในส่วนที่เป็นผลิตภัณฑ์ (
Product) สิทธิบัตรกรรมวิธี (Process) ซึ่งจะเน้นที่ลักษณะของโครงสร้าง  องค์ประกอบ  และประโยชน์ใช้สอย  และการประดิษฐ์ที่มีการปรับปรุงเล็กๆน้อย ๆ ไม่สลับซับซ้อนสามารถขอจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรได้  ในส่วนของสิทธิบัตรการประดิษฐ์นั้นสิ่งที่กฎหมายคุ้มครองคือการประดิษฐ์ (Invention) ส่วนสิ่งที่กฎหมายไม่คุ้มครองได้แก่  จุลินทรีย์ และส่วนประกอบใดๆของจุลินทรีย์ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ  สัตว์  พืช  หรือสารสกัดจากสัตว์   หรือพืช,  กฎเกณฑ์และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์, ระบบการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ (Software) , วิธีการวินิจฉัย  บำบัด  หรือรักษาโรคมนุษย์หรือสัตว์  (ยกเว้นเครื่องมือแพทย์),  การประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี  อนามัย  และสวัสดิภาพของประชาชน  โดยคุณสมบัติของสิ่งที่จะได้รับความคุ้มครองมี 3 ข้อ  คือ
(1) ใหม่ (
Novelty)
(2) มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น (
Non-obviousness, Intensive step)
(3)  สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม  โดยสิ่งปะดิษฐ์ที่จะยื่นขอจดสิทธิบัตรได้ต้องมีคุณสมบัติครบทั้ง 3 ข้อ  ขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้  ยกเว้นกรณีที่ขาดข้อ 2 จะขอจดได้แต่ได้แค่อนุสิทธิบัตร 
           
         
คำว่าใหม่ (
Novelty) ตามคุณสมบัติในข้อ (1)  หมายถึง  การประดิษฐ์นั้นต้องไม่มีอยู่แล้วหรือมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย,  ไม่เปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดในประเทศไทยหรือต่างประเทศ,  ไม่ได้รับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรในประเทศไทยหรือในต่างประเทศ  (ยื่นคำขอภายใน 18 เดือนนับจากวันยื่นขอในต่างประเทศ)  โดยมีข้อยกเว้นของการเปิดเผยสิ่งประดิษฐ์  คือ  หากหน่วยงานรัฐแสดงผลงานต่อสาธารณชนแล้วผู้ประดิษฐ์นำผลงานไปแสดงก็ไม่ถือว่าเป็นการเปิดเผยต่อสาธารณะ  แต่ต้องยื่นคำขอจดสิทธิบัตรภายใน 12 เดือนนับตั้งแต่วันที่แสดงผลงาน
            การประดิษฐ์ขั้นที่สูงขึ้น (Intensive step) หมายถึง  การประดิษฐ์นั้นต้องไม่เป็นที่ประจักษ์โดยง่ายแก่บุคคลที่มีความชำนาญในระดับสามัญสำหรับงานประเภทนั้นๆ,  ผู้ขอต้องเขียนถึงรายละเอียดของการประดิษฐ์ให้ชัดเจน  มีเหตุผลที่สามารถนำไปใช้สนับสนุนการพิจารณาสิทธิบัตรได้, การนำการประดิษฐ์ที่มีอยู่แล้วมาดัดแปลงหรือประกอบรวมกันอาจไม่ถือว่ามีขั้นประดิษฐ์ที่สูงขึ้น           
        
ผู้ทรงสิทธิหรือเจ้าของสิทธิบัตรจะมีสิทธิในการผลิต  ใช้  ขาย  นำเข้ามาในราชอาณาจักร, อนุญาตให้บุคคลอื่นใช้สิทธิ(
Licensing), โอนสิทธิบัตร (ขายสิทธิบัตร)  และมีสิทธิใช้คำว่าสิทธิบัตรไทยหรืออักษร สบท  โดยผู้ทรงสิทธิจะมีหน้าที่ใช้การประดิษฐ์ที่ได้รับความคุ้มครองให้เกิดประโยชน์  และจ่ายค่าธรรมเนียมรายปี โดยเริ่มในปีที่ 5 และชำระภายใน 60 วัน (หากเกิน 60 วันแต่ไม่เกิน 120 วันเสียค่าธรรมเนียม 30% และหากเกิน 120 วัน จะถูกเพิกถอนสิทธิบัตร  และไม่สามารถขอจดใหม่ได้อีก
           
         
สำหรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์นั้นมีข้อยกเว้นการละเมิด  คือ  หากเป็นการใช้ผลงานนั้นเพื่อการศึกษา  ค้นคว้า  ทดลอง  หรือวิจัย  เป็นต้น  ทั้งนี้ต้องไม่ขัดต่อประโยชน์ตามปกติและไม่เสื่อมเสียต่อประโยชน์โดยชอบธรรมเกินสมควร  เช่น  ผลิตขาย  หรือแจก
           

 เงื่อนไขในการขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์1.      เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่  คือ เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่เคยมีหรือขายมาก่อน  หรือยังไม่เปิดเผยในเอกสารสิ่งพิมพ์ใดๆในทีวี  หรือในวิทยุมาก่อน

2.      สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตทางอุตสาหกรรม  หรือหัตกรรมได้

created: 24 March 2009 09:04 Modified: 29 October 2009 10:43 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 75.101.220.230
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ