นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2947
ความเห็น: 1

ประสบปัญหาในการจัดซื้อรถแทรกเตอร์พร้อมอุปกรณ์ แต่ถูกตัดงบประมาณเหลือเพียงตัวรถแทรกเตอร์ (ตอน 11)

"ถูกตัดงบประมาณออกไปค่อนข้างมากจนแทบจะซื้อได้แค่เพียงตัวรถเท่านั้น หากผมมัวงอมืองอเท้าไม่ดิ้นรนขอความช่วยเหลือจากท่านผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง เราก็คงจะทำอะไรไม่ได้แน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการไถ การพรวนดิน หรือการปรับแต่งระดับพื้นที่ให้ราบเรียบ เพื่อการเพาะปลูกหรือเพื่อการก่อสร้างอาคารเรือนโรง”

 

 

 

 

 

        ในปี พ.ศ.2519  คณะของเราได้รับงบประมาณแผ่นดินเป็นค่าใช้จ่ายประเภทต่างๆ ของเราเองเป็นครั้งแรก  มันเป็นงบประมาณที่นับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนเงินงบประมาณของคณะอื่นๆ ในขณะนั้น  และนอกจากงบประมาณประเภทเงินเดือนแล้ว งบก้อนใหญ่ที่สุดของคณะเราปีนั้นเป็นงบ ประมาณประเภทงบลงทุนในสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจะต้องมีพื้นที่ดินมารองรับการดำเนินการขั้นต่อไปจึงทำให้ที่ผมจะต้องตัดสินใจขอใช้พื้นที่บริเวณตอนบนไปก่อน โดยตั้งใจจะให้เป็นจุดเริ่ม ต้นทางด้านพืชศาสตร์กับทางเกษตรวิศวกรรม  เพราะทั้งสองสายงานนี้ไม่มีสิ่งใดที่จะก่อให้เกิดมลภาวะทั้งทางวัตถุ ทางเสียง และทางกลิ่น   ผมจำเป็นต้องยอมรับเอาพื้นที่ป่ายางส่วนนี้มาเป็นจุดตั้งต้นของคณะเรา โดยขอให้บรรดาน้องๆ ทางฝ่ายภาคสนามช่วยเป็นธุระจัดการโค่นถางป่าให้ เพราะเราไม่ได้ตั้งงบประมาณค่าเหมาจ้างโค่นถางป่าเอาไว้ เราไม่มีเงินงบประมาณประเภทค่าใช้สอยเพียงพอเพื่อการนี้ แต่เราได้รับอนุมัติงบประมาณจัดซื้อรถแทรกเตอร์พร้อมอุปกรณ์จำเป็นมาส่วนหนึ่งแล้ว ทั้งๆที่ได้เสนอของบประมาณเพื่อการจัดซื้อทั้งตัวรถแทรกเตอร์และอุปกรณ์จำเป็นต่างๆครบชุด เช่น ชุดกระจังใบมีดใหญ่ติดหน้ารถสำหรับปาดหน้าดินเพื่อปรับระดับพื้นที่  ชุดไถกระทะ ชุดไถผานหัวหมู และชุดพรวนจานทั้งชนิดสามจานและชนิดเจ็ดจาน  แต่ถูกตัดงบประมาณออกไปค่อนข้างมากจนแทบจะซื้อได้แค่เพียงตัวรถเท่านั้น หากผมมัวงอมืองอเท้าไม่ดิ้นรนขอความช่วยเหลือจากท่านผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง เราก็คงจะทำอะไรไม่ได้แน่ๆ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการไถ  การพรวนดิน หรือการปรับแต่งระดับพื้นที่ให้ราบเรียบ เพื่อการเพาะปลูกหรือเพื่อการก่อสร้างอาคารเรือนโรง

       ผมมีเรื่องย่อที่จะขอบอกเล่าแทรกเอาไว้ในที่นี้ด้วยเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับการเดินทางขึ้นไปปรึกษา ท่านรองศาสตราจารย์พร เรศานนท์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม ม.ก. บางเขน ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาเก่าสมัยที่ผมทำงานอยู่กับท่านที่นั่น   พวกเรารักและเคารพท่านมากเหมือนพี่ชายคนโต ท่านพาไปหาคุณจำนง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของท่านตั้งแต่ครั้งที่ยังเรียนหนังสืออยู่ด้วยกันที่โรงเรียนอัสสัมชัญสมัยก่อน   คุณจำนงเป็นผู้จัดการฝ่ายขายแทรกเตอร์ และอุปกรณ์อื่นๆอีกมากของบริษัทฟอร์ดสาขาประเทศไทย  พวกเรารุ่นน้องๆที่สำนักส่งเสริมฯ ม.ก.บางเขนทุกคนรู้จัก พี่นง ทั้งนั้น  เพราะ พี่นง กับ พี่พร เป็นเพื่อนคู่หูที่สนิทกันมาก   ท่านพูดคุยกันด้วยสรรพนามสมัยพ่อขุนรามกำแหง   รวมทั้งกับพวกเรารุ่นน้อง      ท่านก็เรียกพวกเรา  และพูดกับพวกเราอย่างเต็มปากของคนในยุคพ่อขุนด้วยเช่นกัน  ท่านมักจะชวนพวกเราไปร่วมวง แดดร่ม-ลมตก กับท่านบ่อยๆ    พี่นงยังจำผมได้ หลังจากที่ผมได้เรียนให้ท่านทราบปัญหาเดือดร้อนที่คณะเราได้รับอนุมัติเงินงบประมาณมาไม่พอ    และไม่มีงบหมวดอื่นที่จะขออนุมัติยุบเอางบหมวดนั้นมาใช้แทนได้    เพราะแต่ละงบก็ล้วนแต่มียอดเงินเพียงจำนวนน้อยมาก ยุบเอามากี่หมวดๆก็ยังไม่พอที่จะเอาไปโปะให้กับงบค่าแทรกเตอร์ พร้อมอุปกรณ์สำคัญ     พี่นง ตรวจรายการอุปกรณ์ต่างๆที่คณะเราต้องการพร้อมตัวรถแทรกเตอร์ เมื่อรวมยอดราคาสินค้าแล้วท่านก็อึ้งไปพักใหญ่    ท่านบอกว่าขนาดราคาต้นทุนจริงๆที่ยังไม่ได้คิดรวมค่าขนส่ง  และค่าบริการอื่นๆก็เป็นยอดเงินหลายแสนบาทที่เกินยอดเงินงบประมาณที่คณะเราได้รับ    และฝ่ายขายก็จะลดราคาให้เหลือยอดต่ำสุดยิ่งไปกว่านั้นไม่ได้อีกแล้ว    ท่านปรึกษาหารือกับพี่พรอยู่นาน   ผมเองก็สงบปากสงบคำเอาไว้  คอยจังหวะอยู่ว่าเมื่อไรท่านจะถามแต่ท่านก็ไม่ได้ถามอะไรผมอีก    คงจะเป็นเพราะท่านได้ซักถามผมมาตั้งแต่ต้นไว้ค่อนข้างมากอยู่แล้ว      ผมเห็นท่านเกาคางอย่างไม่รู้ตัวอยู่ครู่หนึ่ง     แล้วก็หยิบโทรศัพท์หมุนเบอร์ไปติดต่อกับคนอื่นอีกสองสามคนอยู่นานทีเดียว     เข้าใจว่าบุคคลที่ท่านโทรศัพท์ไปปรึกษาหารือด้วยนั้นคงจะเป็นฝรั่ง เพราะท่านสนทนากันด้วยภาษาอังกฤษตลอดเวลา   แล้วในที่สุดท่านก็ยิ้มออกและบอกผมอย่างดีใจว่า ให้ผมรีบกลับสงขลาไปเอากระดาษมาให้ท่านแผ่นหนึ่ง แล้วท่านจะคอยช่วยอยู่ทางนี้เอง......

        ผมได้ฟังแล้วงงมาก เนื่องจากตอนแรกไม่เข้าใจ    และกริยาอาการของผมขณะนั้นคงจะเด๋อด๋าห้าแต้มด้วยความที่ไม่เข้าใจคำพูดของท่านไปเป็นแน่ๆ   เพราะพี่นงหัวเราะลั่นแล้วบอกผมใหม่อีกครั้งในใจความว่า ท่านต้องการให้ผมรีบกลับสงขลาเพื่อไปทำหนังสือราชการถึงท่านเป็นภาษาไทยก็ได้     ให้มีใจความว่าคณะของเราเพิ่งเริ่มก่อตั้ง    ยังยากจน    ยังไม่มีรายได้    และได้รับอนุมัติเงินงบประมาณประจำปีมาไม่พอ  จึงขอความกรุณาจากมูลนิธิฟอร์ดให้ช่วยบริจาคอุปกรณ์จำเป็นบางรายการที่เราอยากได้  เพราะเรากำลังคิดจะซื้อแทรกเตอร์ฟอร์ด   เพื่อเอา ไปใช้ที่มหาวิทยาลัยให้เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา     ให้เป็นหนังสือราชการถึงประธานคณะกรรมการ มูลนิธิฟอร์ดผ่านผู้จัดการฝ่ายขายคือตัวท่าน......... ให้ผมรีบกลับไปทำหนังสือราชการนั้นเอาไปให้ท่านเร็วๆ ....  แล้วท่านจะคอยเป็นธุระช่วยจัดการให้ผมทางนี้เอง ....ฯลฯ .... ผมจึงถึงบาง อ้อ ! ค่อยเข้าใจเรื่อง     แล้วในวันนั้นพอดีใกล้จะถึงเวลาเลิกงาน ท่านจึงชวน พี่พร กับผมไปตั้งวง แดดร่ม-ลมตก ที่สวนอาหารที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริษัทของท่านมากนัก           

        ผมจำได้ว่าวันรุ่งขึ้นในครั้งนั้นผมไม่ได้รีบเดินทางกลับสงขลาหรอกครับ หากแต่รีบเข้าไปที่สำนักส่งเสริมและฝึกอบรมของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซึ่งเป็นที่ทำงานเก่าของผมเองตั้งแต่เช้า ไปร่างหนังสือถึงท่านประธานกรรมการมูลนิธิฟอร์ดผ่านผู้จัดการฝ่ายขาย ด้วยใจความสำคัญตามที่ได้รับการชี้แนะจาก พี่นง มาอย่างนั้น  และขอให้ คุณจงจิตต์ รักษ์แก้ว หัวหน้าฝ่ายธุรการที่เคยทำงานอยู่ด้วยกันมาหลายปีแล้วช่วยพิมพ์เป็นหนังสือราชการให้ โดยระบุหัวจดหมายที่พิมพ์ด้วยกระดาษตราครุฑเป็นหนังสือราชการของคณะทรัพยากรธรรมชาติ  แล้วลงนามโดยคณบดีคือตัวผมเองที่นั่นแหละ  ทั้งนี้โดยผมโทร.ทางไกลมาถามเลขที่หนังสือราชการในวันนั้นของคณะเรา และขอให้ทางคณะสงวนเลขที่หนังสือออกวันนั้นหนึ่งเลขหมายเอาไว้สำหรับใช้เป็นเลขที่หนังสือออกที่ผมทำที่ ม.ก. บางเขน โดยผมจะเอาสำเนากลับไปให้รวมเข้าแฟ้มสารบรรณตอนผมกลับมาถึงคณะแล้ว เมื่อทำหนังสือราชการของคณะทรัพยากรธรรมชาติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยเซ็นชื่อของผมเองในฐานะคณบดีเสร็จแล้ว  ผมก็รีบนำเอา กระดาษหนึ่งแผ่น ตามความหมายของพี่นงไปส่งให้ท่านที่บริษัทด้วยตัวของผมเอง    ก่อนที่ผมจะกลับมาดำเนินการขั้นต่อไปอีกที่คณะของเราที่ ม.อ.หาดใหญ่   

       ผมได้ทราบว่าในปีปัจจุบัน 2550 นี้ ทั้งแทรกเตอร์ที่เราจัดซื้อด้วยเงินงบประมาณแผ่นดิน กับอุปกรณ์พวกกระจังใบมีดติดหน้ารถ ไถยกร่อง ไถหัวหมู  ไถดินดาน  คราดสปริง  และพรวนจาน ฯลฯ ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่าสามแสนบาทที่ได้รับความอนุเคราะห์จากมูลนิธิฟอร์ดดังกล่าว ยังคงใช้การได้ดีอยู่ที่สถานีวิจัยเทพา   และบางอย่างก็แบ่งเอาไปใช้งานที่สถานีวิจัยคลองหอยโข่ง   ส่วนรถเทรลเลอร์สี่ล้อดั้งเดิมซึ่งมีอายุประมาณสามสิบปีนั้นชำรุดแล้ว และทางฝ่ายภาคสนามได้ขออนุมัติทางคณะดัดแปลงเอาโครงรถมาตัดต่อชิ้นส่วนที่ยังดีอยู่บางชิ้น   ยุบมาทำเป็นเทรลเลอร์สองล้อขนาดเล็ก ที่ในปัจจุบันยังคงสามารถใช้งานได้ดีตามสมควรอยู่อีกเช่นกันที่สถานีวิจัยเทพา

 

****************************************** 

สารบัญประวัติการบุกเบิกก่อตั้งคณะทรัพยากรธรรมชาติ” 
ที่ได้บันทึกมาแล้ว 

 

ตอน 1  http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/9665 

ตอน 2  http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/9772 

ตอนhttp://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/9822 

ตอน 4   http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/9882

ตอน 5
  http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/9934

ตอน 6  http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/10042

ตอน http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/10208

ตอน http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/10274

  ตอนhttp://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/10550 

  ตอน 10  http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/10689

 

สร้าง: 14 มกราคม 2552 08:21 แก้ไข: 23 ตุลาคม 2552 12:50 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ตามมาอ่านแล้วค๊ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.207.106.142
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ