นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1829
ความเห็น: 2

การโค่นถางป่ายางเพื่อปรับระดับพื้นที่คณะทรัพยากรธรรมชาติ ด้านประตูทิศเหนือมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ตอน 12)

เด็กหนุ่มผิวคล้ำ พูดน้อย แต่เอาการเอางาน “ผมจึงตัดสินใจขอพิสูจน์ฝีมือของเด็กหนุ่มคนนี้ มอบให้เขาจัดการได้อย่างอิสสระในการโค่นถางป่ายางดังกล่าวจนถึงขั้นปรับระดับพื้นที่ซึ่งปรากฏว่าลาดเอียงเล็กน้อยไปทางด้านที่ทำการไปรษณีย์คอหงส์และศูนย์วิจัยการยาง มันเป็นผลงานสำคัญชิ้นแรก ของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปราโมทย์ แก้ววงศ์ศรี”

           

 

 


          ขอย้อนกลับไปเล่าเรื่อง ที่คณะเราต้องโค่นถางป่ายาง ในพื้นที่ตอนบนของมหาวิทยาลัยเอาเองต่อไป  ถึงตอนสำคัญของเรื่องนี้อีกหน่อย  คือนอกจากจะได้รับอนุมัติเงินงบประมาณค่าจัดซื้อรถแทรกเตอร์มาจำนวนหนึ่งแล้ว   คณะเรายังได้รับอนุมัติเงินงบประมาณสำหรับเป็นเงินเดือนพนักงาน  และคนงานเกษตร  ทั้งประเภทลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราวอีก 3–4 คนด้วย    ระหว่างนั้นคณะเรายัง ไม่ได้ลงมือปฏิบัติการใดๆ ที่ต้องใช้แทรกเตอร์  และเราก็ได้เด็กหนุ่มฝีมือดีในการใช้แทรกเตอร์มาเป็นพนักงานเทคนิคเกษตรอยู่คนหนึ่งแล้ว   โดยผมได้เปิดทางในระบบราชการไทยให้กว้างเอาไว้สำหรับอนาคตของเขา ด้วยการกำหนดให้เป็นอัตราตำแหน่ง ครูเกษตร ให้มีโอกาสที่เขาจะได้ไต่เต้าพัฒนาคุณวุฒิทางวิชาการของตัวเองไปสู่วุฒิระดับปริญญาตรีขึ้นไป  เพื่อจะได้ปรับเปลี่ยนไปมาเป็นตำแหน่ง อาจารย์  ตามระเบียบราชการได้ต่อไปในอนาคต  


         เด็กหนุ่มผิวคล้ำ พูดน้อย แต่เอาการเอางานคนนี้  ดร.สุรพล สงวนศรี  ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรกรรม บางพระ ชลบุรี กับอาจารย์ชาติ ช่างไม้งาม  อาจารย์ใหญ่โรงเรียนเกษตรกรรม ตรัง ในสมัยนั้นเป็นผู้คัดเลือกและสนับสนุนเป็นการภายในมาให้ผมทราบล่วงหน้าไว้แล้ว  (ผมรู้จักสนิทสนมกับทั้งสองท่านมาก่อนแล้วทั้งครอบครัว)   และชี้นำให้เขามาสมัครเข้ารับราชการในคณะเรา  จึงเป็นเรื่องที่ลงตัวได้พอดีกับงานบุกเบิกโค่นล้มป่ายางดังกล่าว  ซึ่งถ้าจะเทียบกับสมัยที่ผมกำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนเกษตรกรรม แม่โจ้ เชียงใหม่  เมื่อสมัย พ.ศ. 2492 - 95  ที่พวกเราต้องโค่นถางป่ากันด้วยจอบและขวานแล้ว   สมัยนั้นออกจะยากลำบากมากกว่าหลายเท่า   เพราะกว่าจะขุดรอบโคนต้นตองตึง หรือพลวง หรือต้นไม้ ขนาดใหญ่อื่น ๆ เพื่อตัดรากแขนง และรากแก้วให้ขาด เพื่อล้มมันให้ได้แต่ละต้น ก็ต้องทุ่มเทหยาดเหงื่อท่วมตัวลงดินกันเป็นชั่วโมง ๆ   ไม่เหมือนในสมัยปัจจุบันที่เรามีแทรกเตอร์ติดกระจังใบมีด grader ขนาดใหญ่ไว้ข้างหน้ารถ  มีระบบ hydraulic ไว้ช่วยยกขึ้นลง  หรือปรับมุมเฉียงเพื่อปาดดิน  หรือผลักดันของหนักของใหญ่ให้เคลื่อนที่  หรือโค่นล้มลงด้วยเทคนิคใหม่ๆ ที่สามารถผ่อนแรงแทนแรงคนได้นับสิบๆ ฯลฯ    


         ผมจึงตัดสินใจขอพิสูจน์ฝีมือของเด็กหนุ่มคนนี้ มอบให้เขาจัดการได้อย่างอิสสระในการโค่นถางป่ายางดังกล่าว  จนถึงขั้นปรับระดับพื้นที่ซึ่งปรากฏว่าลาดเอียงเล็กน้อยไปทางด้านที่ทำการไปรษณีย์คอหงส์และศูนย์วิจัยการยาง    มันเป็นผลงานสำคัญชิ้นแรก ของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปราโมทย์  แก้ววงศ์ศรี   ซึ่งในครั้งนั้นอาจารย์ปราโมทย์ได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจเป็นเวลาแรมเดือน ร่วมกับคนงานภาคสนามอีกสองสามคน ใช้เทคนิคสารพัดวิธีโดยอาศัยรถแทรกเตอร์คันนี้  ค่อยๆ ปาดเอาดินรอบโคนต้นยางออกด้วยกระจังใบ มีดหน้า  และปรับองศาให้ไถสามจานกินดินเพียงหนึ่งจานเพื่อตัดรากแขนงข้างต้นยางออกอย่างระมัดระวัง  แล้วยกกระจังใบมีดขึ้นดันอย่างเต็มแรง  หรือไม่ก็ใช้วิธีผูกล่ามส่วนบนของต้นยางทั้งด้วยโซ่ และเชือกขนาดใหญ่ก่อนที่จะเร่งเครื่องยนต์ออกแรงดึงให้ต้นยางโค่นลงมาในทิศทางที่ปลอดภัย  และเป็นระเบียบเป็นแนวที่สะดวกต่อการตัดทอนกิ่งก้าน และลำต้นให้เป็นท่อนสั้นสำหรับใช้เป็นไม้ฟืน  ส่วนเศษไม้กับตอและรากก็รุนไปกองตากไว้ก่อนเพื่อการเผาปรนต่อไป  

          ทั้งนี้ก็เนื่องจากรถแทรกเตอร์ ของเราเป็นรถสำหรับใช้งานในฟาร์มไม่ใช่รถตีนตะขาบขนาดใหญ่ ที่สามารถปาดดินโคนต้นแล้วใช้  ระบบไฮดรอลิคยกกระจังใบมีดหน้ารถให้สูงขึ้นไปยันกลางลำต้นแล้วเร่งเครื่อง  เพื่อผลักดันให้ต้นยางล้มไปข้างหน้าแบบถอนรากถอนโคนได้ตามวิธีที่นิยมปฏิบัติกัน  แต่อาจารย์ปราโมทย์  ก็ทำได้สำเร็จอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์ เช่นเดียวกันด้วยรถแทรกเตอร์ล้อยางของเรา  ซึ่งมีขนาดเล็กกว่ามากตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นเด็กหนุ่มโสด  ผมจึงขอจารึกผลงานนี้เพื่อเป็นเกียรติประวัติเอาไว้ที่นี่ด้วย.

สร้าง: 10 สิงหาคม 2552 09:32 แก้ไข: 23 ตุลาคม 2552 12:48 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

อาจารย์เคยเล่าเรื่องราวการทำงานที่คณะทรัพย์ฯ ให้ฟังบ่อย ๆ รู้สึกประทับใจ และเป็นตัวอย่างที่ดี ในการใฝ่คว้ามุ่งมั่นในการศึกษา ตลอดจนการทำงาน
  • หากท่าน   ผศ.ดร.เจือ  สุทธิวนิช  ไม่ได้บันทึกไว้    บุคคลรุ่นหลังก็จะไม่ทราบเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต  ว่า แสนจะลำบากขนาดไหน?  กว่าจะเป็นทรัพย์ฯ ทำให้เรารักคณะมาก ๆ ขึ้น และมีความผูกพันกับพื้นที่ที่บุคคลในอดีตได้ก่อตั้งไว้

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.207.106.142
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ