นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1379
ความเห็น: 5

จากวันนั้น..ที่ฉันเป็นพนักงานใหม่

ไม่มีอะไรยากเกินการเรียนรู้......

 

           2 ปีผ่านไป...  ไวเหมือนโกหก  ที่เค้าพูดๆ กัน  ขอหยิบยกเอามาใช้บ้างค่ะ    แต่มันคือความจริง  เอ้อ.....  เผลอแป๊บเดียวเองกลายเป็นคนเริ่มเก่า (แค่เริ่มนะคะ  ไม่ยอมใช้คำว่าเก่าเด็ดขาด...)ของที่ทำงานไปซะแล้วเรา  จากวันวานในวันนั้นที่ได้เข้ามานั่งทำงานใหม่  มีอะไรหลายอย่างที่เราต้องเรียนรู้  และต้องปรับตัว  ทั้งงานเอกสารราชการเป็นอะไรที่ยากๆๆๆๆ.........ยากจริงๆ  อันที่จริงมันก้อไม่ยากหรอกนะสำหรับคนที่เรียนมาทางด้านนี้  แต่เผอิญว่าตัวเองนี่สิจบ  ทั้งตรีและโท เกษตรอ่ะสิ  แล้วในโปรแกรมที่เรียนมันไม่ได้บรรจุหลักสูตรการเขียนหนังสือราชการไว้ซะด้วยสิ  ทั้งขั้นตอนระบบระเบียบ  เอ้อ  จิปาถะ  มากมายไปหมด  แต่ไม่เป็นไร ......ไม่มีอะไรยากเกินการเรียนรู้  เลยอยากเอาประสบการณ์การทำงานในช่วงนั้น  ที่เป็นพนักงานใหม่  มาบอกเล่าให้ได้ฟังกัน  เผื่อเป็นข้อคิดเล็กๆ น้อยๆที่น้องๆรุ่นใหม่ๆอาจได้ใช้ประโยชน์มันบ้าง  เพราะเห็นว่ามีน้องหลายๆคนที่เข้ามาใหม่  และทำงานได้แป๊บเดียวก็หายเข้ากลีบเมฆไป  ไม่รู้ว่างานเหนื่อย  งานยุ่ง  หรือว่าเหตุผลอันใด  แต่แอบถามไถ่จากบางคนที่เข้ามาคุยด้วย   บ้างก็บอกว่าไม่ชอบระบบงาน  บ้างก็บอกว่าเหนื่อย....ทำอะไรไม่ถูกเลย  ไม่มีคนสอน และอีกนานาประการ  ซึ่งบางข้ออาจตรงกับที่ตัวเองเจอนะตอนนั้น  และผ่านมันมาได้   

ขั้นแรกของการทำงานที่คิดว่าน่าจะดีสำหรับตัวเอง

 1.  สอบถามให้มากที่สุด 
                พยายามคิดว่า  ถ้าเราไม่ถาม  เราก็ไม่มีทางรู้หรอก  รอให้พี่เค้ามาสอนเค้าอาจจะมีงานยุ่งของเค้าอยู่ก็ได้  พี่ทุกคนน่ะเค้ายินดีตอบให้อยู่แล้ว  เพียงแต่ถ้าน้องนั่งหน้าบึ้ง  ไม่พูดไม่จา  พี่ๆเค้าคงกลัวเราเหมือนกันนะ  ดังนั้น  ถามไปเลย  อยากรู้อะไรถามให้หมดเปลือกไปเลย  (เฉพาะเรื่องงานนะ  ไม่ใช่ถามซอกแซกเรื่องโน้นเรื่องนี้  เดี๋ยวเจอดีไม่รู้ตัว)
                
    พี่คะ......อันนี้ต้องจัดรูปแบบยังไงคะ ?
              
      พี่คะ.......ประทับตราตรงไหน?
                
    พี่คะ.......เอกสารชุดนี้ต้องสำเนากี่ชุด?
                  
   พี่คะ.......?
                     
.....ฯลฯ
                ถามแล้วเมื่อได้คำตอบมา  ก็จดมันไว้ในสมุดบันทึกคู่กายที่สามารถหยิบกลับมาทวนได้เมื่อจำเป็นต้องใช้อีก  ไม่ใช่ถามแล้ว....ถามอีก  ถามทุกรอบ  ก็คงไม่มีใครอยากตอบให้เรานักหรอก...จริงม๊ะ

2.  ยิ้มกับทุกคน
                ตอนเข้ามาทำงานใหม่ๆ  อาจยังไม่มีใครรู้จักเราเลย  แต่การเดินไปไหนมาไหนในที่ทำงาน  ต้องเจอะเจอคนโน้นคนนี้  (ซึ่งแน่นอนว่าเค้าต้องมาก่อนเรา....เออนะ ...ก็เราคือเด็กใหม่นี่นา)  ดังนั้นการแสดงกิริยาเดียวที่สามารถทำให้คนอื่นอยากคุยด้วยคือการ ยิ้ม  ยิ้มไปเถอะ  ใครจะว่าบ้าก็ช่างเค้า  เราแค่อยากผูกสัมพันธไมตรีด้วยก็แค่นั้น 

3.  กินข้าวเที่ยงในสถานที่เดียวกับคนอื่นๆ
                ตอนแรกที่เข้ามาเลย  ไม่รู้จะกินกะใคร  เลยกลับไปกินข้าวที่บ้านทุกวัน  จนวันหนึ่งพี่แมงปอ  เข้ามาเตือนสติ  ถ้าเรากลับไปกินข้าวที่บ้าน  โอกาสที่จะได้รู้จักคนอื่นก็น้อยลง  อีกอย่างเวทีตอนกินข้าวเที่ยงนี่แหล่ะที่จะสามารถสร้างความสนิทคุ้นเคยได้ดีที่สุด  หลังจากนั้นก็ไม่เคยกลับไปกินข้าวที่บ้านอีกเลย  และมันก็ได้ผลเกินคาด  เราได้เพื่อนมากมายจากวงสนทนาระหว่างมื้ออาหาร

4.  คิดบวกกับงาน  คนอื่น  และองค์กร
                อาจมีบ้างบางครั้งที่การทำงานใหม่ๆ มันมีอุปสรรคมากมายที่เราไม่เคยเจอะเจอมาก่อนในชีวิตการเรียนสมัยที่ยังเป็นนักศึกษา  มีคนที่ต้องเกี่ยวข้องด้วยหลายฝ่ายหลายคน  บางคนก็พูดดี  ไพเราะ  น่าฟัง (ใช้คำว่าพูดเข้าหูก็ได้นะ)  บางคนก็พูดแบบประมาณที่ภาษาทางบ้านเรียกว่า  อม....พ่น  แต่พยายามคิดบวก  เค้าอาจมีเรื่องหลายเรื่องที่ไม่สบายใจ  อาจมีบางเรื่องที่ทำให้หงุดหงิด  เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง  ที่สำคัญที่สุดท่องเอาไว้ว่า  ทำงานเพื่อการพัฒนาขององค์กร  ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง  คนคนนั้นที่พูดไม่เข้าหูเรา  เค้าอาจไม่มีอิทธิพลใดๆ  ต่อชีวิตเราเลยก็ได้  เมื่อคิดได้ก็จะมีความสุขกับงานที่ทำ  อยากคุยด้วยกับทุกคน  คิดไว้เสมอว่าไม่มีใครในโลกนี้ที่ไม่มีคนชัง  แค่ทำตัวเองให้มีคนรักมากกว่าคนชังก็พอแล้ว

 5.  พยายามรู้จักและจำชื่อคนในองค์กรและคนอื่นที่พบปะให้มากที่สุด  
             
    เพราะโดยส่วนตัวคิดว่า  การที่คนคนหนึ่งสามารถจำชื่อของอีกคนหนึ่งได้  นั่นคือการแสดงถึงการเอาใจใส่อย่างหนึ่ง  ดังนั้นเมื่อพบเจอคนอื่นแล้วสามารถเรียกชื่อเค้าได้ถูกต้อง  ผลลัพธ์ ที่ได้รับคือ  รอยยิ้มที่อบอุ่นกลับคืนมา

 6.  อย่าลืมประโยคทั่วไปที่ใช้ได้เสมอ 
              
เมื่อพบใครในที่ทำงาน  นอกจากยิ้มแล้ว  อย่างน้อยขอให้ได้พูดด้วยสักคำก็ดีแล้ว  ด้วยประโยคถามไถ่สารทุกข์ สุขดิบทั่วๆไปนั่นแหละ  เช่น 
ทานข้าวรึยังคะ  วันนี้กินข้าวที่ไหนมา  ได้ข่าวว่าลูกไม่สบายเป็นยังไงบ้าง  ดีขึ้นรึยัง  วันนี้ใส่ชุดสวยจัง  และอีกมากมายแล้วแต่สมอง    ตอนนั้น  จะสั่งการให้เปล่งคำว่าอะไรออกมาบ้าง 

7.  พยายามอย่าเลี่ยงการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น
                ในที่ทำงานนั้นมีกิจกรรมมากมายที่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรจากต่างหน่วยงาน  ดังนั้น  หากมีผู้มาหยิบยื่นโอกาสดีๆ นี้  อย่าปัดมันทิ้งไป  เพราะนี่แหล่ะ  คือช่องทางแห่งมิตรภาพ  เส้นทางสู่การพิชิตใจคน  ร่วมทำไปเถอะ  จะงานอะไรก็ช่าง  เป็นไม่เป็นค่อยว่ากันอีกที  อย่างน้อยงานที่ไม่เป็นก็ถือเป็นโอกาสที่ได้เรียนรู้   งานที่เป็นแล้วก็จะได้ช่วยอย่างเต็มที่  ส่วนงานไหนที่เข้าร่วมไม่ได้จริง ๆ  ก็ต้องยอมรับว่ามันคือเหตุจำเป็น  อย่างของตัวเอง  ถ้าเป็นกิจกรรมที่ต้องออกต่างจังหวัดหรือไปนอกพื้นที่เป็นเวลาหลายวัน  จะต้อง say  no  เพราะมีเจ้าตัวยุ่งที่ต้องเลี้ยงดูค่ะ  ไว้ให้เค้าโตกว่านี้แล้วจะให้รับใช้อะไรบอกมาได้เลยค่ะ  ยินดีให้บริการ
                สำหรับบันทึกนี้เท่าที่รอยหยักของสมองสามารถกลั่นกรองออกมาได้ก็มีเท่านี้ค่ะ  ไว้มันแว๊บขึ้นมาอีกเมื่อไหร่จะนำมาบอกเล่าให้ได้อ่านกันอีกค่ะ    ใครมีมุมมองที่แตกต่างช่วยแบ่งปันกันได้นะคะ   

 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 07 ธันวาคม 2553 15:04 แก้ไข: 08 ธันวาคม 2553 09:15 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
Baby (Recent Activities)
07 December 2010 17:39
#62182
  • ที่น้องแหม่มกล่าวมา "ถูกทุกข้อ" เลยจ้ะ
  • ข้อแรก หากสอบถามให้มากที่สุด คนที่ได้รับประโยชน์ในการทำงานก็คือ เรา นั่นแหละ
  • คิดบวก อันนี้ดีมากๆ  "สุขหรือทุกข์ อยู่ที่ตัวเราว่าจะเลือกหยิบเลือกคว้าอะไร"
  • สำหรับการยิ้มและเข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆนั้น ยิ้มแล้วจิตใจเราแจ่มใสเบิกบานด้วย ใครจะว่าบ้าก็ชั่งเค้า ทำให้เราได้รับไมตรีจิตจากพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ เท่ากับได้กับได้ จริงมั๊ย
Ico48
Monly (Recent Activities)
07 December 2010 21:12
#62191
  • ที่บันทึกมานั้น ถูกทั้งหมดเช่นกันค่ะ  แต่เพิ่มเติมอีกประเด็นคือ หากน้องใหม่มีโอกาสได้แสดงศักยภาพ ไม่ว่าเวทีอะไรก็ตาม ขอให้น้องได้แสดงศักยภาพออกมาให้เห็น และอย่ากลัวจนเกินเหตุ   และอย่าคิดว่า เป็นการทำให้น้อง ๆ รู้สึกอึดอัด  ให้คิดในเชิงบวกว่า เป็นสิ่งที่ดี ๆ ที่ผู้ใหญ่ได้หยิบยื่นมาให้  ซึ่งได้มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า น้อง ๆ คนนี้ทำได้เช่นกัน
Ico48
Marky (Recent Activities)
08 December 2010 09:13
#62204
ขอบคุณพี่ต้อยตีวิดกับพี่มอนลี่ค่ะ  ที่น้องเขียนมาอาจยังไม่สมบูรณ์แบบ  เพราะการเรียนรู้ยังต้องเกิดขึ้นต่อไป  และปรับแก้มันต่อไปค่ะ  ที่สำคัญยังต้องรบกวนขอคำแนะนำและข้อชี้แนะหลายๆประการจากพี่ๆทุกคนค่ะ 
Ico48
ปราณี (Recent Activities)
08 December 2010 09:59
#62209

น้องแหม่มเขียนได้ดีมากเลยค่ะ และขอให้น้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงาน ควรจะนำไปเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติงาน และการอยู่ร่วมกับคนเก่า ๆ (แต่ยังไม่แก่ นะค่ะ)    ......  สู้ ๆ ค่ะ

Ico48
บิวตี้ (Recent Activities)
09 December 2010 15:59
#62238
อีกสิ่งที่ลืมไม่ได้เลยค่ะน้องแหม่ม..ในการทำงาน คือ การมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมงาน และผู้อื่น.. ควบคู่กับกับการเรียนรู้..เข้าใจเขา เข้าใจเรา จะได้ทำงานกันอย่างมีความสุข ^^

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.230.154.129
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ