นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 3533
ความเห็น: 4

ได้รุ่นน้องมาร่วมงานในคณะทรัพยากรธรรมชาติ (ตอน 7)

เมื่อคณะเราได้รับอนุมัติงบประมาณค่าใช้จ่าย และอัตรากำลังบุคลากรประจำปีแล้ว ผมก็ได้รับอนุมัติให้รับโอน และบรรจุใหม่บรรดาศิษย์เก่าเกษตรทั้งที่เป็นอาจารย์รุ่นพี่และรุ่นน้องรวมทั้งรุ่นน้องเกษตรจาก ม.เชียงใหม่ และ ม.ขอนแก่น มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำคณะของเราทั้งหญิงและชายเพิ่มขึ้นทีละคนสองคนทยอยตามกันมาเรื่อย ๆ ตามลำดับ

 

  

          ส่วนทางสายงานสัตวศาสตร์ของคณะเรา  ผมได้ขอร้องอาจารย์ สมเกียรติ ทิมพัฒนพงศ์  เพื่อนอาจารย์ประจำภาควิชาสัตวบาลของ ม.ก. บางเขน ที่สนิทสนมกันมากในสมัยนั้น เพราะผมเองก็เป็นศิษย์เก่าของภาควิชานี้เหมือนกันในสมัยเรียนปริญญาตรี   ผมเรียนไปทำงานไปด้วยที่แผนกไก่ส่วนอาจารย์สมเกียรติเขาเรียนทางสาขาโคนมและทำงานที่แผนกผลิตภัณฑ์นม   ผมทำงานประจำอยู่ที่ห้องฟักไข่ของมหาวิทยาลัยตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 เมื่อครั้งที่ท่านปรมาจารย์หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจเป็นอธิการบดี  ท่านนั่งทำงานที่ห้องทำงานห้องเล็กของท่านที่แผนกไก่มากกว่าที่ห้องทำงานห้องใหญ่ที่ตึกหอประชุมทางด้านถนนพหลโยธิน   พวกเราและประชาชนผู้เลี้ยงไก่สมัยนั้น ขอเข้าพบท่านได้สะดวกมาก  ผมขอให้อาจารย์สมเกียรติช่วยหา ช่วยเลือกรุ่นน้องที่เพิ่งจบใหม่ และยังไม่ได้สมัครไปทำงานที่ไหน  แม้จะยังไม่ทันถึงวันพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตรก็ไม่เป็นไร ขอที่เขาสนใจจะสมัครมาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับผมในการบุกเบิกก่อตั้งคณะทรัพยากรธรรมชาติเป็นสำคัญ  และก็ปรากฏว่ามีรุ่นน้องสาขาสัตวบาลที่เพิ่งเรียนจบระดับปริญญาตรีมาใหม่ๆ สนใจคำชักชวนของผม คู่แรกคืออาจารย์ยุทธนา ศิริวัธนนุกูล  กับ อาจารย์สมเกียรติ  สายธนู  เมื่อได้พบตัวกันและให้คำมั่นต่อกันแล้ว  ผมก็ขอให้น้องทั้งสองคนนี้ช่วยเผยแพร่ข่าวต่อ ๆ ไปอีก อาจารย์หนุ่มคู่แรกที่สุดของภาควิชาสัตวศาสตร์คู่นี้ ได้รับการบรรจุในตำแหน่งอาจารย์ตามวุฒิปริญญาตรีสมัยนั้น ในวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2519 วันเดียวกัน ห่างจากอาจารย์คู่แรกของภาควิชาพืชศาสตร์ 4 เดือน      

 

  

         ในปัจจุบัน (พ.ศ. 2550) น้องทั้งสองคนนี้ต่างดำรงตำแหน่งทางวิชาการระดับรองศาสตราจารย์วุฒิ ปริญญาเอกทั้งคู่ อาจารย์ยุทธนาได้รับเลือกเป็นอาจารย์ตัวอย่างของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ด้านบริการวิชาการประจำปีพ.ศ.2545 ได้รับเลือกเป็นนักสัตวบาลสาขาวิชาการดีเด่นระดับชาติในปี พ.ศ. 2547    ได้รับรางวัลชมเชยในผลงานวิชาการในปี พ.ศ. 2548   และได้รับรางวัลครูภูมิปัญญาไทยภาคใต้ด้านเกษตรกรรมในปี พ.ศ.2549  ในปัจจุบันอาจารย์ยุทธนายังคงปฏิบัติหน้าที่อาจารย์อาวุโส และหน้าที่หัวหน้าโครงการวิจัยการเลี้ยงสุกรด้วยสมุนไพรประจำภาควิชาสัตวศาสตร์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ  ส่วนอาจารย์สมเกียรติเคยได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะทรัพยากรธรรมชาติ ระหว่างปี พ.ศ. 2538-2544  ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัยทักษิณ สงขลา  อาจารย์ทางด้านสัตวบาลคู่ที่สองถัดมาในช่วงนั้น  คนหนึ่งเป็นรุ่นน้องที่เรียนระดับปริญญาโทใกล้จะจบ และทำวิทยานิพนธ์เสร็จแล้ว ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็คือ อ.ศิริชัย ศรีพงศ์พันธุ์ กับอีกคนหนึ่งคือ อ.วรวิทย์ วณิชาภิชาติ ซึ่งตอนนั้นก็กำลังเรียนปริญญาโทที่ภาควิชาสัตวบาล ม.ก. เช่นเดียวกันแต่ห่างกันหนึ่งรุ่น  น้องคู่ที่สองนี้ผมได้พบในวันเดียวกันแต่คนละเวลา และเนื่องจากน้องทั้งคู่ยังไม่พร้อมที่จะมาทำงานได้ในขณะนั้น  ผมจึงให้คำมั่นไว้ว่าถ้าเรียนจบเรียบร้อยแล้วเมื่อไร ก็ขอให้รีบเดินทางลงมาช่วยงานบุกเบิกก่อตั้งคณะของเราที่หาดใหญ่โดยเร็วที่สุด  ผมจะเตรียมสำรองตำแหน่งอาจารย์เอาไว้ให้   อาจารย์น้อง ๆ ทั้งสองคนนี้เมื่อเรียนจบแล้วก็ทยอยมาสมัครเข้ารับราชการที่คณะของเรา  อาจารย์ศิริชัยเรียนจบก่อนจึงมาก่อน และได้รับการบรรจุในตำแหน่งอาจารย์วันที่ 28 มกราคม พ.ศ.2520   ส่วนอาจารย์วรวิทย์นั้น เมื่อเรียนจบแล้วก็มาสมัครตามหลังกันมาห่างกันราว 8 เดือน  อาจารย์วรวิทย์ได้รับการบรรจุในตำแหน่งอาจารย์ประจำภาควิชาสัตวศาสตร์เช่นเดียวกันในวันที่  3  ตุลาคม  พ.ศ. 2520       

           ปัจจุบัน อ.ศิริชัย ดำรงตำแหน่งทางวิชาการระดับรองศาสตราจารย์วุฒิปริญญาเอก และเคยดำรงตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายวางแผน พัฒนา และประกันคุณภาพ  คณะทรัพยากรธรรมชาติระหว่างปี พ.ศ. 2546 -  2547   ส่วน อ.วรวิทย์  นั้น ดำรงตำแหน่งทางวิชาการระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์      และในปี พ.ศ. 2550  ปัจจุบันนี้ อ.วรวิทย์กำลังดำรงตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะทรัพยากรธรรมชาติของพวกเรา     

             ผมวิ่งขึ้นวิ่งล่องอีกหลายเที่ยวเพราะมีน้อง ๆ รุ่นใหม่ ทั้งระดับปริญญาตรีและระดับปริญญาโทสนใจมาติดต่อเพิ่มขึ้น   เกือบทั้งหมดเป็นรุ่นน้องที่ท่านอาจารย์หลายภาควิชาในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ได้กรุณาช่วยคัดเลือกไว้ให้ และส่งข่าวมาบอก  ผมนัดหมายน้อง ๆ ที่ยังมิได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในหน่วยงานใดมาก่อนเหล่านี้ ให้เดินทางลงมาหาดใหญ่พร้อม ๆ กันจำนวนหนึ่ง แล้วรีบดำเนินการบรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งอาจารย์ประจำคณะทรัพยากรธรรมชาติทุกคน

          ในครั้งนั้นเมื่อคณะเราได้รับอนุมัติงบประมาณค่าใช้จ่าย  และอัตรากำลังบุคลากรประจำปีแล้ว   ผมก็ได้รับอนุมัติให้รับโอน และบรรจุใหม่บรรดาศิษย์เก่าเกษตรทั้งที่เป็นอาจารย์รุ่นพี่และรุ่นน้องรวมทั้งรุ่นน้องเกษตรจาก ม.เชียงใหม่ และ ม.ขอนแก่น มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำคณะของเราทั้งหญิงและชายเพิ่มขึ้นทีละคนสองคนทยอยตามกันมาเรื่อย ๆ ตามลำดับ เช่น

       - ผศ.สุมณฑา กุลละวณิชย์   จากคณะศึกษาศาสตร์   
       - อาจารย์อวบ เหมะรัชตะ จากสำนักปกครองและกิจกรรมนิสิต   
       - รศ.ดร.อภินันท์ กำนัลรัตน์ จากภาควิชาพืชไร่
      
- รศ.ไพบูลย์  ธรรมรัตนวาสิก   และ รศ.นงลักษณ์   สุทธิวนิช 
        
จากภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร คณะเกษตร ม.ก.บางเขน  
      
- รศ.ดร.ประเสริฐ ชิตพงศ์ ซึ่งเพิ่งจบปริญญาโทกลับมาจากอเมริกาใหม่ ๆ   
       - รศ.ดร.ยุพินพรรณ (คชเสนี)  ศิริวัธนนุกูล จากกองทัพอากาศ 
      
- รศ.วิไลวรรณ  เจริญคุณานนท์  จากกรมประมง    
      
- รศ.มงคล (ศรีวัฒนะวรชัย) แซ่หลิม บรรจุใหม่ 
      
- ดร.อำนวย  สิทธิเจริญชัย  โอนมาจาก ม.ก.บางเขน
      
- รศ.ดร.สายัณห์ สดุดี  รศ.ดร.วสันณ์ เพชรรัตน์ บรรจุใหม่ 
       
- รศ.ดร.รัตนา (อุทยานุกูล) สดุดี  จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  
      
- ผศ. ดร.ปราโมทย์   แก้ววงศ์ศรี และอาจารย์พรทิพย์  สุวรรณคีรี    

รวมทั้งน้อง ๆ คนอื่นอีกหลายคนที่ได้โอนย้ายหรือลา ออกไปประกอบอาชีพที่อื่นนานแล้วเช่น ดร.ประยงค์ วณิชสุวรรณ    อาจารย์กุลฉวี (ลีละพนัง) กำจายภัย  รศ.สมชาย องค์ประเสริฐ อาจารย์ประไพพรรณ (พรรณเชษฐ์) องค์ประเสริฐ   ผศ.ชาติชาย  ร่มสนธิ์   อาจารย์อธิจิตต์  ตะเวทิกุล   และอาจารย์บุญมี  เลิศรัตน์เดชากุล  เป็นต้น                          

        เรื่องของการขออนุมัติอัตรากำลัง เพื่อบรรจุบุคคลที่เหมาะสมเป็นอาจารย์หรือข้าราชการไทยนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากที่จะได้รับอนุมัติจากทางสำนักงบประมาณมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว  ผมไม่กังวลกับอัตราและตำแหน่งของตัวเองเพราะผมลงมาทำงานที่ ม.อ.หาดใหญ่อยู่แล้ว ไม่หนีไปไหนแน่นอน   ขอเอาอัตราของตัวเองเปลี่ยนไปขออนุมัติบรรจุน้องคนอื่นที่ตั้งใจจะมาช่วยบุกเบิกก่อตั้งคณะของเราเสียก่อน    ระหว่างนั้นก็ทำงานไปในวิธีขอยืมตัวจาก ม.ก.บางเขน มาช่วยราชการที่ ม.อ.หาดใหญ่ไปเรื่อย ๆ โดยยังขอความกรุณาจากทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต้นสังกัดเดิม อนุญาตให้ผมรับเงินเดือนจากทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้อีกระยะหนึ่ง    
จนกระทั่งถึงปี พ.ศ.
2519   ผมจึงบรรจุตัวเองลงในส่วนราชการคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

 

สารบัญประวัติการบุกเบิกก่อตั้งคณะทรัพยากรธรรมชาติ”  ที่ได้บันทึกมาแล้ว 

ตอน 1  http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/9665 

ตอน 2  http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/9772 

ตอนhttp://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/9822 

ตอน 4   http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/9882

ตอน 5
  http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/9934

ตอน 6  http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/10042

 ตอน 7  http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/10208
สร้าง: 18 พฤศจิกายน 2551 21:49 แก้ไข: 23 ตุลาคม 2552 12:54 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

มารออ่านตอนต่อไปค่ะ

เป็นอีกหน้าหนึ่งของการสรรหาบุคลากร ค่ะ

Ico48
เบิ้ม จอบแปด [IP: 58.8.203.133]
20 มกราคม 2556 13:10
#83474

ดีใจและรู้สึกขอบคุณที่มีผู้ที่สามารถรวบรวมข้อมุลเหล่านี้มาเผยแผ่ให้ชาวทรัพยฯได้รู้..ผมเคยคิดมานานแล้วว่า...เราชาวทรัพยากรธรรมชาติทั้งอดีตและปัจจุบันน่าจะร่วมใจกันจัดสร้างรูปหล่อจำลองของบุรพาจารย์ที่เป็นผู้ให้กำเนิดคณะของเรา แล้วตั้งประดิษฐานไว้ที่คณะ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพเชิดชูบูชาในคุณูปการของท่านไว้เพื่อเป็นศุนย์รวมจิตใจและจิตวิญญาณของพวกเราสืบไปนะครับ ส่วนจะเป็นบุรพาจารย์ท่านใดนั้น พวกเราชาวทรัพย์จะต้องร่วมกันพิจารณาครับ......จึงเรียนเสนอมาเพื่อโปรดพิจารณา...หากเห็นด้วยโปรดช่วยกันขยายความคิดนี้ไปสู่ทุกคนด้วยนะครับ /เบิ้ม จอบแปด ๒๗๔๓๐๐๙

ทราบค่ะ และจะดำเนินการ e-mail ถึงบุคลากรคณะฯ ทุกคนให้ค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.207.106.142
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ