นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 3211
ความเห็น: 13

ความสมดุล...งาน...งาน...ครอบครัว

เขียนเป็บแบบฝึกหัดในการสอนการใช้งาน Share.psu.ac.th

สุดยอดของความพอดีคือการจัดสรรเวลาให้ได้สมดุล ระหว่างสรรพสิ่งต่างๆ ที่มีเราเข้าไปเกี่ยวข้อง

ชีวิต...ต้องมีครอบครัว ความหมายของครอบครัว อาจเป็นสามี ภรรยาลูกๆ หรือพ่อ แม่ ญาติโยม หลายครั้งที่เรามักจัดการเรื่องต่างๆ ของครอบครัวแบบมาเป็นลำดับความสำคัญหลังๆ เพราะถือว่าเป็นคนใกล้ตัว คุยกันง่ายและอธิบายกันได้..ยอมรับและรับรู้ความเป็นเรามากกว่าคนอื่นๆ อยู่กันทุกวัน พร้อมที่จะเข้าใจว่างั้นเถอะ

ชีวิต...ต้องมีการงาน...
ความหมายของการงาน คืองาน คนที่ทำงาน งานสังคม ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานหาเลี้ยงชีพหรืองานอดิเรก

ชีวิตต้องมีเวลาส่วนตัว...
เวลาส่วนตัวคืออะไรอันนี้เป็นประเด็นถกเถียงว่าเมื่อตัดสินร่วมหอลงโลงกันแล้วต้องบอกกล่าวรู้กันทุกเรื่อง...ดิฉั้นว่า...เวลาส่วนตัวแม้แต่งงานแล้วก็ควรมีอยู่...เช่นการได้ไปดูหนังในเรื่องที่อยากดูหากบังเอิญสไตล์การดูหนังกับคนที่บ้านแตกต่างเราควรได้ดูในสิ่งที่เราชอบ..และเธอก็จะได้สิทธิ์นั้นเช่นกัน...ความคิดเห็นส่วนตัวก็แล้วแต่ใครจะนิยามว่าส่วนตัวคืออะไร....

ชีวิตครอบครัว...งานตกผลึกเริ่มคงที่..มีตำแหน่งหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง โอกาสที่จะเปลี่ยนงานมีน้อยพร้อมๆ กันนั้นชีวิตครอบครัวก็เริ่มต้นมีลูก1 คน 2 คน เลี้ยงดูให้เขาเจริญเติบโต  เวลานี้เองงานและครอบครัว...ชักจะต้องเบียดกินเวลากันบ้าง..บ้านล้ำเข้าวงงาน วงงานล้ำเข้าวงบ้านบ้างตามความจำเป็น เด็กๆยังอยู่ในวัยที่ต้องอนุบาลกันมากต้องประคับประคองจัดสรรกันดีๆ  ตามเทคนิคเฉพาะตัว เทคนิคของดิฉั้นคือการพาลูกไปซะด้วยกันในรายการที่เอื้ออำนวย...โครงการที่ไม่เคร่งเครียดมาก ผู้จัดการอนุญาติให้พาครอบครัวไปได้ เป็นต้น

ปกติเจ้านายจะเข้าใจในสิ่งนี้ดีอยู่แล้ว..

ในทุกๆปี ที่ทำงานดิฉั้นจะมีการสัมมนากองพร้อมกันปีละ 1ครั้ง ดิฉั้นเป็นคนหนึ่งที่ติดลูกที่ไหนที่พอจะพาลูกไปได้ดิฉั้นจะพาไปเสมอตั้งแต่ลูกคนโตดิฉั้นยังไม่หย่านม(เนื่องจากที่ทำงานดิฉั้นชอบสัมมนาวันเสาร์-อาทิตย์)ดิฉั้นจะวางแผนหาพี่เลี้ยงหรือไม่ก็ชวนพ่อเขาไปด้วยเพื่อดูแลเขาระหว่างการสัมมนา(หมายถึงงานที่พาไปได้แต่ในชีวิตจริง...ส่วนใหญ่จะมีแต่งานที่พาไปไม่ได้.....)

นอกเหนือเวลาสัมมนาก็จะให้เวลากับเด็กๆ รวมถึงได้สร้างความสนิทสนมกันระหว่างลูกๆ ของคนที่ทำงานไปในตัว

ในการสัมมนาปีนี้เองที่ดิฉั้นทำงานตัดสินใจไปในที่ที่ไม่สะดวกสำหรับคนลูกเล็กๆ....ทำให้ตัวเองคิดหนักที่จะไปร่วมสัมมนาครั้งนี้...อยากจะลาป่วยซะงั้น...อยากจะไม่ไปซะเฉยๆบ้างหล่ะจริงที่เดียวถ้าเราเกิดไม่ชอบใจขึ้นมาแล้วเราจะหาเหตุผลมาสนับสนุนการไม่ไปของตัวเองได้ร้อยแปดพันประการสุดท้ายแล้วก็ต้องเอาเหตุผลมากำกับตัวเอง...เพราะเจ้านายหรือคนที่โตแล้วมักจะไม่ฟังเรื่องของอารมณ์ 

สิ่งที่จำเป็นสำหรับการทำงานเพื่อคนมากกว่า 1 คน คือ

1.หากตกลงกันว่าอนุญาติให้ครอบครัวไปได้ สถานที่ที่ตัดสินใจเลือกต้องเอื้อให้ครอบครัวไปอย่างสบาย ปลอดภัย นอนอุ่น

2.แจ้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายสำหรับคนที่จะพาคนพิเศษไปร่วมโครงการและประกาศให้รู้ทั่วกันเพราะคนร่วมโครงการจะได้วางแผนประมาณการในส่วนของตนเอง

3.แจ้งรายละเอียดที่ชัดเจนช่วงเวลาไหนจะทำอะไร...เขียนบอกแจ้งให้ทราบและพยายามกำกับให้เป็นไปตามตารางที่กำหนดเพราะคนเราต้องจัดสรรเวลาที่เป็นส่วนตัวทำภารกิจส่วนตัว....ไม่ใช่ รอ รอ..พร้อมเมื่อไหร่ก็ไปกัน (แบบนี้เจอบ่อย...ที่นี่)

ใส่ใจในรายละเอียดเพิ่มอีกนิด....หลายคนจะมีความสุขขึ้นเพราะในชีวิตเรามีสองอย่างเท่านั้น...คือที่ทำงานกับที่บ้าน

Sections: บริหารทรัพยากรมนุษย์
License: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
created: 17 December 2007 19:30 Modified: 18 December 2007 10:43 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

เรื่องการหาความสมดุลระหว่างชีวิตและงานเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับดิฉันเช่นกันค่ะ พอรู้สึกว่าอันไหนกำลังจะมากไปน้อยไปก็จะเบรกตัวเองและมามองอีกด้านหนึ่งเสมอ เพราะเราเลือกอยากใดอย่างหนึ่งไม่ได้นี่คะ perfect mom ก็อยากเป็น working woman ก็ไม่ยอมพลาด บ่อยครั้งที่ลองนับชั่วโมงที่ได้อยู่กับลูกแล้วมักรู้สึกผิดเสมอ ว่าเวลาของลูกน้อยจังเมื่อเทียบกับเวลางาน ถ้าถูกล็อตเตอรี่ขึ้นมาวันใดก็อยากลาออกไปเป็น full time mom (แต่ก็ไม่เคยซื้อซักที) คงต้องขอใช้เทคนิคของพี่บ้างคือทำสองอย่างในเวลาเดียวกัน (ถ้าทำได้) ค่ะ

 

สวัสดีค่ะ

     ตะหงิด ๆ อยากจะร่วมแสดงความเห็น  แต่เจ้าของบ้าน ยังไม่อนุญาต

    ตอนนี้ประตูบ้านเปิดแล้ว ขอร่วมแขร์ไอเดียด้วยคนนึงนะคะ

     การทำงานกับคนหมู่มาก ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ดังนั้น การกำหนดกติกา มารยาท ในการอยู่ร่วมกัน ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกฝ่ายได้รับรู้ร่วมกันถึงสิ่งที่ต้องทำ และต้องพึงระวัง เพื่อให้เกิดปัญหาได้น้อยที่สุด ซึ่งเรา ๆ ในฐานะคนหน้างานที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาบุคลากร ต้องใส่ใจในเรื่องเหล่านี้  ยิ่งถ้าตั้งเป้าให้มีค่าความผิดพลาดเป็น 0 ได้ย่อมดี

Ico48
s o m p o r n p [IP: 202.28.249.94]
18 December 2007 17:04
#5229

รออยู่เหมือนกันว่าเมื่อไรบันทึกนี้จะเปิดค่ะ

ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายที่ยังครองตัวเป็นโสด การทำงาน ประชุม สัมมนา จึงไม่ค่อยมีปัญหา จึงทุ่มเทกับงานได้เต็มที่

สรุปเค้าเรียกคุณมีบุญหรือเปล่าคะ

อิอิ

ขอแสดงความคิดแหวกแนวค่ะ...ที่ไหนต้องการเรากว่ากัน..เลือกอยู่ที่นั่นค่ะ...ที่ไหนขาดเราไม่ได้กว่ากัน..เลือกที่นั่นค่ะ.. (สำหรับตัวเอง..ครอบครัวมาก่อนเสมอค่ะ..เพราะที่ทำงานมีคนแทนเราได้เสมอ..แต่การเป็นแม่สำหรับลูก..ไม่มีใครแทนได้ค่ะ..) เมื่อถึงวันที่ลูกไม่ต้องการเราแล้ว..(ซึ่งมันจะมาถึงไวกว่าที่คิด)..เวลานั้นก็ยังกลับมาทุ่มกับงานได้นะคะ.. เช่นบางครั้ง ลูกก็บอกว่า คราวนี้ลูกอยู่กับพ่อได้.. เราก็จะไปได้ค่ะ..ขอให้สนุกกับการเลือกนะคะ..^_^

นี่หล่ะค่ะปัญหาของสาวที่ไม่โสดแล้ว มีคนบอกว่าชีวิตนี้ถ้าการงานดี สามีดี ลูกดี ถือว่าเป็นคนที่โชคดีมากๆ ครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับทุกๆคน อย่าทุ่มเทให้กับงานมากจนลืมคนในครอบครัวของคุณ เพราะคุณอาจจะไม่สามารถเรียกคืนสิ่งที่เสียไปได้

องค์กรไม่ใช่ของคุณคนเดียว แต่จงทำหน้าที่ของคุณในองค์กรให้ดีที่สุด คุณก็สามารถช่วยให้องค์กรของคุณก้าวไปสู่การเจริญเติบโตที่ยั่งยืนได้

Ico48
piyanut.k [IP: 192.168.100.112]
19 December 2007 08:36
#5323

เห็นด้วยและชื่นชมกับความคิดเห็นของคุณ kon1kon และป้าเอค่ะ

Ico48
เจนวดี (Recent Activities)
19 December 2007 09:18
#5345

ชอบมากค่ะ ... แบบว่า ..ปลื้มพี่เมตตาเป็นทุนอยู่แล้ว เจอเรื่องนี้ ยิ่งปลื้มใหญ่  เคยเห็นพี่พาลูกเข้าร่วมบางกิจกรรม (นอกสถานที่) ตอนแรกก็สงสัยว่า พี่จะบริหารจัดการเรื่องลูกอย่างไร เพราะต้องทำงานไปด้วย เคยเห็นหลายคนบริหารไม่ดี ลูกกลายเป็นตัวป่วนหรือไม่ก็ทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่ happy  แต่หลายครั้งที่เห็น พบว่า พี่เมตตาเธอสามารถมากค่ะ  เป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการลูกกับงาน ...(เป็นความปลื้มส่วนตัวค่ะ)

Ico48
นู๋ตาล (Recent Activities)
19 December 2007 16:36
#5511
     แค่ย่อหน้าแรก ก็กินขาดแล้ว...เป็นบทสรุปที่ดีมาก ร่วมทั้งสามารถปรับเนื้อหาเข้ากับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขอพ่อหลวงได้อีกด้วยนะทุกคน  @^_^@

^_^

จะรับแนวคิดไปใช้ในการทำงานครับ

Ico48
ICEY_TRM. (Recent Activities)
19 December 2007 17:41
#5534

ก้อเป็นเรื่องที่ดีนะคะ เพราะชีวิตเราก็มีสุข คนใกล้ชิดเราก็พลอยได้รับความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามไปด้วย เพราะน้อยคนที่จะสามารถดำเนินการทั้งงานและครอบครัวให้อยู่ในบริบทที่เอื้อต่อกันได้ แต่หากเราทำได้นั่นคือการสร้างมหากุศลที่โลกลือ เพราะเราช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ที่มีเห็นมากมาย อาทิ การหย่าร้าง ความเสื่อมทางศีลธรรมจรรยา หรือแม้ต่ใจที่หาสุขที่แท้จริงไม่ได้

Ico48
เมตตา (Recent Activities)
19 December 2007 18:16
#5538
ขอบคุณค่ะ ที่มาตามอ่านกัน...เป็นกำลังใจให้กัน จริงอย่างที่คุณ KON1KON ว่า....ลูกกำลังจะโต..ไปเรื่อยๆ อีกหน่อยค่อยมาทำงานชดเชยเอาก็น่าจะได้นา...กลัวจะชินกับการมัวแต่เลี้ยงลูก...งานก็ขี้เกียจทำซะอีกน่ะซิ....ทางออกคือหาสมดุลของตัวเอง...แอบกระซิบลูกๆ ว่าถ้าแม่ทำงานมากไป ลูกก็บอกก็แล้วกัน..นะคะ..หนูน้อย..
Ico48
คุณพ่อผู้รู้สึกผิด [IP: 125.27.133.10]
22 December 2007 15:10
#6354

กินใจครับ   ผมเคยเจ็บปวดหัวใจมาแล้วครับ ....

เคยมีนักปราชญ์ท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้อย่างคมๆว่าชีวิตคนเราเหมือนสามเหลี่ยมด้านเท่าแต่ละด้านประกอบด้วย "Work   life...family  life..and  personal  life "   นั่นหมายความว่าทั้ง 3ส่วนต้องเท่าๆกัน  ชีวิตน่าจะดี  หลังจากเจอประโยคนี้ทำให้ต้องได้คิดว่า  ที่ผ่านมาตัวเองเป็นอย่างไร   ผมเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองขาดความสมดุลไปมาก   ตอนเพิ่งแต่งงานใหม่  เพิ่งเริ่มทำงาน  ยังไฟแรง   ทำงานหนักประกอบกับรู้สึกว่าที่ทำงานผม  เขาเอาการเอางาน  วิชาการจ๋าเลย   และคนโสดเยอะมาก  สภาพแวดล้อมต้องทำงานมาก  ผมละเลยครอบครัว  อยู่ที่บ้านพยายามเลี้ยงดูลูกให้มากที่สุด  มาที่ทำงานพยายามพูดเรื่องครอบครัวให้น้อยที่สุด เพราะเดี๋ยวเพื่อนจะเบื่อและไม่รู้เรื่อง  เราจำเป็นต้องดูแลครอบครัวอย่างไร  เพื่อนๆไม่รู้  อย่าเอาเรื่องครอบครัวมาอ้าง    เวลาผมมีให้กับงานมากกว่าครอบครัว   งานต้องเสร็จก่อน..ครอบครัวมาทีหลัง  ลูกฝากยายบ้างโรงเรียนบ้าง   ครูบอกว่าลูกฉลาดมากนะพูดเก่งมากที่สำคัญ  คิดเก่งมาก   เราเองเห็นก็รู้(แบบไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ)   ก็ไม่เป็นไรลูกเราเก่งอยู่แล้ว   เอางานให้เสร็จแล้วกันเดี๋ยวเจ้านายจะว่าเอาได้    แต่เอ้...เมื่อมองด้วยใจที่เป็นธรรม..ทำไมงานมันถึงมาที่เราเยอะมาก..ทำไมเพื่อนๆถึงงานว่างนั่งตบยุงกัน...หรือว่าถ้าเราทำงานเก่งเป็นที่ไว้วางใจ..มาที่เราแล้วงานจะเสร็จเร็ว..ก็ต้องให้คนนี้แหละทำ..ไม่โวยวายเองนี่  ก็คนอื่นพองานเขาเยอะ  เขาก็โวยวาย  งานไม่เสร็จไม่เป็นไร  ก็เวลามันมีแค่นี้นี่นา...แต่สองขั้นก็ยังได้(ดูเป็นคนขี้อิจฉานะเนี่ย)ถึงเวลา บ่ายสามโมงครึ่งก็ไปรับลูกแล้วก็กลับบ้านไปเลย    แล้วเราล่ะ   ทำไมถึงต้องมานั่งคิดว่าการออกไปรับลูกเดี๋ยวเจ้านายจะว่าเอา  ไม่เคยไปรับลูกตอนสามโมงครึ่งตอนเย็นเลย เพราะเกรงว่าเจ้านายจะว่าเอา  ฝากครูเลี้ยงลูกต่อจนถึงหกโมงเย็น(ตั้งแต่อนุบาล)  พ่อถึงจะกลับมารับ  อนิจจา  ลูกต้องการเห็นหน้าพ่อแม่เร็วๆเหมือนเพื่อนๆเขา..กลับต้องยืนเกาะลูกกรงรั้วโรงเรียนทุกวัน...คอยแล้วคอยอีก  เห็นแต่แม่คนอื่นมารับแล้วก็กลับไป ..คนแล้วคนเล่า    ส่วนพ่อต้องรีบทำงาน กลับมาถึงบ้านพ่อแม่ก็เครียด  ไม่ได้เอาใจลูกเลย  จนโตสิ่งที่เขาควรได้รับการพัฒนาก็หายไป    มันสายไปแล้วที่จะมาดูแลเขาให้ได้ดีอย่างที่ใจคิด   เมื่อแก่ตัวขึ้นเริ่มคิดได้  ชีวิตเรา  จะเอาอะไรกับงานนักหนา  จะไปแคอะไรกับคนโสดที่ไม่เข้าใจเรา   ทำงานก็แค่นั้นเอง  ทำแค่เหมือนๆเพื่อนก็เพียงพอแล้ว    ชีวิตเราไม่ได้มีแต่งาน   เรายังมีชีวิตครอบครัวที่สำคัญกับเรามาก   เราต้องดูแลลูกๆ  เรายังต้องมีความเป็นส่วนตัว  ทางราชการบอกว่า  เราต้องอุทิศเวลาให้กับราชการ  วันเสาร์-อาทิตย์ต้องมาทำงานให้ราชการเมื่อท่านต้องการ   คงไม่ได้แล้ว  เราคงต้องรักษาความสมดุลของชีวิตทั้ง3 ส่วนที่กล่าวแล้ว   ต่อไปนี้ขอมีเวลาให้ลูกบ้าง เพระเขาคือแก้วตาดวงใจที่ต้องถนุถนอม ที่ทำงานผมมักจะกีดกันหลายๆกิจกรรมสังสรรค์ที่ห้ามพาครอบครัวไป ผมก็จะไม่ไป  ถ้าเมื่อไรที่อนุญาตให้พาครอบครัวได้ผมก็จะไป  ก็บอกแล้วไงว่าที่ทำงานผมแห้งแล้งนัก  เพราะคนโสดเยอะ   แต่คนโสดบางคนก็ไม่ได้แห้งแล้งนะพยายามเข้าใจคนมีครอบครัว   แต่หลายๆคนแห้งแล้งน้ำใจ  เพระไม่ค่อยเข้าใจคำว่า"ครอบครัว"  เพราะชีวิตเขาไม่เคยมีคนที่ต้องห่วง....ไม่เคยมีใครที่ต้องรัก ... และไม่เคยมีใครที่รักเขา  ต่อไปนี้ผมจะทำงานให้เต็มที่ เท่าที่ในเวลาราชการ  นอกเวลาราชการขอเป็นของลูกและครอบครัว  พอกันทีสำหรับคำว่าอุทิศเวลาให้ราชการ  ....

Ico48
[[ddlink]] [IP: 101.66.89.246]
11 November 2011 12:15
#71193

classic This is the Cartier watch has reception Chinas young design talent

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.207.106.142
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ