นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2881
ความเห็น: 1

เมื่อคุณท้อแท้

 

            ถ้าคุณหรือคนข้างกายของคุณที่มีร่างกายครบ 32 ท้อแท้  และท้อถอยและไม่มีแรงจะลุกขึ้นสู้ต่อ  จงมาทำความรู้จักกับคนเหล่านี้.......

          

ในปี 2000 เนื่องจากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้สาวน้อยที่ชื่อว่า "เฉียน หงเยี่ยน" ต้องทำการผ่าตัดขาทั้งสองขา และต้องดำรงชีวิตด้วยการใช้ลูกบาสเก็ตบอลในการเคลื่อนที่ จนทำให้มีสมญานามว่า "สาวน้อยบาสเก็ตบอล"              
      เธออาศัยอยู่ในมณฑลยูนนาน และได้เข้าการฝึกอบรมว่ายน้ำในโครงการนักกรฬาพิการของมณฑล ในการฝึกซ้อมครั้งนี้มีทั้งหมด 3 คน แต่เธอเป็นคนที่มีผลบงานการฝึกสอบดีที่สุด เธอมีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักกีฬาว่ายน้ำให้ได้

 

~ ปะยางด้วยสองเท้า..ยอดคนสู้ชีวิต ~

 

 คนทั่วโลกต่างรู้จักคนนี้ดี

        ย่างก้าวชีวิตของเราแต่ละคนล้วนมีอุปสรรคและสิ่งท้าทายเข้ามาอยู่เสมอๆ บางคนก็สามารถก้าวพ้นความลำบากนั้นไปได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายคน ที่กำลังพยายามต่อสู้ต่อไป แม้จะเหนื่อยล้ามากเพียงใดก็ตาม แต่ถ้าใครกำลังท้อแท้และสิ้นหวัง หรือหมดกำลังใจแล้ว ลองมาดูเรื่องราวของ "นิค วูจิซิค" หนุ่มพิการชาวออสซี่คนนี้ดูสิคะ แล้วคุณจะรู้ว่า ยังมีคนอีกมากที่ลำบากกว่าเรา



        " นิค วูจิซิค" (Nick Vujicic) หนุ่มออสเตรเลีย วัย 26 ปี เกิดมาเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2525 . . . "นิค" เกิดมาไม่ได้สมประกอบเหมือนคนอื่น เขาไม่มีแขนทั้งสองข้าง มีแต่ขาสั้นๆ ข้างเดียวที่มีนิ้วโป้งโผล่ออกมาสองนิ้วเท่านั้น แต่เขาก็ไม่ได้ ปล่อยให้ชีวิตเดินไปตามโชคชะตา และไม่พร่ำบ่นถึงความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเขา  

        "นิค" เป็นคนมองโลกในแง่ดี เขาคิดเสมอว่า ความบกพร่องทางร่างกายของเขา คือการทดลองที่พระเจ้ามอบให้ แม้ว่าคนในครอบครัวของเขาต่างเสียใจที่ "นิค" เกิดมาด้วยสภาพนี้ แต่ "นิค" กลับทำให้ทุกคนได้เห็นว่า เขาเป็นเหมือนคนปกติ มีร่างกายแข็งแรง เพียงแต่ไม่มีแขนและขาเท่านั้น

        " นิค" บอกพ่อแม่ว่า เขาอยากใช้ชีวิตตามปกติ และไม่ต้องการให้ใครมาดูแลเป็นพิเศษ นั่นทำให้ "นิค" ใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาๆ ทั่วไป  "นิค" สามารถต่อสู้กับกฎหมายที่ระบุไว้ว่า ห้ามคนพิการเข้าเรียนในโรงเรียนชั้นนำ_ ได้สำเร็จ ทำให้เขากลายเป็นคนพิการรุ่นแรกๆ ที่ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนระดับแถวหน้า แม้เขาจะต้องเผชิญกับ "สายตา" ของคนอื่นที่มองมา และสื่อให้เห็นว่าเขาเป็นคนแปลกแยก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ "นิค" ท้อถอยแต่อย่างใด เพราะได้รับกำลังใจที่ดีจากครอบครัว ที่คอยกระตุ้นให้เขารู้สึกดี และเข้มแข็งขึ้นนั่นเอง

         ในที่สุด "นิค" ก็ฝ่าฟันอุปสรรคก้าวแรกไปได้อย่างสวยงาม เขาสำเร็จการศึกษา คว้าปริญญาตรีด้านการค้า เอกการวางแผนด้านการเงินและบัญชี มาได้สำเร็จ และเป็นการลบคำสบประมาทของใครหลายๆ คน ที่มองว่า "นิค" ไม่น่าจะทำได้ "นิค" รู้ดีว่า ความสำเร็จของเขาเกิดขึ้นได้ เพราะมีกำลังใจที่ดี และไม่ท้อแท้ นั่นทำให้ "นิค" มีความปรารถนาที่จะแบ่งปันและส่งต่อกำลังใจเหล่านั้น ให้กับเพื่อนมนุษย์ที่กำลังท้อแท้ สิ้นหวัง อย่างที่เขาเคยประสบมาก่อน

        ด้วยเหตุนี้ทำให้ "นิค" ได้เดินทางไปบรรยายสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลก เขาพยายามปลุกให้ทุกคนลุกขึ้นมาต่อสู้ได้อีกครั้งหนึ่ง โดย "นิค" มักพูดเสมอว่า หากวันหนึ่งใครก็ตามที่ล้มและไม่มีกำลังจะลุกขึ้น ไม่มีความหวังเกิดขึ้นอีกแล้ว ขอให้หันกลับมามองชีวิตของเขาที่ไม่มีแขน ไม่มีขา ก่อนหน้านี้ไม่มีใครคิดว่าเขาจะลุกขึ้นมาได้ แต่เขาก็พยายามที่จะลุกขึ้นมา ครั้งแรก ครั้งที่สองสาม … หรือแม้จะเป็นครั้งที่ร้อย ครั้งที่พันเขาจะลุกไม่ได้ แต่หลังจากที่เขาพยายามทำและไม่ท้อแท้ ทำให้ ณ วันนี้เขาสามารถลุกเดินได้สำเร็จ

         "ถ้าผมล้ม…แล้วยอมแพ้ คุณคิดว่าผมจะลุกขึ้นอีกได้ไหม" เป็นคำถามที่ "นิค" ถามกับทุกคน ซึ่งแน่นอนว่า คำตอบคือ "ไม่" แต่วันนี้ "นิค" สามารถพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า ความพยายามและไม่ยอมแพ้ของเขา ทำให้เขาประสบความสำเร็จ ทั้งนี้นิคได้บอกทุกคนว่า หากเราเจออุปสรรคร้ายแรง แล้วเราสามารถลุกขึ้นมาได้ เราจะผ่านมันไปได้อย่างเข้มแข็ง ขอเพียงแค่ให้กำลังใจกับตัวเองเท่านั้น อย่างเช่นที่เขาพยายามทำอยู่ในทุกๆ วัน

อาซ้อผู้ที่ไม่ยอมจับกะลาเเล้วออกหาขอเศษเงินใคร

เเม้ร่างกายพิการก็ไม่เป็นอุปสรรค..หากมีความพากเพียร


ความพิการหาได้เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตพวกเขาไม่ ตรงข้ามกลับเป็นแรงขับให้พวกเขามีชีวิตต่อไปในภายภาคหน้าอย่างมีศักดิ์ศรี และไม่เป็นภาระของสังคม อย่างเช่น "นุ้ย" ธนารี ฟุ้งภิญโญภาพ อายุ 29 ปี บัณฑิตพิการแขน-ขา  ที่ใช้เวลาเรียนที่นิเทศศาสตร์ มสธ.เพียง 3 ปีครึ่ง ด้วยเกรดเฉลี่ย 2.43

พี่คนนี้คนไทยต้องรู้จักบ้าง    

       


         ไม่มีใครเคยได้ยินชื่อ สมศักดิ์ เหมรัญ มาก่อนว่าเป็นใคร มาจากไหน จนเมื่อชายหนุ่มวัย 29 ปี ชาวสงขลาคนนี้ เดินขึ้นเวทีไปโชว์ความสามารถทางด้านดนตรี ด้วยการร้องเพลงเล่นกีตาร์สำเนียงแปลกๆ แต่ไพเราะ สะกดหัวใจคนนับล้านทั่วประเทศ ผ่านรายการ “Thailand’s Got Talent พรสวรรค์ บันดาลชีวิต”

          จากนั้นชื่อของ สมศักดิ์ เหมรัญ ชายพิการแขนลีบ ที่ใช้แขนเพียงข้างเดียวเล่นกีตาร์และร้องเพลงไปด้วย โด่งดังไปทั่วประเทศชั่วข้ามคืน

           ภาพใบหน้าเปี่ยมด้วยความสุข แววตามุ่งมั่น และความสามารถในเชิงดนตรี ตลอดจนเสียงเงียบกริบของคนดูในชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดเสียงปรบมือดังลั่นทั่วฮอลล์ ถูกถ่ายทอดลงเป็นคลิปวิดีโอบนโลกไซเบอร์ ยอดผู้ชมทะลุเป็นหลักแสนไปเพียงชั่วข้ามคืน

          นี่คือชายพิการผู้เอาชนะขีดความสามารถทางด้านร่างกาย เต็มเปี่ยมด้วยศรัทธาในหัวใจที่ไม่เคยยอมแพ้

         ทันทีที่เพลง “ศรัทธา” ของวงหิน เหล็ก ไฟ ถูกบรรเลงผ่านนิ้วไม่กี่นิ้วบนแขนข้างเดียวของชายหนุ่มหน้าตาธรรมดา น้ำเสียงก็ไม่ได้วิเศษเลิศเลอกว่านักร้องทั่วไป แต่กลับสะกดใจคณะกรรมการ และผู้ชมทั้งฮอลล์ รวมทั้งสายตานับล้านๆ คู่ทั่วประเทศ จากเสียงเงียบงันด้วยความตกตะลึง กลายเป็นเสียงร้องคลอตามให้กำลังใจ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการยืนลุกขึ้นปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว

        “ผมดีใจมากๆ ครับ ภูมิใจที่สุด วันนี้ผมไม่ได้แค่มาแสดงความสามารถ แต่ผมมาเพื่อให้กำลังใจคนอื่นด้วย”

         สมศักดิ์ เหมรัญ เป็นชาว จ.สงขลา วัย 29 ปี ผู้สมัครเบอร์ 142912 ผ่านเข้ารอบไปอย่างสวยสดงดงาม นับเป็นการประเดิมเทปแรกของรายการไทยแลนด์ก๊อตทาเลนต์ รอบคัดเลือกโซนภาคใต้ ที่เรียกเรตติ้งคนดูได้พุ่งกระฉูดจริงๆ

         หลังเสร็จสิ้นการออกอากาศในคืนนั้น ชีวิตของหนุ่มปักษ์ใต้หัวใจนักสู้รายนี้ก็เปลี่ยนไปชั่วข้ามคืน คลิปวิดีโอสั้นๆ ไม่กี่นาทีถูกถ่ายทอดลงบนเว็บไซต์ต่างๆ มีผู้คลิกเข้าไปชมเป็นแสนครั้ง จนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์

         เขาเป็นคนสงขลาโดยกำเนิด เติบโตมาในครอบครัวมุสลิม ประกอบอาชีพทำสวนยาง ฐานะพออยู่พอกิน เป็นลูกคนสุดท้องจากพี่น้อง 3 คน เส้นทางชีวิตก็เป็นไปตามประสาลูกผู้ชายทั่วไป เรียนหนังสือ เล่นกีฬา จีบสาว เฮฮากับเพื่อนฝูง ด้วยความที่เป็นคนรักเสียงเพลง เขาจึงหัดเล่นและฝึกฝนกีตาร์ จนเริ่มมีฝีไม้ลายมือใช้ได้ ความฝันลึกๆ ในใจของเด็กหนุ่มผู้นี้ก็คืออยากสอบเข้าวิทยาลัยพละศึกษา ตกกลางคืนก็เล่นดนตรีตามผับหาเลี้ยงชีพ

         เเล้วคุณหล่ะที่ร่างกายครบ 32 คงไม่ต้องรอให้ส่วนใดส่วนหนึ่งขาดหายไปก่อนน๊ะ..ถึงจะค่อยลุกขึ้นมาสู้ ใหม่.....สู้เถอะค่ะ  เพราะอย่างน้อยสิ่งที่มีเหมือนกันทุกคนคือเวลา 24 ชั่วโมงที่จะใช้มันทำอะไร  และลมหายใจที่ร่วมใช้อากาศโลกร่วมกันกับเพื่อนร่วมโลกคนอื่น ๆ 

Sections: Miscellaneous
License: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
created: 05 October 2011 09:33 Modified: 05 October 2011 09:34 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People who like this: Ico24 คนธรรมดา, Ico24 บิวตี้, and Ico24 ใยมะพร้าวน้องใยไหม.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
บิวตี้ (Recent Activities)
05 October 2011 13:28
#69398

มาให้กำลังใจด้วยค่ะ น้อง Marky ^_^

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.238.248.103
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ