นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 877
ความเห็น: 0

ย้อนอดีตผ่านแชร์ PSU. ตอนที่ 3

ย้อนอดีตผ่านแชร์ PSU. ตอนที่ 3

ย้อนอดีตตอนที่ 3 

     ตอนที่ 3 จะเล่าเรื่องที่มีผู้บันทึกขอมา คือ อยากจะให้ผมร้องเพลงน้ำตาพิมพ์ดีดพร้อมอักเสียงซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือเปล่า เสียงอาจจะไม่เพราะแต่ก็พอฟังได้ อย่างน้อยที่สุดสมัยประมาณ ปี 2522 ผมคนหนึ่งที่เป็นนักร้องประจำวงดนตรีของสโมสรอาจารย์และข้าราชการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สมัยนั้นวงนี้ดังมาก นักร้องและนักดนตรีมีทั้งอาจารย์ หมอ พยาบาล  ข้าราชการและลูกจ้าง ซึ่งบุคลากรของคณะทรัพย์ฯ ก็มีหลายท่าน  ตอนที่ 2  เขียนเพลงไว้ไม่จบ วันนี้จะเขียนให้จบเพลง เพื่อใครจะนำไปร้องเล่นบ้างก็ไม่สงวนสิทธิ์

                    ผมเป็นพนักงานพิมพ์ดีด     นั่งน่าซีดต้องพิมพ์ดีดทั้งวัน

เหน็จเหนื่อยเหงื่อไหลเป็นมัน (ซ้ำ)      พิมพ์จนมือสั่นเพื่อให้ทันเวลา

                    อนิจจาคนพิมพ์ดีด                เป็นชีวิตบริการทั่วไป

อังกฤษหรือภาษาไทย (ซ้ำ)                     ผมก็พิมพ์ได้ตามคำบัญชา

                    พิมพ์ดีดนั้นเป็นงานสำคัญ  คู่กับสารบรรณทุกหน่วยงานไป

เอกชนราชการแห่งใด (ซ้ำ)                  ขาดเสียไม่ได้คือพิมพ์ดีดเอย

                    บันทึกที่ 2 อยากจะให้ผมเล่าถึงเหตุการณ์ครุภัณฑ์หนีเข้าป่า (วัว)  เรื่องมีอยู่ว่า ภาควิชาฯ ได้จัดซื้อวัวจำนวน 10 ตัว ซึ่งเป็นครุภัณฑ์ เป็นวัวพันธุ์เรดซินดี วัวสีแดง ซื้อมาจากสระบุรี ผู้ที่ควบคุมวัวมากับรถบรรทุก คือ นายสัตวแพทย์คำนวณ  นกแก้ว  ซึ่งเป็นสัตวแพทย์ในสมัยนั้น แต่ปัจจุบันท่านย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว  สมัยนั้นท่าน รศ.ดร.พานิช  ทินนิมิต เป็นหัวหน้าภาควิชาฯ ช่วงนั้นเป็นเวลาประมาณ 15.00 น. มีท่าน รศ.ดร.พานิช  ทินนิมิต ผศ.วรวิทย์  วณิชาภิชาติ และอาจารย์ท่านอื่น ๆ  พร้อมคนงานหลายคนไปรอรับวัวที่ฟาร์ม พอวัวลงจากรถจะต้อนเข้าคอก วัวตกใจวิ่งหนีไปทางเนินเขาซึ่งเป็นป่าทึบมาก ปัจจุบันเป็นบ้านพักผู้เชี่ยวชาญ แฟตมีเพียงแฟตเดียว คือ อ.90 ซึ่งอยู่ติดกับภาควิชากีฏะ นอกนั้นไม่มีแฟต แนวอ่างน้ำก็มีสโมสรอาจารย์และเรือนรับรอง นอกนั้นเป็นป่าดงดิบก็ว่าได้ ในจำนวนวัว 10 ตัว จับไว้ได้ 2 ตัว นอกนั้นวิ่งเข้าป่าไปทั้งหมด 8 ตัว ทั้งอาจารย์ ข้าราชการ และคนงานพยายามตามหา ก็ไม่พบประกอบกับเวลาก็เริ่มมืดจึงหยุดการค้นหา

                    ต่อมาวันรุ่งขึ้นก็เริ่มตามหาอีกก็ไม่พบ ทุกคนเริ่มมีอาการเคลียด จำได้ว่า ท่านผศ.วรวิทย์ ได้พูดในที่ประชุมที่ฟาร์มว่าเห็นควรทำบันทึกถึงท่านคณบดีเพื่อรายงานผลตามความเป็นจริง ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้ท่าน ผศ.วรวิทย์ เป็นคนร่างหนังสือ ผมเป็นคนพิมพ์ มีอยู่ข้อความหนึ่งที่ผมจำได้ซึ่งเป็นข้อความที่ทุกคนต่างก็ชื่นชอบเป็นที่ฮือฮามากพอจะคลายเคลียดได้ คือ “เนื่องจากครุภัณฑ์ชิ้นนี้ได้วิ่งหนีเข้าป่าไป สุดวิสัยที่จะตามหา”   ผมจำได้ว่าน้าเอื้อน  สุวรรณคง ซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุดที่ทำงานในฟาร์ม ได้พูดกับท่าน รศ.ดร.พานิช  ทินนิมิตร ว่าน่าจะลองบนบานศาลกล่าวศาลพระภูมิเจ้าที่ซึ่งตั้งอยู่ใต้ต้นพะเนียง(ต้นเนียง) หน้าโรงเรือนแพะ ซึ่งเป็นศาลพระภูมิที่ทำขึ้นเองโดยใช้ไม้  และน้าเอื้อนนับถือมาก ทุกคนจึงตกลงให้น้าเอื้อนเป็นผู้บนบานศาลกล่าว  ซึ่งคำพูดของน้าเอื้อนยังติดหูผมอยู่ทุกวันนี้ คือ “ขอบอกกล่าวถึงเจ้าที่เจ้าทางที่สิงสถิตย์อยู่ที่ศาลพระภูมินี้ได้ช่วยดลบันดาลให้วัวที่วิ่งหนีเข้าป่าไปให้ได้กลับมา  แล้วข้าพเจ้าจะตั้งหัวหมู ไก่ และเครื่องเส้นไหว้ต่าง ๆ ให้ท่านได้เสวยหลังจากได้วัวกลับมา  ซึ่งทุนคนก็เห็นด้วยต่างก็พูดกันว่า “ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่”  แต่ถึงยังไรก็ตาม ทุกคนก็พยายามตามหา โดยการเดินลุยป่าไปตามไหล่เขา สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ งูจงอางมากจริง ๆ  แต่มันก็ไม่ทำร้ายเราเพราะเราไม่ทำร้ายมัน ขอให้เจ้าหน้าที่พัสดุทั้งหลายพึงระวังเป็นพิเศษถ้าครุภัณฑ์ (วัว) ตายมีซากก็พอให้สัตวแพทย์ตรวจสอบได้  ครุภัณฑ์ (วัว) จะได้กลับไม่หนอ ก็ขอให้ติดตามย้อนอดีตผ่านแชร์ PSU. ตอนที่ 4 ต่อไป

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 04 สิงหาคม 2558 14:29 แก้ไข: 06 สิงหาคม 2558 09:07 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 คนธรรมดา, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 35.172.195.82
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ