นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1688
ความเห็น: 8

ฤา จะสิ้นเสน่หา?

ไม่ใช่นวนิยายนะคะ มันคือความพยายามในการเรียบเรียงเรื่องราวความรัก การใช้ชีวิตคู่ ในยุคที่ "กิ๊กเฟื่องฟู" กับ "ฤดูกาลแต่งงาน"

เดือนนี้มีงานแต่งงานกันมาก เขียนไว้ให้น้องๆ ที่แต่งงานมาระยะหนึ่งก็แล้วกัน หรือน้องโด่ง ที่กำลังจะจูงมือเข้าประตูวิวาห์ ในอีก 14 วันนี้จะมาอ่านก็ไม่ว่ากันนะคะ ...

แม้เราจะต่างด้วยกาลเวลาความรักยังพาให้เราพบ-กัน
ชาตินี้-ชาติไหน หัวใจผูกพัน อุปสรรคใดนั้น-ไม่อาจขวางกั้น-รักเรา
ขอเพียงเธอกอด กอดฉันให้นาน กระซิบ-รำพันว่ารัก เบาๆ
และนับจากนี้ ขอมีเพียงเรา จะร้อน จะหนาว-ฉันจะไม่จากเธอไปไหน

ยอม...ฉัน-ยอมตก-บ่วงแห่งรัก-ขอสมัคร รักเธอ-ไม่มีเสื่อมคลาย
แม้...ต้องแลก...ด้วยลมหาย-ใจ...
ก็ไม่หวั่นไหวถ้าได้ตายเคียงข้างกับเธอ...

ขอเพียงเธอกอด กอดฉันให้นาน กระซิบ-รำพันว่า "รัก" เบาๆ
และนับจากนี้ ขอมีเพียงเรา จะร้อนจะหนาว-ฉันจะไม่จากเธอไปไหน
ยอม...ฉัน-ยอมตก-บ่วงแห่งรัก-ขอสมัครรักเธอ-มิมีเสื่อมคลาย
แม้...ต้องแลก...ด้วยลมหายใจ...
ก็ไม่หวั่นไหวถ้าได้ตายเคียงข้างกับเธอ...
ไม่ขอเปลี่ยนใจ แม้ต้องตายเคียง-ข้างกับเธอ

"หวานซะ"  "หวานจริงๆ" ยิ่งฟังยิ่งหวาน

แม้ดิฉันจะแต่งงานมาเพียงครั้งเดียว แต่ก็เรียนรู้ไปทุกๆ วันของการแต่งงานนะคะ

จะว่าไปแล้วการแต่งงานนั้นมี ช่วงเวลาที่เปราะบาง อยู่หลายช่วง

ช่วงแรกคือตอนแต่งงานใหม่ๆ มาอยู่ด้วยกันไม่รู้จะทำตัวอย่างไร ต่างคนต่างเป็นตัวตนมาก่อนอาจต้องเจออะไรแบบไม่คาดคิด ...

ความจริงคือเราเห็นกันไม่หมดตอนก่อนแต่งงาน ก่อนมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน อาจมีบางคู่ "ช๊อค" ที่มาเจอตัวตนจริงหลังแต่งงาน แต่หากเป็นคู่ที่มาจากพื้นฐานความรัก หญิง-ชายต้องดำรงเผ่าพันธ์ ไม่มีอะไรผิดปกติมาก ก็จะผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้

หลายๆคู่ที่ ดิฉันต้องลุ้นว่ามันจะไปกันรอดมั้ยเพราะความต่าง ... ใครที่มีลูกเร็วก็ต้องปันความรับผิดชอบกันดีๆ เพราะเราเพิ่งผ่านพ้นวัยแห่งความอิสระมาก็ ก่อนแต่งเราเห็นกันมุมหนึ่ง แต่พอแต่งงานกันไปแล้วเห็นอีกมุมหนึ่ง หรือเห็นทุกมุมความเป็นผู้ใหญ่อาจจะยังไม่เต็มพร้อม

ช่วงถัดมา (ช่วงหมดโปรฯ) คือเริ่มเบื่อ คล้ายๆ กับว่าอะไร อะไรก็รู้จักกันหมดแล้ว รวมเวลาที่จะอยู่และรู้จักกันหมดเขาว่า 7 ปีแรกของการแต่งงาน
ทุกอย่างเริ่มจะเหมือนเดิม ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ถ้าผ่านไปได้ช่วงนี้ก็จะมีความเป็นเพื่อนกันสูง แล้วความวุ่นวายเข้ามาเยือน มีลูกเต้าต้องเลี้ยงดู สร้างตัวทำมาหามามีคนช่วยกินช่วยใช้ ผ่านช่วงนิสัยฉัน นิสัยเธอ มาเจอนิสัยลูกอีกสักคนสองคน พอได้เจ็บหัว

เป็นความรับผิดชอบ ของคนทั้งคู่ที่จะต้องแบ่งปัน เสียสละความสุขสบายที่เคยมีเคยเป็นเคยได้ ผู้หญิงที่เคยได้รับการตามใจมากๆ ให้เวลามากๆ เวลานั้นก็จะถูกแบ่งปันไปให้ลูก ให้งานที่กำลังเข้มข้นผู้หญิงผู้ชายสมัยนี้ต้องรับผิดชอบหน้าที่การงานเท่าๆ กัน จะปล่อยให้ฝ่ายหญิงรับผิดชอบลูกอยู่ฝ่ายเดียวเพราะเธอเป็นแม่ ก็จะดูโหดร้ายเกินไปนะคะ การงานของทั้งคู่กำลังก้าวหน้า มั่นคง มันคือการวางแผนความรับผิดชอบร่วมกัน

10 ปี ผ่านไป พบว่ามีอยู่ 2 ทางคือ มั่นคงอยู่กันได้อย่างยอมรับกันและกันผ่านกาลเวลามาด้วยกันอย่างพร้อมจะเรียนรู้ รู้จักกันหมดจนไม่มีอะไรจะศึกษากันอีกแล้ว คงเหลือแต่การยอมรับกัน ไม่มีงอนแบบบ้าบอ งี่เง่ากันแล้ว ช่วงนี้เองที่ต้องหมั่นเติมความเสน่หา เติมความรักให้กัน
อีกทางคือ ความชิน ความเฉย ชา ที่เกิดจากการผ่านวันคืนที่ไม่น่าประทับใจซึ่งกันและกัน ความเสน่หาที่มีต่อกันลดลง ลดลง จนกระทั่งไม่เหลืออีกเลย จะเจอกันหรือไม่เจอกัน ก็ไม่เป็นไร  ไม่โกรธกันมีความเป็นเพื่อนเหลืออยู่บ้างแต่หนทางที่จะอยู่ร่วมกันได้อีกยาก ทั้งคู่จึงแอบคิดเสมอว่า จะอยู่ด้วยกันไปทำไม? ฟ่ะ!


สุกงอมได้ที่ทั้งความเข้าอกเข้าใจยอมรับกันแต่ทว่า...มีความชา เฉย ชินเข้ามาครองพื้นที่ทั้งหมด หาเสน่หา หาเจอไม่ แยกจากกันด้วยดีช่วงนี้เองต่างฝ่ายต่างคิดว่าไม่อยู่ด้วยกันก็ได้ อยู่ด้วยกันมันอึดอัด จากตรงนี้เองที่ต่างคนก็ต่างไป...อยู่ตามแบบของตัวเอง....

ใช้คำรวมว่า "ทัศนคติที่ไม่ตรงกัน" เพื่อการเลิกลาที่ไม่มีต้องมานั่งแจกแจงให้ใครฟัง นี่ยังไม่รวม กรณีมีนอกสมรสมาแทรกแซง นะคะ....

หมั่นคุยกัน ดูแลเอาใจใส่ จะทำให้เราไม่หลุดจากกัน เข้าใจ ผูกพันกัน การที่ผู้หญิงเฝ้าถาม เซ้าซี้โน่นนี่นั่นที่ดูเหมือนจะอยากรู้ไปหมด "นั่นคือการหมั่นคุยกัน"  เพราะเธอไม่อยากให้เราหลุดออกจากกัน   ผู้หญิงให้ความสำคัญกับการมีชีวิตคู่ หากแต่งงานแล้วก็จะทุ่มเทมากมีความกังวลถึงอนาคต สารพัด จนยากที่ผู้ชายจะเข้าใจว่าเธอกำลังให้ความสำคัญกับชีวิตคู่ของเธอ
กลับแปลความเป็นการยุ่มย่ามไปซะทุกเรื่องไปและไม่เหลือพื้นที่ความเป็นส่วนตัวให้

ท้าวเองก็ผ่านชีวิตแต่งงานมา 16 ปีแล้วนานมากนานจนเข้าใจ...ทุกข์สุข..ของชีวิตพอควร ... อิ..อิ...

เขียนไว้ให้น้องที่กำลังเจริญรอยตาม พิจารณาเองค่ะ .... มิบังอาจจะสอนใคร

ขอเพียงเธอกอด กอดฉันให้นาน กระซิบ-รำพันว่า "รัก" เบาๆ
และนับจากนี้ ขอมีเพียงเรา จะร้อนจะหนาว-ฉันจะไม่จากเธอไปไหน
ยอม...ฉัน-ยอมตก-บ่วงแห่งรัก-ขอสมัครรักเธอ-มิมีเสื่อมคลาย
แม้...ต้องแลก...ด้วยลมหายใจ...
ก็ไม่หวั่นไหวถ้าได้ตายเคียงข้างกับเธอ...


หวานๆ ก่อน-นอน... 

หมวดหมู่บันทึก: มุมละไม ของใครบางคน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 24 มีนาคม 2557 00:38 แก้ไข: 24 มีนาคม 2557 11:41 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 sunkrub, และ 9 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

อิอิอิ

หวานซะนะคุณพี่

การอยู่ร่วมกันต้องอาศัยความเข้าใจกันและกัน ถ้าเอาฉันเป็นใหญ่ เอาเธอเป็นใหญ่ แบบนี้ไปไม่รอดแน่ ๆ มันคงไม่ใช่ตรงกลาง แต่เป็นเรื่องการยอมรับซึ่งกันและกัน

เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่คน ๒ คนที่มาจากที่ต่างกันมาอยู่ร่วมกัน ไม่เหมือนตอนแรกคบกันใหม่ ๆ

มันไม่มีสูตรสำเร็จว่ามั๊ยท้าวฯ คนที่โชคดีย่อมประสบพบกับความรัก ความเข้าใจ สิเน่หากันไปตลอด

ท้ายสุดชีวิตมันกลับมาตรงที่ว่า "วาง"

เมื่อวางก็จะว่าง เมื่อว่างก็จะบางเบาดุจขนนก

ผมสงสัยเหมือนกันว่าคู่โด่งเขากิ๊กกันตอนไหน

ฮา

ผมพูดไปเรื่อยนะท้าวฯ อย่าเอาเป็นสาระ

อิอิอิ

เราเอง

 

ทำไม เค้าจาหวานมั่งไม่ได้เหรอ...น้อง Shang ของพี่...

อิ..อิ...

ว้าว...กลับมาแบบ"เหนือเมฆ"จังค่ะ ท้าวเรา

Ico48
sompornp [IP: 202.91.19.201]
24 มีนาคม 2557 05:59
#96884

ท่วงทำนองแห่งการใช้ชีวิต

สะท้อนบทเรียนการอยู่ร่วม เพื่อการอยู่รอด

หลายท่านที่อ่านอย่างเข้าใจ

มันจะกระเทือนจิตสำนึกให้กระเพื่อม

เพื่อสลายบางสิ่งบางอย่างที่เก็บซุกไว้

สลายคำถามที่ไม่มีคัำตอบ

ผ่านบทเรียนแห่งบันทึกนี้

ไปสู่ทางเลือกข้างหน้า

โดยมีโอกาสได้ย้อนเอาห้วงเวลาของอดีต

เรียงร้อยล้านเหตุผลเรียบเรียงคำตอบ

แล้วเราจะพบว่าโอกาสแห่งการได้ให้เวลา

ในการพิจารณา

หลายสิ่งสวยงาม...ซ่อนอยู่เสมอ

..........

และแล้วประสบการณ์เริ่มมาตามวันเวลา

เริ่มเล่าความหลังให้เด็กๆ ฟัง ฮิ

เราเคยหวานมากๆ อยู่เหมือนกัน

 

ทุกวันนี้ก็ลดหวานลงหน่อย เพราะนานไปจะเป็นเบาหวาน แต่ความรักอาจไม่น้อยลง และความเสน่หาก็ยังไม่จากหายไป อิอิ

 

"ใจสั่งมา"

 

 

นึกว่าผู้จัดการจะซีเรียส อย่างเดียว คนลักษณ์สามก็โรแมนติกนะ

แหม...พี่ ไอซ์...น้องนี่เจ้าแม่ โรแมนติค เลยนะ(ขอบอก)

555

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.207.106.142
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ