นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1294
ความเห็น: 1

ความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ

       เมื่อวันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2556 เวลา 13.00 - 14.00 น. กลุ่มงานบริการวิชาการ ได้จัดบรรยายพิเศษในกิจกรรมขยายผลหัวข้อ "ความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์" โดย : คุณสุภาพ จันทรัตน์ ภาควิชาการจัดการศัตรูพืชและหัวข้อ "Surface Response and Optimization" โดย : รศ.ดร.อนุชิต ชินาจริยวงศ์   เลยขอยกหัวข้อแรกจากคุณสุภาพ  จันทรัตน์  มาแบ่งปันให้ทุกคนได้ทราบโดยทั่วกันค่ะ

ความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ

            ความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องที่จะต้องมีการให้ความรู้อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำเพื่อการตื่นตัวในสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและผู้อื่นที่ทำงานอยู่ในอาคารเดียวกันหรืออาคารใกล้เคียงรวมทั้งจะต้องเป็นมิตรต่อสั่งแวดล้อม ห้องปฏิบัติการต้องเกี่ยวข้องกับสารอันตรายหลายชนิด ทั้งสารเคมี เชื้อโรค เชื้อจุลินทรีย์ รวมทั้งสารกัดกร่อน ไวไฟ และระเบิดได้ความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องที่จะต้องมีการให้ความรู้อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำเพื่อการตื่นตัวในสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและผู้อื่นที่ทำงานอยู่ในอาคารเดียวกันหรืออาคารใกล้เคียงรวมทั้งจะต้องเป็นมิตรต่อสั่งแวดล้อม ห้องปฏิบัติการต้องเกี่ยวข้องกับสารอันตรายหลายชนิด ทั้งสารเคมี เชื้อโรค เชื้อจุลินทรีย์ รวมทั้งสารกัดกร่อน ไวไฟ และระเบิดได้

1.   อันตรายที่เกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงานให้องปฏิบัติการเป็นอันตรายชนิด  “ ซ่อนเร้น “ คือ ไม่ได้ทำให้เห็นผลในทันทีทันใดแต่เป็นไปได้ในลักษณะสะสมสารอันตรายในร่างกายกว่าจะรู้ตัวว่าเจ็บป่วยต้องใช้เวลายาวนานจนไม่สามารถแก้ไขอะไรได้

2.  การกระทำเพื่อความปลอดภัยในการทำงานมักมีการละเลยอยู่เสมอ จึงต้องมีการอบรมอยู่เป็นประจำเพื่อให้เกิดความตื่นตัวเพราะความปลอดภัยเป็นเรื่องที่ไม่สามรถต่อรองได้

3.  การเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ให้กับนักศึกษาในการทำงานต่อไปในอนาคตจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในระยะยาว

4.  ห้องปฏิบัติการเป็นหัวใจของการวิจัยและการวิเคราะห์ตรวจสอบคุณภาพวัสดุและผลิตภัณฑ์ต้องมีความปลอดภัยและได้มาตรฐานสากลเพื่อให้ได้ผลงานเป็นที่น่าเชื่อถือและยอมรับทั้งในและต่างประเทศ

สิ่งที่ควรทำในกระบวนการสารเคมี

1. ควรเก็บรักษามือและหน้าให้สะอาด

            โดยล้างด้วยสบู่และน้ำใสสะอาดหมดจดทุกครั้งที่แตะต้องกับสารเคมี ( ถ้าได้น้ำอุ่นได้ยิ่งดี ) และควรปฏิบัติให้เป็นนิสัยในการล้างหน้า มือ และแขนทุกครั้งเมื่อมีโอกาสจับถือสารเคมี

2. ควรระวังสารอันตรายต่อระบบหายใจ

            สารที่ใช้กันมากบางตัวเป็นอันตรายต่อระบบหายใจอย่างมาก จึงควรใช้หรือผสมในที่ที่มีระบบถ่ายเทอากาศดี หรือในตู้ดูดควัน ตัวอย่างสารเหล่านี้ได้แก่..Acetyl Chloride, Ammonium hydroxide, BenZene, Bromine, Carbonmonoxide, Chlorine, Formaldehyde  เป็นต้น

3.  ควรปิดฉลากภาชนะใส่สารเคมีให้ชัดเจน

4.  ควรอ่านฉลากก่อนและหลังใช้สารเคมี

5.  ควรจับภาชนะให้ฉลากอยู่ระหว่างอุ้งมือเมื่อเวลาถ่ายสารเคมี

6.  ควรสวมใส่ผ้ากันเปื้อนและถุงมือ

7.  ควรเทหรือรินสารอย่างช้าๆเสมอ

8.  ควรตรวจภาชนะก่อนที่จะถ่ายเทสารลงไป

9.  ควรเทสารละลายที่เข้มข้นลงในสารละลายที่เจือจางกว่า

10.  ควรถือบีกเกอร์โดยใช้มือโอบรอบบีกเกอร์

11.  ควรเก็บสารที่อยู่ในภาชนะใหญ่มากๆไว้ที่ชั้นต่ำที่สุด

สิ่งที่ไม่ควรทำในกระบวนการสารเคมี

  1.  แตะต้องสารเคมีโดยไม่จำเป็น
  2. สูบบุหรี่หรือกินอาหารในบริเวณที่มีสารเคมี
  3. ชิมหรือดมสารเคมี
  4. ใช้สารเคมีที่บรรจุในภาชนะที่มีฉลากป้ายชื่อไม่ชัดเจน
  5. ใช้สารเคมีมากกว่าที่กำหนดไว้
  6. มองลงไปในภาชนะที่มีสารเคมีอยู่
  7. ใช้ปากดูดสารเคมี

หลักเกณฑ์การปฏิบัติทั่วไปเมื่อต้องทำงานเกี่ยวกับจุลินทรีย์

  1.  สวมเสื้อปฏิบัติการ/เสื้อคลุม  ล้างมือก่อนและหลังทำงานกับเชื้อจุลินทรีย์ทุกครั้ง  โดยน้ำยาล้างมือที่ใช้อาจเป็นน้ำสบู่ธรมดาแล้วตามด้วยน้ำยาที่มีคุณสมบัติเป็น disinfectant  เมื่อทำงานกับจุลินทรีย์ก่อโรค  หรือบางทีต้องสวมถุงมือ  แว่นตา  หรือหน้ากากระหว่างการปฏิบัติงาน
  2. ทำความสะอาดพื้นที่บริเวรที่จะทำงานกับจุนลินทรีย์โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อหรือแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์  เช็ดก่อนหรือหลังทำงานทุกครั้ง  และบริเวรที่ทำงานควรมีเฉพาะของใช้ที่ใช้ในการปฏิบัติงานเท่านั้น
  3. ห้ามรับประทานอาหาร  ดื่มน้ำ  สูบบุหรี่ในระหว่างทำงานที่เกี่ยวข้องกับจุลินทรีย์หรืออยู่ในห้องปฏิบัติการ
  4. เก็บขยะหรือสิ่งของที่ต้องทิ้งและที่ใช้แล้วกับจุลินทรีย์ในภาชนะ/บริเวณที่กำหนดเพื่อทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องต่อไป  เช่น  การนึ่งฆ่าเชื้อสารอาหารที่ใช้แล้ว  หรือมีเชื้อเจริญอยู่หรือการแช่เครื่องแก้วในน้ำยาเคมีก่อนล้างทำความสะอาดปกติ
  5. รู้จักเทคนิคและวิธีการที่จะต้องใช้ตามวิธีการจุลชีววิทยาที่ถูกต้อง  เพื่อให้ปลอดภัยจากจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้อง  เช่นหลีกเลี่ยงการใช้ปากสัมผัสเมื่อมีการใช้ปิเปต  หรือเครื่องแก้วต่างๆ
  6. ในกรณีที่มีการทำเชื้อจุลินทรีย์หกหรือตกหล่นบริเวณใด  ให้รีบทำความสะอาดโดยเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทันที  เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของจุลินทรีย์
  7. ควรทราบระดับอันตรายหรือ biosafety level ของห้องปฏิบัติการที่ใช้อยู่  และปฏิบัติตามกฎ  ระเบียบอย่างเคร่งครัด

 

 


ดอกไม้
People who like this: Ico24 Baby, Ico24 DaDa, and 8 others.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ขอลิงค์บันทึกนี้ไปเป็นความรู้ 5ส ห้องปฏิบัติการนะค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.230.154.129
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ