นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 154
ความเห็น: 0

แนะนำระบบปฏิบัติการ Windows Server 2016 และ 2019 [C]

Window Server 2016 และ Window Server 2019 เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเครื่อง Server ต่อจากรุ่น Windows Server 2012 ใช้ Core GUI เดียวกับ Window 10 ระบบปฏิบัติการสำหรับ Desktop และ Notebook

สวัสดีครับ

บทความนี้จะแบ่งเรื่องออกเป็น 2 ตอน ตอนแรกจะเป็นการแนะนำระบบปฏิบัติการ Windows Server 2016 และ 2019 และตอนที่ 2 จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการอัพเกรดระบบปฏิบัติการ Windows Server 2012 R2 เป็น Windows Server 2019

Window Server 2016 และ Window Server 2019 เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเครื่อง Server ต่อจากรุ่น Windows Server 2012 ใช้ Core GUI เดียวกับ Window 10 ระบบปฏิบัติการสำหรับ Desktop และ Notebook

โดย Window Server 2016 เปิดตัวในงาน Microsoft's Ignite Conference เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2016 [อ้างอิง] และสามารถใช้งานได้ทั่วไปเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2016 นับจากวันนี้ก็เกือบ 3 ปีแล้ว โดยในคราวนี้ Windows Server 2016 ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงฟีเจอร์ภายในมากมาย เพื่อให้รองรับกับการใช้ Server ในหลากหลายรูปแบบในปัจจุบัน

จนมาถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2018 Microsoft ได้ออกระบบปฏิบัติการตัวใหม่ คือ Windows Server 2019 ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากพื้นฐานของ Microsoft Windows Server 2016 มีฟีเจอร์ที่ปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นจากเวอร์ชั่นก่อน

เหตุผลหลัก ๆ ที่ควรอัพเกรดระบบปฏิบัติการให้สูงขึ้นไปก็คือเรื่องระบบความปลอดภัย และระยะเวลาในการซับพอร์ต ลองตรวจสอบวงจรการสนับสนุนโปรแกรมที่ Microsoft Support Lifecycle จากรูป

รูปแสดง วงจรการสนับสนุนโปรแกรม Windows Server

 

จะพบว่า Windows Server 2012 R2 Mainstream Support นั้นสิ้นสุดไปแล้วเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2018 ส่วน Windows Server 2016 Mainstream Support ยังคงมีอยู่จนถึงวันที่ 11 มกราคม 2022 อีกประมาณ 2 ปี 6 เดือนจึงจะหมดการซับพอร์ต ส่วน Windows Server 2019 Mainstream Support จะใช้ได้ถึงวันที่ 9 มกราคม 2024 คืออีก 4 ปี 6 เดือนเลยทีเดียว

*ความหมายของ Mainstream Support และ Extended Support อ่านได้บทความนี้ http://share.psu.ac.th/blog/mytech/41843

 

เหตุผลต่อมาคือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพที่สูงขึ้นของบริการต่าง ๆ เช่น

Internet Information Services เรียกสั้น ๆ ว่า IIS ซึ่งก็คือ Web Server ของค่ายไมโครซอฟต์ (Microsoft)

Version History

  • Windows Server 2012 R2 : IIS เวอร์ชั่น 8.5 เพิ่มประสิทธิภาพจาก Windows Server รุ่นก่อน
  • Windows Server 2016 : IIS เวอร์ชั่น 10.0  มีการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานจาก Window Server รุ่นก่อนหน้า และยังรองรับฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของ Windows Server 2016 ในส่วนของ Windows Containers บน Nano Server, รองรับการทำงาน HTTP/2 แบบใหม่แทนของเดิมคือ HTTP/1.1 เป็นต้น
  • Windows Server 2019 : IIS เวอร์ชั่น 10.0 เช่นเดียวกับรุ่น Window Server 2016

 

.NET Framework คือ รูปแบบการพัฒนาโปรแกรมแบบใหม่ ที่ไมโครซอฟต์ (Microsoft) ได้พัฒนาออกมาแล้วระยะหนึ่ง โดยมีจุดประสงค์สำคัญคือสามารถใช้งานในสภาวะของฮาร์ดแวร์หรือระบบปฏิบัติการ ที่แตกต่างกันได้อย่างไม่มีปัญหา และสามารถพัฒนาโปรแกรมใหม่ ๆ ได้ด้วยภาษาอะไรก็ได้ให้สามารถทำงานร่วมกันได้ (เช่น ภาษา C กับ Java เป็นต้น) รวมถึงเป็นเครื่องมือในการพัฒนาโปรแกรมให้สามารถเชื่อมต่อกับโปรแกรมต่าง ๆ ของไมโครซอพท์ได้โดยง่าย ซึ่งก็รวมไปถึงการทำงานภายในของระบบปฏิบัติการวินโดว์เองด้วย ผู้พัฒนาจึงสามารถพัฒนาโปรแกรมใหม่ๆ ได้โดยง่าย และรวดเร็ว ไม่ติดข้อจำกัดต่าง ๆ อย่างเช่นการพัฒนาโปรแกรมในสมัยก่อนอีกต่อไป

Version History

  • Windows Server 2012 R2 : .NET Framework 4.5.1
  • Windows Server 2016 : .NET Framework 4.7.1
  • Windows Server 2019 : .NET Framework 4.8

 

ส่วนอีกเหตุผลคือ ฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้น เราลองมาดูกันว่า มีอะไรที่น่าสนใจบ้างพอสังเขป ดังนี้

Window Server 2016


 

1. Nano Server เป็นฟีเจอร์ที่ออกมาเพื่อช่วยให้ตัวระบบปฏิบัติการ Window มีขนาดเล็ก และไม่มี GUI ทำให้ลดภาระด้านทรัพยากรของเครื่อง Server ลงไปได้ แต่ก็มีความสามารถด้าน Server ค่อนข้างจะครบครัน และสามารถติดตั้งโปรแกรม หรือ Services ต่าง ๆ เพิ่มได้ ออกมาเพื่อแข่งขันกันระบบ Unix/Linux ที่นิยมทำงานผ่าน Command Line

 

2. ถูกพัฒนามาเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมแบบ Cloud โดยเฉพาะ จึงมีฟีเจอร์ ที่ออกมารองรับกับ Cloud Technology หลายฟีเจอร์ อาทิเช่น

 

  • Hyper-V ที่ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น และรองรับการทำงานแบบ Container
  • Nano Server ที่สามารถนำไปสร้างเป็น Server จิ๋ว ๆ บน Cloud เพื่อใช้งานได้อย่างคุ้มค่าทรัพยากร
  • Shielded Virtual Machine ยกเครื่องระบบความปลอดภัยใหม่ สำหรับ Hyper-V ช่วยให้มั่นใจได้มากขึ้นว่าจะไม่มีช่วงโหว่ที่ร้ายแรงจากตัวของระบบ Virtual Machine เอง

*Hyper-V คือ โปรแกรมสำหรับจัดการ Server Virtualization เทียบได้กับ VMWare

อีกทั้งยังถูกออกแบบมาให้เข้ากันได้ดีกับ Platform Microsoft Azure ช่วยให้สามารถย้ายระบบ Server เดิม ๆ เข้าสู่ Cloud ของ Azure ได้อย่างง่าย ๆ  อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Platform Microsoft Azure ได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/Microsoft_Azure หรือ https://www.thaicreate.com/windows-azure/windows-azure-cloud.html

 

3. Hyper-V รองรับกับ Linux ชื่อดังเกือบทั้งหมด รองรับการทำงานร่วมกับ Linux ชื่อดังเหล่านี้ได้อย่างเต็ม 100% และสามารถเชื่อมต่อระบบ Linux Server เพื่อเข้าใช้งานร่วมกับกลุ่ม Server ที่ใช้ผลิตภัณท์ Microsoft Windows Server ได้อย่างไม่มีปัญหา

 

4. ปลอดภัยขึ้นด้วย Security ใหม่ ใน Windows Server 2016 มีการปรับปรุงระบบ Security ใหม่ในหลายส่วน อาทิเช่น

 

  • Shielded VMs - ระบบที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับ Virtual Machines ต่าง ๆ ในเครื่อง ป้องกันไม่ได้เกิดการละเมิดความปลอดภัยระหว่าง VM ด้วยกันเอง หรือแม้แต่จาก VM เข้ามายังเครื่องแม่ (Host)
  • "Headless" Windows Defender - โปรแกรม Windows Defender ที่ใช้จัดการกับไวรัสต่าง ๆ ในเวอร์ชันที่แถมมากับ Windows Server 2016 ได้มีการเพิ่มความสามารถในการจัดการกับมัลแวร์ รวมทั้งมาในรูปแบบ Headless คือทำงานในลักษณะเป็น Command Service ที่ไม่มี GUI ช่วยให้กินทรัพยากรน้อยลง และตรวจพบปัญหาต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น

 

5. รองรับ Containers แนวคิด Virtual Server ที่กำลังนิยม

Windows Server 2016 ถูกออกแบบมาให้รองรับกับ Cloud Technology โดยเฉพาะ จึงถูกกำหนดมาให้รองรับการทำงานแบบ Containers ด้วย โดยใน Windows Server 2016 มีการรองรับ Containers ถึง 2 แบบคือ

  • Windows Server Container - เป็นการสร้าง Containers บนตัว Windows Server โดยตรง จะเป็นการจัดการสภาพแวดล้อมของแต่ละซอฟต์แวร์ให้ต่างกันไป แต่ยังใช้ทรัพยากรด้านฮาร์ดแวร์ร่วมกัน
  • Hyper-V Container - เป็นการสร้าง Containers แบบที่เรียกว่า super isolated คือแยกทั้งสภาพแวดล้อมของแต่ละซอฟต์แวร์ และแยกทรัพยากรที่แต่ละซอฟต์แวร์จะใช้งานได้ ออกกันอย่างชัดเจน

*Containers คือการกำหนดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสำหรับซอฟต์แวร์นั้น ๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยของตัวซอฟต์แวร์ และป้องกันเรื่องรบกวนกันระหว่างซอฟต์แวร์ต่าง ๆ แนวคิดนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบันอันเนื่องมาจากการพัฒนาของ Cloud Technology เพราะแนวคิดของ Containers ทำให้เราสามารถบริหารจัดการระบบซอฟต์แวร์ได้ง่ายขึ้น คล่องตัวขึ้น

 

Window Server 2019


- ถูกพัฒนาต่อยอดจากพื้นฐานของ Microsoft Windows Server 2016 เพื่อรองรับการทำ Hybrid Cloud ได้เป็นหลัก พร้อมทั้งบริหารจัดการได้ผ่านหน้าเว็บจากผลของโครงการ Project Honolulu และสามารถ Integrate เข้ากับบริการต่างๆ ของ Microsoft Azure ได้อย่างง่ายดาย รวมถึงเน้นการปรับปรุงระบบ Windows Server Container และ Windows Subsytem on Linux (WSL) ให้ดีขึ้นด้วย พร้อมกับระบุว่าใน Microsoft Windows Server 2019 จะรองรับ Kubernetes อย่างเต็มตัวยิ่งขึ้น ส่วนการทำ HCI นั้นก็จะถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน


ตารางเปรียบเทียบฟีเจอร์ของ Window Server แต่ละรุ่น

https://www.microsoft.com/en-us/cloud-platform/windows-server-comparison

 

ส่วนฟีเจอร์อื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงในบทความนี้สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากอ้างอิง

 

กล่าวโดยสรุปคือ

Windows Server 2016 และ 2019 นั้นออกมาเพื่อเป็นการอัพเกรดในส่วนของความปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพของบริการ ซึ่งเป็นวงจรการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามรอบของบริษัทผู้ผลิตอยู่แล้ว ส่วนฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาในเวอร์ชั่นนี้ก็จะเน้นทางด้าน Container, Cloud และระบบความปลอดภัยเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการออก Patch เพื่อปิดช่องโหว่ของระบบเพิ่มเติม เช่น โปรแกรม Windows Defender ที่ออกมาใหม่เพื่อเพิ่มความสามารถในการจัดการกับมัลแวร์ได้  อีกทั้งเพื่อให้รองรับกับการใช้ Server ในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า แนวทางในการให้บริการ Server ต่อไปในอนาคตก็คงหนีไม่พ้นในเรื่องของ Cloud ที่องค์กรต้องปรับเปลี่ยนการให้บริการจากที่เคยซื้อ Hardware หลาย ๆ เครื่องมาบริหารจัดการเอง ต่อไปก็ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องพวกนี้แล้ว เป็นการใช้บริการจากภายนอกแทน รวมทั้งยังมีเรื่องของ Container ที่เป็นการกำหนดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสำหรับซอฟต์แวร์นั้น ๆ ซึ่งก็เริ่มมีผู้ผลิตโปรแกรมสำหรับทำ Container หลาย ๆ แห่งปรากฏขึ้น เช่น Docker, Kubernetes เป็นต้น ส่วน Window Server 2012 R2 ที่ออกมาก่อนหน้านี้จะเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ที่เป็น Virtual Machine ซึ่งก็คือ Hyper-V เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมในช่วงเวลานั้น แต่  Windows Server 2016 และ 2019 ก็ไม่ได้ทิ้งในเรื่อง Hyper-V ไป ยังคงปรับปรุงประสิทธิภาพของ Hyper-V เพิ่มขึ้นด้วย ดังรายละเอียดที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

ในส่วนของศูนย์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เอง มีโปรแกรม Windows Server 2016 และ 2019 พร้อม License ให้บริการด้วยเช่นกัน โดยดูข้อมูลได้ที่ https://licensing.psu.ac.th/microsoft-azure หน่วยงานภายในสามารถดาวน์โหลดและขอ License ไปติดตั้งได้ทันที แต่จากการรวบรวมข้อมูลมาพบว่ายังมีการใช้งานไม่แพร่หลายนัก ถึงแม้ว่า Windows Server 2016 จะออกมาได้เกือบ 3 ปีแล้ว แต่ก็พอเข้าใจว่าในการต้องอัพเกรดระบบปฏิบัติใหม่ ในขณะที่ระบบที่ให้บริการเดิมบน Server ยังใช้งานได้ดี การอัพเกรดก็อาจมีความเสี่ยงที่ระบบเดิมจะให้บริการไม่ได้ด้วยเช่นกัน จึงทำให้มีการใช้งานค่อนข้างน้อยอยู่

 

ส่งท้าย

บทความนี้จะเป็นการแนะนำเรื่องราวและฟีเจอร์เด่น ๆ ของ Windows Server 2016 และ 2019 ซึ่งในตอนต่อไปจะมาแนะนำวิธีการการอัพเกรด Windows Server 2012 R2 ไปเป็น Windows Server 2019

 

อ้างอิง

https://www.businessnewsdaily.com/11021-best-windows-server-2016-features.html

https://www.techxcite.com/topic/27537.html

https://support.microsoft.com/en-us/lifecycle/search

https://www.youtube.com/watch?v=E_5S_iU_o5w

http://share.psu.ac.th/blog/mytech/41843

https://en.wikipedia.org/wiki/Windows_Server_2016

http://en.wikipedia.org/wiki/Internet_Information_Services

http://en.wikipedia.org/wiki/.NET_Framework

https://en.wikipedia.org/wiki/Windows_Server_2019

https://www.microsoft.com/en-us/cloud-platform/windows-server-comparison

https://www.techtalkthai.com/microsoft-windows-server-2019-will-be-released-by-2018

https://licensing.psu.ac.th/microsoft-azure

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ (keywords): Operating System  upgrade  window server 2016  window server 2019
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 27 กันยายน 2562 11:39 แก้ไข: 27 กันยายน 2562 11:41 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
เป็นคนแรกที่ให้กำลังใจ
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

ไม่มีความเห็น
คุณต้องทำการเข้าระบบก่อนแสดงความเห็น