นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1278
ความเห็น: 2

ทำงานอย่างไรให้มีความสุข

พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) จากไทยรัฐ์ออนไลน์ เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2556
 
 
 




         ได้อ่านบันทึกเกี่ยวกับ "ทำงานอย่างไรให้มีความสุข"  มามากแล้ว   แต่เท่าที่เห็น เป็นภาพที่ไม่สะท้อนเหตุการณ์ที่เจอได้มากนัก    ดังนั้นมาดูบทความจากท่าน ว.วชิรเมธี  กันบ้าง  ว่า ท่านได้กล่าวไว้อย่างไร   เนื่องจากตนเองได้ชอบเรื่องราวที่ท่านได้ถ่ายทอดไว้   ไม่ว่าจะเป็นทางโทรทัศน์  หรือจากหนังสือก็ตาม  เป็นเรื่องราวที่เราอาจจะมองข้ามไป  มัวไปอิงในภาพที่โอกาสที่จะเป็นไปได้น้อยมาก   ดังนั้นลองมาอ่านบทความ ที่เป็นแนวคิดในการทำงาน เช่น 

           - ศิลปะการทำงานให้มีความสุข
          - ถ้าไม่ได้ทำงานที่เรารัก จะมีความสุขหรือเปล่า 
            - วิธีการมองเห็นทำอย่างไร ถึงจะมองเห็นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
           - ทำงานที่ชอบแต่เงินเดือนน้อย มองอย่างไรให้เป็นสุข

           - วิธีการแก้ปัญหาในที่ทำงาน ทั้งโดนนินทา โดนกลั่นแกล้ง...?
           - กว่าจะผ่านปัญหาไปได้ ต้องฝึกฝนตัวเองอย่างไร



 
 
ศิลปะการทำงานให้มีความสุข

          1.   ทำงานที่ใจรัก เพราะถ้าเราทำงานที่ใจรักทุกๆ วัน จะเป็นวันแห่งความสุข เราไม่ต้องรอว่าความสุขจะมาถึงเราวันเสาร์-อาทิตย์ แต่ทุกวันที่เราทำงานจะเป็นวันแห่งความสุขของเราเพราะว่าเราทำด้วยความรัก

          2.  ทำงานทุกชิ้นให้เต็มที่ให้ดี เพราะเมื่อเราสร้างงาน งานจะย้อนกลับมาสร้างคน งานคือเวทีแสดงออกซึ่งศักยภาพในการทำงานของเราทุกครั้งที่เราทำงานให้เต็มที่และทำอย่างดีที่สุด คนก็จะเห็นคุณค่าของเราว่ามีมากน้อยเพียงไร ดังนั้นเมื่อเราตั้งใจสร้างงาน งาน 1 ชิ้นก็จะย้อนกลับมาสร้างคน 

         3. ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสเพราะเมื่อเราทำงานด้วยความสุจริตก็ไม่ต้องมานั่งระแวงภัยที่จะตามมาในอนาคตซึ่งเกิดจากการตามจับผิด โดยหน่วยงานของทางการต่างๆ ถ้าเราทำวันนี้ให้ถูกต้องก็ไม่ต้องนั่งกังวลว่าวันวานมันจะผิด

         4.  เป็นนักประสานสิบทิศ อย่ามัวแต่ทำงานจนหลงลืมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ไม่มีใครเก่งอยู่ได้คนเดียว แท้ที่จริงเราจะต้องอาศัยผู้ร่วมงานจากทุกฝ่ายอยู่เสมอ ดังนั้นอย่ามัวแต่ทำงานแต่จงทำคนด้วย เพื่อก่อให้เกิดสภาวะงานก็สำเร็จ ชีวิตก็รื่นรมย์ คนก็สำราญ งานก็สำเร็จ ใครทำงานได้อย่างนี้คนๆนั้นจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในการทำงาน จนกล่าวได้ว่า งานก็สำเร็จ ชีวิตก็รื่นรมย์


ถ้าไม่ได้ทำงานที่เรารักจะมีความสุขหรือเปล่า
        
        ถ้าไม่ได้ทำงานที่เรารัก วิธีคิดที่ดีคือการมองเชิงบวก เวลาเจองานหนักก็ให้บอกตัวเองว่านี้คือการฝึกตัวเอง เวลาเจอปัญหาซับซ้อนก็บอกตัวเองว่ายิ่งปัญหาซับซ้อนเราก็ยิ่งได้เรียนรู้มากขึ้น เวลาเจอเจ้านายที่ละเมียดละไมเหลือเกินก็ให้บอกตัวเองว่า นายที่รอบคอบแบบนี้จะฝึกเราให้สมบูรณ์แบบ


วิธีการมองเห็นทำอย่างไร ถึงจะมองเห็นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า


        คุณสมบัติที่จะเปลี่ยนทุกข์ให้เป็นสุขนั้น มี 2 อย่าง 
        1.  สังเกตหาแง่ดีแง่งามของสิ่งต่างๆ ที่เราทำอยู่่ให้เจอ เช่น งานของพระอาจารย์เป็นงานที่ต้องเดินทางบ่อยมากไปเทศน์ไปสอนตลอด หลายคนก็บอกว่าเหนื่อยมากๆ  ถ้ามาถามพระอาจารย์จะบอกว่ามันเหนื่อยก็จริงแต่มีความสุขมากเพราะได้เดินทางไปทั่วโลก ได้เจอผู้คน ได้พบภูมิประเทศใหม่ๆได้สานสัมพันธ์ใหม่ๆตลอดเวลา

        2. สังเกตแล้วต้องสังกาให้ตั้งคำถาม ว่าเราจะสร้างสรรค์งานที่เราทำอยู่ให้ดีขึ้นได้อย่างไร ถ้าเราถามว่า ทำไม ทำไม ทำไม... ก็จะเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาทุกครั้งไป กาลิเลโอก็ดี นิวตั้นก็ดี ประสบความสำเร็จในชีวิตเพราะว่า เขาชอบตั้งคำถามว่าทำไม นั่นแหละเคล็ดลับในการทำงาน
 
 

ทำงานที่ชอบแต่เงินเดือนน้อยมองอย่างไรให้เป็นสุข

          ถ้าเงินเดือนน้อยก็ต้องลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของเราทิ้งไป แทนที่จะไปเรียกร้องเงินเดือนให้สูงขึ้นกว่าจะได้ก็ช้ามาก ก็ใช้วิธีปรับวิธีในการบริโภคของเราลง ที่จะบริโภคต่างความอยาก ซึ่งเติมอย่างไรก็ไม่เต็มมาบริโภคตามความจำเป็น ดีกว่ามุ่งประโยชน์ใช้สอย อย่ามุ่งประโยชน์ใช้สวย 
          ถ้าเราจับจ่ายใช้สอยในการถือหลักประโยชน์ใช้สวยมีเท่าไหร่ก็ไม่พอ แต่ถ้าเราถือหลักจับจ่ายใช้สอย คือจำเป็นแค่ไหนก็จับจ่ายใช้สอยแค่นั้น พอกินพอใช้ ถึงแม้ไม่รวยแต่ก็ไม่ถึงขั้นตกต่ำย่ำแย่  แทนที่เราจะเรียกร้องเงินเยอะๆ ทำไมเราไม่ลดหรือเปลี่ยนวิธีในการบริโภคของเราแทน บริโภคต่างตัณหาทำให้เรามีเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอใช้ แต่บริโภคตามปัญญาถึงเงินไม่มากมายอะไรแต่เราก็มีความสุขตามสมควร...

  

วิธีการแก้ปัญหาในที่ทำงาน ทั้งโดนนินทา โดนกลั่นแกล้ง...?

          ให้ถือซะว่ามารไม่มีบารมีไม่เกิด เวลาที่เราทำงานต้องมีอยู่แล้ว คนแกล้งคนไม่พอใจคนอิจฉาตาร้อนให้เราถือหลักว่า

         1.  มารไม่มีบารมีไม่เกิด 

         2.  สิ่งใดเกิดขึ้นแล้วสิ่งน้ันกำไรเสมอ

         3. อยู่ใต้ฟ้าอย่ากลัวฝน เกิดเป็นคนอย่ากลัวคำนินทา 

         4. ถูกชมก็เข้าท่าถูกด่าก็ไม่เลว เหล่านี้เป็นคติที่พระอาจารย์ใช้ทำงานอยู่เสมอ จึงสามารถรับมือได้ทุกกระบวนท่า

 
 
 
กว่าจะผ่านปัญหาไปได้ต้องฝึกฝนตัวเองอย่างไร
          จะต้องทำตัวให้หนักแน่นดังแผ่นภูผา ลมมาพัดก็ไม่ปลิวไปตามลม ฝนสาดก็ไม่เปื่อยสลาย แดดส่องก็ไม่ละลายไปกับแสงแดด ฉะนั้นทำตัวให้หนักแน่นดั่งแผ่นภูผาเราก็จะอยู่ในทุกสภาวะของชีวิต




ที่มา : ว.วชิรเมธี  จากไทยรัฐ์ออนไลน์  เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2556

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 03 มกราคม 2556 21:43 แก้ไข: 04 มกราคม 2556 10:32 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 ทดแทน, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

หลักประโยชน์ใช้สวย น่าจะเป็นหลักประโยชน์ใช้สอย

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.215.62.41
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ