นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

วันสุไลมาน เจะแวมาแจ
Ico64
Mr. Wansulaiman Chewaemachae
Academic Higher Education
Division of Student Affairs at Prince of Songkla University Pattani Campus
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 3

อ่าน: 2694
ความเห็น: 6

สุขที่พอดี

"สุก" เกินพอดีมีตามหม้อข้าวหม้อแกง แต่ "สุข" เกินพอดีนั้นเป็นแหล่งของความลุ่มหลง

สวัสดีครับ

          เปิดเว็บ Share ขึ้นมาก็พบว่ายังมีหัวข้อหลักอยู่ข้างบน นั้นคือการเชิญชวนให้ร่วมกันเขียนเรื่องราวของความสุข บ่งบอกนัยยะสำคัญที่กำลังเกิดขึ้นในสังคม ม.อ. ได้ ๒ ด้าน คือ ที่นี้เต็มไปด้วยความสุข หรือ ที่นี้กำลังขาดความสุข จึงต้องอาศัยการบอกเล่าเรื่องราวดีๆเพื่อเป็นแนวทางของการสร้างสุขร่วมกัน

          หลายปีที่ผ่านมานี้ เราจะพบว่ามีโปรแกรมสร้างสุขต่างๆมากมาย ที่ถูกออกแบบจากประสบการณ์ทั้งในและต่างประเทศจนมาเป็นทฤษฎีหรือต้นแบบของความสุขและส่งเสริมให้นำมาใช้ในองค์กรต่างๆ เพื่อให้เกิดคุณค่าหรือคุณประโยชน์ด้านทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพจากความสุข

          บางครั้งความสุขไม่ได้ถูกกำหนดกฎเกณฑ์ให้อยู่ภายใต้กรอบของมาตรฐานที่เรากำลังศึกษาหรือเรียนรู้กันมาอย่างเดียว หากแต่ความสุขนั้นอยู่ที่เรากำหนดเอง บนพื้นฐานของความเป็นสัจจริงและสังคมให้การยอมรับตามหลักธรรมภิบาล

          ความสุขของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไปตามชุดความรู้ที่ศึกษามาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทำให้เงื่อนไขของการเกิดความสุขนั้นอยู่ในระดับที่แตกต่างกันออกไป  ยกตัวอย่างเช่น ตื่นเช้ามา อาบน้ำ แต่งตัว เหมาะสมตามกาลเทศะ เดินออกไปทำงานแล้วพบกับเพื่อน จากนั้นเขาก็มาทักเราว่า "อ้วนจัง" "ดำจัง" "ผอมจัง" "เชยจัง" (คำเชิงลบ) แค่คำทักทายสั้นๆแบบไม่จริงจังแค่แซวเล่น อาจทำให้คนๆหนึ่งขาดความสุขได้ทั้งวัน จนนำไปสู่การแสวงวัตถุมาบริโภคเพื่อลบความหมายจากคำพูดที่คนอื่นกล่าวมาตีตราเรา

                  
          องค์ประกอบของความสุข จะต้องมีความรู้สึกที่ออกมาจากใจเราด้วยส่วนหนึ่ง เพราะสังคมยังมีค่านิยมของความสุขอยู่กับสิ่งที่สวยงาม สิ่งเป็นแค่เปลือกนอก หรือสิ่งที่สังคมถือว่าใช่แล้ว ถ้าเห็นอะไรแปลกตาหรือแตกต่างจากสังคม ก็จะถูกถากถางให้อยู่ในรูปแบบของความสุขที่คนอื่นกำหนดไว้หรือออกแบบมาให้เราใช้โดยไม่รู้ตัว

          ความสุขที่แท้จริงมีหลายหนทาง ขึ้นอยู่กับการยอมรับและอยู่กับสิ่งเหล่านั้นให้ได้ เพราะมันเป็นความสุขที่เกิดมาจากสิ่งที่อยู่ภายในตัวเราเอง
          สุขที่จะอยู่เพียงเท่านั้น พอแค่นี้ หรือพอเพียงกับความสุขที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ไม่จำเป็นต้องมีเงินมากมาย มีตำแหน่งสูงใหญ่ มีอำนาจล้นพ้น เพราะสุดท้ายทุกคนก็ไม่ได้มีค่าอะไรมากไปกว่านี้ ถ้าหากได้ถอดทุกอย่างออกมา แล้วให้เข้าแถวรวมกัน ณ จุดหนึ่งที่ทำให้ทุกคนอยู่ในสถานะเดียวกัน เช่น บนรถบัส บนเรือโดยสาร บนเครื่องบิน ที่ๆทุกคนจะอยู่ในฐานะเท่ากันหมด เป็นตายเท่ากัน ไม่มีอะไรที่จะช่วยเราได้ นอกจากมิตรภาพและการเสียสละที่ประเมินค่ามิได้

          ความสุขที่พอดี เป็นสิ่งที่เป็นกลางที่สุด น้อยไปก็ไม่ควรเพราะเรายังมีหนทางในการพัฒนาตัวเอง มากไปก็ไม่ดีเพราะกลายเป็นความสุขที่อยู่บนความฟุ้งเฟ้อ

          ทั้งหมดทั้งปวง คงไม่มีความสุขใดจะดีไปกว่าความสุขบนความถูกต้องตามครรลองครองธรรม หากสิ่งที่ได้มานั้นทำให้มีความสุขแต่อยู่บนทุกข์หรือปาปกรรม ความสุขนั้น ย่อมไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง

ขอบคุณครับ

หมวดหมู่บันทึก: มุมละไม ของใครบางคน
คำสำคัญ (keywords): PSU.QWL  ความสุข
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 17 พฤษภาคม 2557 19:55 แก้ไข: 17 พฤษภาคม 2557 20:08 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 คนธรรมดา, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

อ่านจบแล้วได้ข้อสรุปเหมือนที่เรามักจะอ่านเจอในคำคม คติชีวิตทั้งหลายเลยนะคะ ประมาณว่า ความสุขอยู่ที่ใจ เราล้วนๆจริงๆ เหมือนที่เก็บมาฝาก Share ในบันทึก เราทำให้ ความสุข แพร่กระจายได้จริงๆนะ นี่เลยค่ะ

ขอบคุณครับ

ก็เพราะความสุขที่แท้จริงอยู่ที่เรากำหนดเอง นอนอยู่กับบ้านบนเตียงก็มีความสุขได้ หากรู้สึกเหงา เบื่อ ท้อแท้ หรือมีแรงบันดาลใจใหม่ๆ นึกอยากทำอะไรขึ้น ก็สามารถลุกออกไปสู่สังคม เพื่อนฝูง ธรรมชาติ หรือเครื่องมือที่เราต้องการจะทำมัน และเมื่อได้ทำมันแล้วก็ย่อมมีความสุขตามที่เราปราถนา

บางครั้งเราไปติดกรอบความคิดจากสุขที่คนอื่นต้องการหรือมองมายังเรา เขามองว่าเราต้องมีรถ มีบ้าน มีครอบครัว มีงานทำที่ดูดี มีการศึกษาที่สูงขึ้น ต่างๆนานา ที่ล้วนจะแสวงหาแนวทางดีๆให้กลับเรา แต่หารู้ไม่ว่ามันไม่ใช่เลย เขาไม่เคยถามใจเราเลยสักครั้งว่าเราสุขหรือยัง อะไรคือความสุขที่ทุกคนแสวงหา

ในชุมชนห่างไกล แค่ได้มีกิน มีใช้ ไม่โดนรังแก ก็มีความสุขแล้ว แต่ในชุมชนเมืองอาจจะต้องเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากมายเพื่อตอบสนองความสุขที่เกินจำเป็น

หลักการเดิม ความสุขต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องเท่านั้น ถ้ารวยหรือเก่งบนวิถีของการเอาเปรียบก็ย่อมไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง

พี่โอ๋เห็นด้วยนะคะว่า ความสุขของเราไม่ขึ้นกับมาตรฐานของใคร และหากเราไม่ทำอะไรให้ใครเดือดร้อน เราก็ไม่จำเป็นต้องแคร์ใครมากมายว่าเขาจะเห็นด้วยกับความสุขของเราหรือไม่ ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าตัวเราเอง แต่ถ้าเรายังหวั่นไหวไปตามมาตรฐานคนอื่นก็อาจจะทำให้เรามีความสุขน้อยลงได้ค่ะ

พี่โอ๋ก็เคยเป็นสมัยอายุน้อยกว่านี้ ที่เรามักจะกลัวว่าคนอื่นจะไม่เข้าใจเราว่า ความสุขของเรามันง่ายดายเกินไปสำหรับคนอื่นที่มีเกณฑ์มากมาย แต่ตอนนี้อายุมากขึ้น รู้แล้วว่าคนอื่นเขาสนใจตัวเองมากกว่าตัวเราอยู่แล้วค่ะ คำวิจารณ์ของใครๆที่มีให้เราแล้ว เขาก็ไม่ได้สนใจหรอกว่ามีผลยังไงกับเรา เราต่างหากที่ไปเก็บมาคิดมากมาย เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้ก็แค่ฟังแล้วคิดว่าเราเอามาปรับใช้ได้มั้ย ถ้าไม่ได้ก็วางไว้ตรงที่เขาแนะนำวิจารณ์นั่นแหละค่ะ ไม่เก็บมาทำลายความสุขของตัวเราเอง

พี่โอ๋พูดมา ทำให้ค้นพบทฤษฎีใหม่แห่งความสุขแล้ว

Ico48
ถนนเส้นเดียวกัน เดินสวนทางกันทุกวัน [IP: 113.53.188.44]
08 สิงหาคม 2557 23:12
#99418

ชอบบทความนี้ค่ะ อ่านแล้วมีความสุข

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.236.156.32
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ