นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1675
ความเห็น: 4

เล่าเรื่อง "สััมมนา ม.อ.2565" ในมุมของดิฉัน (2)

 
เป็็นธรรมดาที่เราจะเห็น ดีเห็นงามไปกับคนที่คิดจะทำสิ่งดีๆ ถ้าเราไม่ใช่คนที่ขวางโลกซะทีเดียว ท่านเริ่มเล่าตาม Format ของ Speach ที่มักมีการขึ้นต้น...ด้วยการบอกว่า...ผมเป็นใครพูดในฐานะอะไร พูดเพื่ออะไรและขอบคุณทีมงานที่จัดการให้มีวันนี้ เป็นความสงสัยในเรื่องการ เขียน Speach

มีคนถามมาอยู่บ่อยๆ ว่า คำแสดงความขอบคุณทีมงานนี่ต้องอยู่ต้นๆ ของการกล่าวหรืออยู่ท้ายๆ ของการกล่าวเปิดงานหรือกล่าวสุนทรพจน์ 
  โดยปกติจะอยู่ท้ายๆก่อนจบคำกล่าว  แต่หากจะยกมาไว้ในตอนต้น ก็ไม่ผิดอันใด หาก...ผู้พูดรู้สึกขอบคุณและอยากจะขอบคุณก่อนตามอารมณ์ความรู้สึกที่เต็ม ตื้นอยู่ในใจ

วันนี้ท่านอธิการของดิฉัน พูดได้อย่างสวยงาม
ท่านขึ้นต้นด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนว่า
วันนี้ผม..พูดแทนทีมบริหารมหาวิทยาลัย
วันนี้...เราจะมาทำอะไรกัน.....เราจะมาร่วมสร้างอนาคต ของ ม.อ. ร่วมกัน
ขอขอบคุณ ทีมงานที่ทำให้เกิดวันนี้
ขอบคุณบุคลากรทุกท่านที่สละเวลามาแสดงความร่วมใจ..และมาเป็นส่วนร่วมของการสร้างอนาคตร่วมกัน

บรรพบุรุษของเราสร้างอดีตเรากำลังอยู่ในยุคปัจจุบัน...และกำลังร่วมสร้างอนาคตให้ของพวกเรา ให้คนรุ่นหลัง ให้สังคม

หากจะเปรียบ ม.อ. เป็นเรือลำใหญ่ ที่จะออกเดินทางไปในมหาสมุทรอันไกลโพ้นเราจำเป็นต้องกำหนดจุดหมายปลายทาง เราจำเป็นต้องมีเข็มทิศ มีเสบียง และที่สำคัญที่สุดลูกเรือทุกคนต้องมีความมุ่งมั่นที่จะไปถึงจุดมุ่งหมาย

ท่านกล่าว ถึงตัวชี้วัดเชิงคุณภาพที่เป็นภาพปัจจุบันของ ม.อ. และพูดถึงสิ่งที่จะทำคู่ขนานกันไป "นิเวศน์ทางสติปัญญา" และ "นิเวศน์ทางจิตวิญญาณ" ท่านเน้นย้ำถึง พระราชปณิธานของสมเด็จฯ พระบรมราชชนกที่เราได้อัญเชิญมาเป็น Motto ประจำมหาวิทยาลัย "ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง"ภาษาอังกฤษว่า "Our Soul is for the Benefit of Mankind"

มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ของเรจะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณค่า มีเกียรติยศ มีความสง่างาม มีศักดิ์ศรี เป็นที่ศรัทธาของสาธารณะเป็นสมบัติอันล้ำค่าของสังคมไทย  "เป็นสถานเลี้ยงคนดีของชาติ"  หนทางที่เราจะไปถึงจุดนั้นได้ทางเดียวคือ  เราทุกคนต้องยึดเหนี่ยวกันไว้ด้วย ...ทุกภาระหน้าที่ของเราจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ ...

นี่คือสิ่งที่ท่านกล่าวใน ช่วง ปาฐกถานำ 1 ชั่วโมงก่อนที่เราจะร่วมระดมสมอง "มองอนาคต ม.อ. 2565" ร่วมกันช่วงหลังพักอาหารว่าง รายละเอียดที่ท่านพูดทั้งหมด อยู่ในหนังสือเล่มสีน้ำเงิน "ม.อ. 2565 อนาคตที่(เรา) ต้องร่วมสร้าง" ที่แจกในวันสัมมนาครั้งนี้ด้วย

สำหรับดิฉันแล้วอย่างน้อยการสัมมนาครั้งนี้

หนึ่งสร้างความผูกพันของดิฉันไว้กับ ม.อ.
นับแต่นี้ในทุกๆปีที่ผ่านไป...กว่าจะถึง ปี 2565 ดิฉันก็จะมีวันถามตัวเองว่า
เป้าหมายที่เราร่วมคุยไว้ในวันนั้น...ไปถึงไหนแล้ว

สองณะเดียวกันก็สร้างความเข้าใจ ความเปลี่ยนแปลงที่จะมากระทบกับงานดิฉันเพื่อจะไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่มีจิตวิญญาณสาธารณะ

สามบรรจุจิตสำนึกแห่งความดีงามไว้ในหลักสูตร ปฐมนิเทศ พนักงานใหม่และอาจารย์ใหม่
ทุกๆหลักสูตรที่มีโอกาส

สี่CoreCompetency ของมหาวิทยาลัยก็ต้องบรรจุเรื่องราวของการถือประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ข้าไปและแปลงให้เป็นสิ่งที่จับต้องได้  วัดมูลค่าได้...

การประกาศเป็นมหาวิทยาลัยที่มีจิตวิญญาณนี้เป็นเรื่องท้าทาย อย่างยิ่งหนทางที่จะไปสู่....ดูเหมือนจะสวนทางกับกระแสการบริโภค นับถือเงินเป็นพระเจ้าที่คุกคามความเป็นไทยคุณค่าของความเป็นไทยที่มีเอกลักษณ์ความนุ่มนวลและการดูแลผู้อื่น เอาใจใส่ผู้อื่นความละเมียดละไมอ่อนโยนไม่รังแกใครเป็นจุดขายของเรา  "ขายสัมผัสที่อยู่ในใจ"  

ดิฉันชอบโฆษณาของ รัฐบาลที่รณรงค์เรื่องความรักความสามัคคีในชาติที่บอกว่า...เราเป็นประเทศเดียวในโลกที่สามารถเรียกคนนอกบ้านว่า คุณป้า...คุณน้า...คุณยาย...เราเป็นพี่น้องกันทั้งประเทศ 
คุณค่าเหล่านี้เราจะธำรงไว้ ฟูมฟักให้เป็นเลือดของชาว ม.อ. ไม่ว่าจะเป็นบัญฑิตหรือบุคลากรก็ตาม  คือ  "เราจะเป็นคนดีของชาติบ้่านเมือง"...ยากมั้ยคะ 

ไว้เท่านี้ก่อนนะคะ จะมาเล่าช่วงสัมมนาภาคบ่ายตอนที่กำลังจะแปลงคำสวยหรูสู่การปฏิบัติ นี่ซิคะ ดุเดือดเลือดหยด(ในห้องที่ดิฉันอยู่นะคะ)
" อดีต..ปัจจุบัน...อนาคต...เป็นสิ่งที่ต่อเนื่องกันของการกระทำ...ตัดตอนกัน.. ไม่ได้"

มีความสุขกับวันหยุดนะคะ
หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 23 ตุลาคม 2552 14:27 แก้ไข: 23 ตุลาคม 2552 14:49 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

  • จากการได้ที่เข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ ได้ประทับใจและเห็นความตั้งใจของท่านอธิการบดีจริง ๆ ค่ะ ที่ทุกอย่างต้องตอบสนองความต้องการของชุมชนได้  และทุกคนอย่าขาดการเรียนรู้ การดำเนินงานวิจัยต่อทำในลักษณะงานวิจัยประยุกต์ ที่ตอบสนองแก่ชุมชนให้ได้  การเป็นคนดีนั้นเป็นเช่นไร  ขอบคุณ ม.อ. (กองแผนงาน) ที่จัดกิจกรรมดี ๆ ค่ะ
ตามมาเก็บข้อมูลทั้งสองตอนแล้วครับ
  • มาอ่านเอาในบันทึก
  • บรรจุจิตสำนึกนี่แหละเรื่องที่ยากนักหนา
  • มี role model ที่ดีสำหรับเด็กๆ?
  • เราจะสร้างหรือเราจะเลี้ยงคนดีของชาติ?
  • หรือจะ?
เราเอง

 

เข้ามาเก็บประเด็นเพิ่มเติม เพื่อสรุปในภาพรวมค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.235.239.156
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ