นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 4770
ความเห็น: 0

เอาใจเขามาใส่ใจเรา: คุณสมบัติหลักของการให้บริการ

ถ้ากลับกันให้เขาเป็นฝ่ายให้บริการ แล้วเราไปขอใช้บริการจากเขา เราอยากให้เขาทำตัวอย่างไรในการให้บริการเรา...คิดได้แล้ว list ไว้ในกระดาษ แล้วย้อนกลับมาดูว่าตัวเองทำได้เท่าที่ตัวเองต้องการได้รับจากคนอื่นแล้วหรือยัง?

 

 

 

                  การรู้จัก "เอาใจเขามาใส่ใจเรา" หมายถึง รู้จักคิดถึงใจคนอื่น เห็นใจคนอื่น และคิดเปรียบเทียบดูว่า ถ้าเราเป็นเขา เราจะรู้สึกอย่างไรถ้ามีคนมาปฏิบัติหรือพูดกับเรา ในแบบที่เรากำลังจะทำหรือพูดออกไป

                   ในสังคมปัจจุบัน ผู้คนมีความคิดความเห็นแตกต่างกันออกไป จนไม่อาจจะจำแนกแนวความคิดต่างๆได้อย่างชัดเจนอีกต่อไป เพราะต่างคนก็ ต่างพื้นเพ ร้อยพ่อพันแม่ กันมา จะให้ คิดเหมือนๆกันไปหมดคงจะเป็นไปไม่ได้

                   ถึงแม้ว่าการศึกษาที่พยายามจะปั๊มเด็กและเยาวชนให้เดินไปตามทาง เดินอันแสนสวยงาม ที่เหล่าผู้ใหญ่พากันหวังดีพยายามขีดเส้นให้เดินไป แต่ด้วยระบบการศึกษาที่ยอดเยี่ยมที่สุด(ในการสร้างนกแก้วนกขุนทองล่ะมั๊ง) ตามคำกล่าวอ้างที่เวลาปฏิรูปการศึกษาหนึ่งครั้งก็มักจะได้ยินเสมอๆ นั้น กลับได้เหล่าเด็กและเยาวชนที่มีบางคน บางส่วนคิดแตกต่างกันออกไป โดยรวมส่วนใหญ่อาจจะได้ บุคลากรที่มีคุณภาพ (ตามสายตาเหล่าผู้ใหญ่) แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่า คนส่วนใหญ่นั้นจะไร้ซึ่งความคิดไปซะทีเดียว และแน่นอนด้วยว่าย่อมมีความคิดที่แตกต่างกันออกไป  เมื่อความคิดติด ตัวที่มีความหลากหลายและแตกต่างกัน ย่อมเกิดการถกเถียง โต้แย้ง ไม่มากก็น้อย ไม่แยกแยะสถานที่ไม่ว่าจะตามสภาสูง (ของบุคคลระดับสูงที่ถือว่าเป็นผู้นำองค์กรขนาดใหญ่)  สภาล่าง ยันสภาโจ๊ก และสภากาแฟ  หรือแม้แต่สภานักเรียน (ตัว Marky เองเคยเป็นประธานนักเรียนตอนที่เรียนชั้นมัธยมค่ะ  เลยมีประสบการณ์ตรงนี้เต็ม ๆ)

                คำพูดหนึ่งที่อยากกล่าวให้ทุกคนยึดถือไว้ก่อนที่จะพูดหรือจะทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับคนอื่น  คือ เอาใจเขามาใส่ใจเรา จะทำให้ เข้าใจอะไรได้ดีขึ้น แต่ทว่าแท้ที่จริง การที่คนๆหนึ่งพยายามที่จะบอกว่า เอาใจซึ่งในที่นี้หมายถึงความคิดความรู้สึก ของคนอีกคนหนึ่งมาคิดนั้น ผลลัพธ์มันย่อมได้ไม่เท่ากันแน่นอนด้วยปัจจัยต่างๆ  คำกล่าวนี้ อาจจะใช้ได้ ในช่วงหนึ่งๆ ที่คนเรามีความคิดแบบเดียวกัน สังคมที่มีความหลากหลายน้อย ผู้คนมองภาพแล้วเห็นเป็นภาพเดียวกัน และย่อมนำไปสู่ผลลัพธ์เดียวกันได้ เกิดเป็นความเห็นอกเห็นใจกันเพราะ มีจุดร่วมความคิดความรู้สึกเดียวกัน  แต่เมื่อยุคสมัยใหม่มันเปลี่ยนไป  ผู้คนเต็มไปด้วยความหลากหลายทางความคิด ความรู้ รูปแบบการใช้ชีวิต คำกล่าวนี้อาจจะต้องปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยแล้วกระมังคะ

                  ในสมัยใหม่นี้ ด้วยปัจจัยที่แตกต่างกันที่กล่าวมาข้างต้น ถึงแม้ว่าเราจะเอาใจของคนอื่นมาคิด มาใส่เท่าไรก็ตาม แต่เราไม่ได้ ขจัดใจหรือความคิดของเราออกไปเลย นั่นย่อมหมายถึงการพาไปสู่การพยายามคิดว่าถ้าเป็นเขา เราจะรู้สึกเช่นไร ด้วยความคิด ความรู้สึกและเหตุผลของเรามากกว่า และนั้นก็มีให้เห็นอยู่เสมอๆ เพราะคนมัก เอาใจ(ความคิด)เราไปใส่ตัวเขา มากกว่า ซึ่งมันไม่เหมือนกันนะคะ  เอาใจเขามาใส่ใจเรา  ไม่ใช่เอาใจเรา (ความคิดเรา) ไปใส่ใจเขา  เพื่อให้เขาเป็นแบบที่ใจเราต้องการ  และเมื่อเราเอาใจเราไปใส่ตัวเขาแล้วมันก็จะเป็นเรื่องของการคิดแทน คิดเอง เออเอง ว่าสิ่งนี้เราว่าดี ในสายตาเรา เรากระทำแบบนี้เราก็เห็นว่าดี ดังนั้นเขาก็ต้องคิด ต้องรู้สึกเช่นเดียวกับเรา กลายเป็นอีหรอบนั้นไปมากกว่า

                เหล่าคนที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้มีการศึกษามักจะคิดด้วยห้วงความคิดของเขา การจะเอาใจชาวบ้านมาใส่แล้วให้คิดเหมือนกันคงเป็นไปไม่ได้  แต่ในมุมกลับกันชาวบ้านจะเอาใจผู้มีการศึกษามาคิดก็ไม่มีทางเหมือนกันได้  รวมทั้งเหล่าผู้ปกครองประเทศก็มักจะคิดแทนและไม่เคยเลยที่จะคิด เอาใจเขามาใส่ใจเรา ก็จะมีเพียงแค่การเอาใจเราไปใส่ตัวเขาบ้างเป็นครั้งคราว แต่ด้วยความรู้ความสามารถ ความมีคุณธรรมอันสูงส่งของคนเหล่านั้นเราก็จะได้เพียง ความคิดของเขามากกว่าที่จะได้รับ ความคิดที่ส่งผ่านจากความต้องการของประชาชน อ้าว....เอาล่ะสิ...ชักออกนอกเรื่องไปเข้าห้องตารางเข้าไปทุกที....กลับมาเข้าประเด็นของการให้บริการดีกว่า

                  ไม่ใช่ว่า การเอาใจเขาใส่ใจเรา มันผิด แต่ที่กล่าวคือ ในความเป็นจริงแล้วผู้คนทำเพียง เอาใจเราไปใส่ตัวเขา ไม่ได้ ก้าวพ้นกรอบจุดที่ว่าไปการที่จะเอาใจเขามาใส่ใจเรานั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายอย่างที่คิด เพราะว่าต้องอาศัยการเอาใจใส่ไปถึงพื้นฐานทางความคิด การตัดสินใจ พื้นเพการใช้ชีวิต สภาพแวดล้อมที่คนๆนั้นเป็นอยู่ปัญหาต่างๆที่คนๆนั้นประสบอยู่ ไม่ใช่เพียงแค่การคิดเอาใจไปคิดแทนแบบหยาบๆ แบบที่ผู้คนใช้กันอยู่หรือ ในแบบที่คนรู้จักแต่ไม่ใช้และไม่เคยคิดจะใช้
ความคิดให้ลึกกว่าแค่ที่ผิวนอก ปอกเปลือกที่เคลือบอยู่ออกไป ทำความเข้าใจถึงแนวความคิด ความรู้สึกความเป็นมาต่างๆของคนที่เราต้องการจะเอาใจของเขามาใส่ ถึงแม้ว่าจะไม่มีทางที่จะเหมือนกันไปได้ แต่ก็น่าที่จะทำให้เข้าใจและเข้าใกล้ความเป็นตัวตนของเขามากขึ้น แล้วถ้าถึงจุดนั้นก็จะนำพาไปสู่ คำว่าเอาใจ(ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของ) เขามาใส่ใจ (ความคิดความเข้าใจในความเป็นเขาของ) เรา และย่อมทำให้เกิดจุดร่วมทางความคิด ทางความรู้สึกได้ดีขึ้นเป็นลำดับไป  หรือคิดง่าย ๆ ก็คือถ้ากลับกันให้เขาเป็นฝ่ายให้บริการ  แล้วเราไปขอใช้บริการจากเขา  เราอยากให้เขาทำตัวอย่างไรในการให้บริการเรา...คิดได้แล้ว list ไว้ในกระดาษ  แล้วย้อนกลับมาดูว่าตัวเองทำได้เท่าที่ตัวเองต้องการได้รับจากคนอื่นแล้วหรือยัง?  ถ้ายัง...ข้อไหนที่ยังทำไม่ได้ให้ย้อนกลับมาถามตัวเองว่าถ้าไปขอใช้บริการของคนอื่นแล้วเค้าไม่ทำสิ่งนั้นกับ....แล้วเราจะรู้สึกอย่างไร  คิดได้แล้วจะได้เริ่มลงมือทำ....หรือทำใจ..ไม่อยากได้จากคนอื่น  ก็ในเมื่อตัวเองยังทำไม่ได้...คนอื่นเค้าก็คงยากที่จะทำเหมือนกัน....

             การพัฒนาของงานเริ่มจากบุคลิกของคนทำงานนะคะ....ถามตัวเองดูว่าวันนี้ตั้งแต่มาทำงานคุณเริ่มยิ้มให้คนอื่นตั้งแต่ตอนไหน  แล้วเปรียบเทียบวันไหนที่ยิ้มเร็วกับวันที่ยิ้มช้าวันไหนมีความสุขในการทำงานมากกว่ากัน?...ยิ้มหวาน...พูดจาหวานๆ (พูดไม่เป็นก็แค่สุภาพก็พอค่ะ  เพราะพอใช้คำว่าพูดหวานๆ รู้สึกว่าตัวเองก็ทำไม่ได้เหมือนกัน)  คิดถึงประโยชน์ขององค์กรเป็นหลัก  รับรองแค่นี้ก็สุดแสนจะสุข  สนุกกับงานแล้วล่ะค่ะ  ...

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 08 ธันวาคม 2554 11:45 แก้ไข: 08 ธันวาคม 2554 13:41 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly และ Ico24 น้ำขิง.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.238.248.103
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ