นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 9008
ความเห็น: 2

การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตยางพาราพันธุ์ RRIM 600 (1)

เทคโนโลยีริมโฟลว์ คือ การเพิ่มระดับฮอร์โมนที่ขาดหายไปในโครงสร้างต้นยางให้เกิดความสมดุลขึ้นทำให้ระบบต่างๆของต้นยางสมบูรณ์ขึ้น

           จากการที่ภาควิชาพืชศาสตร์  คณะทรัพยากรธรรมชาติ  จัดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการ  การถ่ายทอดเทคโนโลยี  เรื่อง   การใช้เทคโนโลยีเพ่อเพิ่มผลผลิตยางพาราพันธุ์ RRIM 600 เมื่อวันพุธที่ 8 เมษายน 2552  ณ ห้องบรรยาย ทธ. 260 คณะทรัพยากรธรรมชาติ  ซึ่งตัวเอง ได้มีโอกาสเข้าอบรมครั้งนี้ด้วย  การจัดอบรมครั้งนี้มีการตอบรับจากทั้งทางเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบการจำนวนมาก  จึงขอหยิบยกเนื้อหาสาระจากการอบรมมาเล่าสู่กันฟังนะคะ เริ่มจากการกล่าวรายงานการจัดกิจกรรมของหัวหน้าภาควิชาพืชศาสตร์  ผู้ช่วยศาสตราจารย์อิบรอเฮม  ยีดำ  โดยได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดอบรมครั้งนี้ขึ้น  กล่าวคือ  เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพการทำสวนยางได้  เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป  ทำให้ต้องมีการศึกษากันว่าพันธุ์ยางที่เกษตรกรใช้กันอยู่มีความเหมาะสมหรือไม่  ประกอบกับการที่ต้นยางพารามีอายุการกรีดที่สั้นลง  จึงต้องมีการหาระบบกรีดที่มีประสิทธิภาพที่สามารถยืดอายุการกรีดของต้นยางได้  รวมทั้งการขยายตัวของอุตสาหกรรมยางพาราโดยไม่มีการสนใจในส่วนของการจัดการสวนซึ่งเป็นปัจจัยต้นเหตุ  และปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นในด้านปัจจัยการผลิตต่างๆโดยเฉพาะปุ๋ยเคมี  จากปัญหาหลายอย่างที่กล่าวมาทำให้ต้องมีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มผลผลิตยางพารา  โดยเฉพาะพันธุ์ RRIM 600 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูก  จากนั้นก็เป็นการกล่าวเปิดการอบรมโดยท่านคณบดี  รองศาสตราจารย์ ดร. วัลลภ  สันติประชา

                ขอนำเสนอทีละเทคโนโลยีตามลำดับของการบรรยายในการอบรมนะคะ  เริ่มจาก เทคโนโลยีริมโฟลว์  โดยคุณพนัส  แพชนะ  นักวิชาการชำนาญการ  ศูนย์วิจัยยางสุราษฎร์ธานี  ซึ่งเป็นศิษย์เก่ารุ่นที่ 4 (NR4) ของคณะทรัพยากรธรรมชาติ  (อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของผลิตผลจากทางคณะฯค่ะ)  เข้าเรื่องริมโฟลว์กันเลยดีกว่านะคะ  ริมโฟลว์คือ เทคโนโลยีที่เป็นผลงานวิจัยและพัฒนาของศูนย์วิจัยยาง  ประเทศมาเลเซีย  หรือที่ รู้จักกันในนาม Rubber Research Institute of Malaysia (RRIM)  หรือปัจจุบัน คือ MRB  โดย ดร. สิวา กุมาราน  ซึ่งได้ใช้เวลาในการทดลองภาคสนามมากกว่า 10 ปี  จนแน่ใจว่าสามารถเพิ่มผลผลิตให้กับต้นยางจริง  โดยไม่ทำให้ต้นยางทรุดโทรมเสียหาย  หรือไม้ยางมีตำหนิขายไม่ได้ราคา

                เทคโนโลยีริมโฟลว์  คือ  การเพิ่มระดับฮอร์โมนที่ขาดหายไปในโครงสร้างต้นยางให้เกิดความสมดุลขึ้นทำให้ระบบต่างๆของต้นยางสมบูรณ์ขึ้น  โดยวิธีการของริมโฟลว์คือ  ติดตั้งอุปกรณ์ริมโฟลว์กับต้นยาง  ที่สมบูรณ์และมี่อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป  สำหรับยางพันธุ์ RRIM  และ อายุ 18 ปีขึ้นไปสำหรับยางพันธุ์อื่นๆ  อุปกรณ์ริมโฟลว์ประกอบด้วยฝาครอบ  สายยาง  วาล์ว  เมื่อติดตั้งแล้ว  จะมีระยะเวลาการเติมฮอร์โมนทุก 10 วัน  สำหรับยางพันธุ์ RRIM และทุก 15 วัน  สำหรับยางพันธุ์อื่นๆ  และวิธีการกรีดเพื่อให้ได้ปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น  ต้นยางมีบาดแผลน้อยที่สุด  ส่งผลให้ต้นยางยังคงความสมบูรณ์  ช่วยยืดอายุการใช้งานได้อย่างยั่งยืน  โดยวิธีการดังนี้

1.       กรีดยางหน้าสั้น 4 นิ้ว  คือการกรีดยางโดยใช้พื้นที่ของเปลือกยางกว้างเพียง 4 นิ้ว  ทำให้ประหยัดพื้นที่หน้ายาง  และยืดอายุการใช้งานของต้นยางได้นานขึ้น  โดยปกติเราจะกรีดเปลือกยางกว้าง 8-12 นิ้ว  ทำให้สูญเสียพื้นที่ของเปลือกยางโดยเปล่าประโยชน์  ทำให้อายุการใช้งานของต้นยางสั้นลง

2.       กรีดยางจากด้านล่างขึ้นด้านบน  เนื่องจากโดยปกติท่อน้ำยางจะไหลเวียนรอบต้นยางในลักษณะจากด้านบนขวาลงมาด้านซ้ายล่าง  การกรีดจากด้านล่างขึ้นด้านบนจะกรีดขึ้นไปรับท่อน้ำยางใหม่ตลอด  ทำให้ได้ผลผลิตมากกว่า

3.       กรีดยางหน้าเฉียง 45 องศา  จะทำให้พื้นที่การกรีดตัดท่อน้ำยางใหม่มาทกี่สุด  และทำให้การไหลของน้ำยางลงสู่ถ้วยรองรับได้สะดวก  ไม่หกตามหน้ายาง

4.       กรีดยางตอนเย็น (ช่วง 4-6 โมงเย็น)  ระบบริมโฟลว์น้ำยางไหลประมาณ 12-15 ชั่วโมง  ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ  ภูมิประเทศ  ความสมบูรณ์ของดินและต้นยาง  จากการเปรียบเทียบการกรีดยางช่วงเย็นประมาณ 4-6 โมงเย็น  การไหลของน้ำยางผ่านช่วงเวลากลางคืน  ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำ  มีลมพัดโกรกน้อย  ทำให้หน้ายางแห้งช้า  ปริมาณผลผลิตที่ได้มากกว่าการกรีดช่วงเวลาอื่น

5.       กรีด 1 วันเว้น 2 วัน  เป็นระยะการกรีดที่เหมาะสมที่สุด  เพราะระบบริมโฟลว์จะให้ผลผลิตน้ำยางในปริมาณมาก  การกรีด 1 วัน  เว้น 2 วัน  เพื่อให้ท่อน้ำยางได้พัก  ประมาณ 48 ชั่วโมง  มีเวลาในการดูดน้ำ  แร่ธาตุ  เพื่อใช้ในการสังเคราะห์แสงผลิตเป็นน้ำยาง  จึงทำให้ต้นยางสมบูรณ์ตลอดเวลา  และมีข้อดีคือ  ทำให้ไม่เกิดโรคหน้ายางตายนึ่ง  ซึ่งส่วนมากมีสาเหตุจากการกรีดยางมากเกินไป  โดยไม่ได้พักหน้ายาง

เอทธิลีน (Ethylene)  

                เป็นฮอร์โมนพืชชนิดเดียวที่อยู่ในรูปแก๊ส  และมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชเป็นอย่างมากไม่มีสี  มีกลิ่นเล็กน้อย  จัดเป็นสารอินทรีย์ประเภทไฮโดรคาร์บอน  เป็นแก๊สที่ระเหยได้  เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของสารที่มีคาร์บอนมาก  เช่น  น้ำมันถ่านหิน  นอกจากนี้เกิดจากการสร้างขึ้นของพืชซึ่งได้มีการพิสูจน์แล้วว่าเอทธิลีนเป็นฮอร์โมนพืช  สามารถกระตุ้นการสุกของผลไม้หลายชนิด  โดยพืชสามารถผลิตเอทธิลีนได้จากกระบวนการเมทาบอลิซึม (metabolism)  ในส่วนต่างๆ เช่น ราก  ลำต้น  ใบ  ดอก  หัว  ผล  และเมล็ด

                คุณสมบัติประการหนึ่งของเอทธิลีน  คือ  ช่วยเร่งการเกิดน้ำยางในต้นยางพาราที่มีอายุมาก  และเร่งการไหลของน้ำยาง   โดยกระบวนการสังเคราะห์เอทธิลีนของพืชเป็นขั้นตอนที่สำคัญ  โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์เอทธิลีนในยางพารา  เนื่องจากการกรีดยางทำให้เกิดบาดแผล  ซึ่งจะไปกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์  เอทธิลีนที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นเนื่องจากต้นไม้เกิดบาดแผลนี้  อาจจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นในระยะเวลาครึ่งชั่วโมงแรก  ดังนั้นจึงมีความสำคัญกับต้นยางพารามาก  เพราะการกรีดทุกครั้งจะต้องมีรอยแผล  สารออกฤทธิ์ของเอทธิลีน  คือกรด chloroethylphosphonic ซึ่งมีผลในการเร่งการไหลของน้ำยาง  ทำให้ได้รับผลผลิตเพิ่มขึ้น  สรุปแล้วบทบาทของเอทธิลีนในการเร่งการไหลของน้ำยางคือ  เอทธิลีนไปเร่งการทำงานของเอนไซม์ ATPase  ทำให้เกิดการเหนี่ยวนำของโปรตอนเข้าสู่เซลล์การสังเคราะห์ยางเร่งการเคลื่อนย้ายน้ำตาลซูโครส  ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์น้ำยาง  นอกจากนี้ยังทำให้สภาพภายในเซลล์สังเคราะห์ยางมีความเป็นกรดด่างมากขึ้น  นอกจากนี้เอทธิลีนยังเร่งการเคลื่อนย้ายของโมเลกุลน้ำในเซลล์ข้างเคียงเข้าสู่เซลล์สังเคราะห์ยางทำให้น้ำยางไหลอยู่ได้นานกว่าปกติ

     สำหรับบันทึกนี้ขอเล่าให้อ่านกันแค่นี้ก่อนนะคะ  แต่การใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิตยางพาราพันธุ์ RRIM600 ยังไม่จบค่ะ  ติดตามได้ในบันทึกครั้งต่อไปในเร็วๆนี้ค่ะ

 
หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 20 เมษายน 2552 15:55 แก้ไข: 06 ตุลาคม 2552 15:31 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เป็นการอบรมที่มีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมมากกว่าที่ตั้งเป้าไว้

การปรับเปลี่ยนระบบเก็บน้ำยาง จะช่วยลดความขาแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานฝีมือ ที่ทำให้เกิดรอยกรีดบาดลึก ทำให้ต้นยางมีอายุการกรีดสั้นลง

ช่วยเพิ่มอายุการกรีดออกไป เนื่องจากมีการทำความเสียหายต่อต้นยางไม่มาก ซึ่งอาจขยายอายุออกไปเป็นประมาณ ๕๐ ปี หากมีการจัดการที่ดี

สามารถลดความถี่ของเก็บเกี่ยวน้ำยางลงได้

ซึ่งเป็นผลการวิจัยที่เป็นประโยชน์แก่เกษตรกร ในภาวะที่ขาดแคลนแรงงาน และลดความถี่ของการปลูกยางทดแทนอีกด้วย

ขอบคุณทุกคนที่ได้ช่วยกันดำเนินการ

Ico48
เพชรไพฑูรย์ [IP: 58.8.229.219]
30 พฤษภาคม 2552 13:54
#44589

เป็นข้อมูลที่ประโยชน์มากเลยครับ

 

อย่าลืมเข้ามาอัพเดทบ่อยๆนะครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.230.154.129
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ