นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2550
ความเห็น: 0

ใบทำมัง (ตอน 24)

ใบทำมังที่สถานีโครงการชลประทานท่าเชียด





               ท่านนายอำเภอนุกูลได้เชิญให้พวกเราไปรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับคณะของท่านที่ สถานีโครงการชลประทานท่าเชียด  และก็ที่นั่นเองแหละครับที่ผมได้รับความแปลกใจเป็นอันมากดังที่ได้กล่าวไว้แต่ต้น เพราะเมื่อทุกคนได้ไปถึงที่นั่นก็ได้พบว่ามีการจัดตั้งโต๊ะอาหารกลางวันเป็นโต๊ะยาวรอคอยอยู่แล้ว และมีบรรดาชาวบ้านมาคอยต้อน รับอยู่ด้วยกลุ่มหนึ่งทั้งหญิงชายอายุต่างๆ และเด็กๆ รุ่นโตอีก 3 – 4  คน  บนโต๊ะอาหาร  เรียงรายไปด้วยปิ่นโตประมาณเกือบสิบเถา  และโถข้าว
             นายอำเภอนุกูลบอกผมว่าพวกชาวบ้านที่นี่เขาดีใจที่ได้รู้ข่าวว่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จะมาตั้งหน่วยงานที่นี่   และก็เป็นธรรมเนียมของคนบ้านนี้ครับที่ขอต้อนรับแขกผู้มาเยี่ยมเยียน  ผมรู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมากเพราะไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้รับการต้อนรับที่รู้สึกอบอุ่นใจอย่างนี้   เรื่องอาหารนั้นไม่ได้เป็นเรื่องยุ่งยากแก่ตัวผมแม้แต่ประการใด เพราะผมเป็นคนกินง่ายอยู่ง่ายอย่างเรียบๆ ธรรมดาๆ อยู่แล้ว  ผมกินเพื่ออยู่เท่านั้นไม่ใช่อยู่เพื่อกิน   อร่อยหรือไม่อร่อยอย่างไรผมก็กินได้จนอิ่มแต่พอควร  แต่การได้เห็นกลุ่มชาวบ้านมาคอยต้อนรับอย่างยิ้มแย้มแจ่มใสนี่สิครับ ที่ผมรู้สึกดีใจเป็นที่สุด   ผมเข้าไปค้อมหัวยกมือไหว้  และกล่าวขอบคุณกลุ่มชาวบ้านกลุ่มนั้น  และทักทายเด็กๆ ด้วย     พวกชาวบ้านยิ้มอย่างดีใจ และเร่งให้ผมไปนั่งที่โต๊ะอาหารร่วมกับนายอำเภอที่ยืนอยู่เคียงข้างผม  และทักทายกับพวกชาวบ้านด้วยภาษาใต้ที่ผมยังฟังไม่ค่อยเข้าใจทั้งหมด  แต่ก็สังเกต เห็นความยิ้มแย้มแจ่มใสของทุกๆ คนในที่นั้น    ผมและนายอำเภอนุกูลพยายามชวนพวกชาวบ้านให้มานั่งที่โต๊ะอาหารด้วย แต่ก็ไม่มีใครยอมมา คงยืนจับกลุ่มกันอยู่ใกล้ๆหันมามองพวกเราอยู่ตลอด เวลา  ท่านนายอำเภอเชิญผมไปนั่งที่หัวโต๊ะแต่ผมปฏิเสธ  และขอนั่งข้างๆ ท่านปล่อยให้เก้าอี้หัวโต๊ะว่างไว้อย่างนั้น 
            ผมรู้สึกกระดากครับที่ต้องนั่งกินอาหารอยู่ที่โต๊ะรับรอง และอยู่ในสายตาของพวกชาวบ้าน ที่ยังคงจับกลุ่มยืนดูพวกเราอยู่ตลอดเวลา   คล้ายกับว่าพวกเราเป็นพระสงฆ์ที่มีชาวบ้านนำอาหารมาถวายในวันทำบุญสังฆทาน   แต่ในที่สุดผมก็นึกได้ว่าเจ้าของอาหารทุกปิ่นโต ต่างก็คอยจ้องดูว่าจะมีใครตักเอาไปกินมากน้อยเพียงไร ปิ่นโตไหนถูกตักมากครั้งก็แสดงว่าอร่อยเป็นที่ถูกปาก  เจ้าของอาหารปิ่นโตนั้นก็จะดีใจ    ผมก็เลยต้องปฏิบัติตามหลักของพระคือ ตักกับข้าวจากทุกปิ่นโตที่วางอยู่ข้างหน้า  และที่อยู่ในรัศมีที่จะเอื้อมไปถึง   เวียนให้ได้ครบถึงสามรอบเป็นอย่างน้อย  อาหารปิ่นโตที่ชาวบ้านนำมาเลี้ยงต้อนรับนั้น  ส่วนใหญ่เป็นแกงที่รสค่อนข้างเผ็ดมาก  เผอิญผมกินเผ็ดมากไม่เก่ง   ผมก็เลยต้องหยิบผัก ซึ่งเป็นยอดอ่อนของต้นพืชพื้นบ้านชนิดต่างๆ ที่ชาวบ้านเขาจัดให้มากินตามหลังข้าวคลุกแกงที่ตักมากินแทบทุกคำ  จนนายอำเภอท่านหยอกผมมาว่าผมชอบกินผักมาก  
   ที่สะดุดใจผมเป็นพิเศษก็คือ มีข้าราชการแต่งเครื่องแบบติดอินทรธนูเหลืองขีดใหญ่ข้างละสองขีดบอกระดับชั้นโทในสมัยนั้น ได้กรุณาเลื่อนถ้วยน้ำพริกกะปิ กับปิ่นโตผัก และปิ่นโตปลาทูมาให้ผม  และขอให้ผมลองกินน้ำพริก ใบทำมัง ดูบ้าง   ท่านบอกว่าเห็นผมชอบกินผักจึงอยากให้ลองกินน้ำพริกพื้นบ้านดูบ้าง  เป็นน้ำพริกที่มีกลิ่นหอมคล้ายน้ำพริกแมลงดา   ผมลองดูแล้วติดใจมากจึงซักถามถึงเรื่อง ใบทำมัง และวิธีทำ  ปรากฏว่ามีหญิงชาวบ้านคนหนึ่งในกลุ่มนั้นหัวเราะอย่างดีใจ และร้องสั่งเด็กผู้หญิงคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ด้วยภาษาปักษ์ใต้ที่เร็วมากจนผมฟังไม่ทัน จึงจับใจความได้แบบกระท่อนกระแท่น   เด็กคนนั้นถอยออกไปสักครู่แล้วกลับเข้ามาใหม่พร้อมใบไม้ชนิดหนึ่ง  3 – 4  ใบ   เอามายื่นให้ผมโดยไม่พูดไม่จาอะไรเลย  แต่มีสีหน้ายิ้มๆ อย่างดีใจ  ภูมิใจ    ท่านนายอำเภอนุกูลได้กรุณาช่วยอธิบายต่อว่า ใบไม้ที่เด็กเอามาให้ดูนั่นแหละคือ ใบทำมัง  แม่ของเด็กใช้ให้เด็กวิ่งไปเด็ดเอามาจากที่บ้านซึ่งอยู่ใกล้ๆ    แม่ของเด็กเป็นเจ้าของปิ่นโตชุดที่ใส่น้ำพริกใบทำมัง และผัก-ปลา ชุดที่หัวหน้าสถานีโครงการชลประทานท่าเชียด เลื่อนมาให้ผมลองกินเมื่อตะกี้นี้นั่นแหละครับ  ท่านขอให้ผมลองขยี้ใบทำมังนั้นแล้วดม จะได้กลิ่นหอมเหมือนกลิ่นแมลงดานาที่นิยมเอามาผสมเป็นเครื่องปรุงน้ำพริกกะปิ   ชาวบ้านที่นี่ใช้ใบทำมังแทนแมลงดานาตำน้ำพริกกินได้ตลอดปี  ท่านยังบอกเพิ่มเติมมาอีกด้วยว่า  แม่เด็กเขาดีใจมากนะครับที่เห็นอาจารย์ชอบน้ำพริกใบทำมังของเค้า  เค้าบอกว่าจะกลับไปทำมาให้อาจารย์เอากลับไปกินที่บ้านอีก    ผมตกใจ  รีบหันไปยกมือไหว้ขอบคุณหญิงคนนั้น  และขอปฏิเสธไปว่าไม่ต้องกลับไปทำมาให้ผมอีก    เอาไว้เวลาผมมาวันหลัง  ผมจะไปหาที่บ้านและจะขอไปกินข้าวกับน้ำพริกใบทำมังที่บ้านของหญิงคนนั้นด้วย   ซึ่งเธอก็ดีใจมาก  ย้ำแล้วย้ำอีกว่าผมอย่าลืมนะ  จะมาอีกเมื่อไรให้คนไปบอกให้รู้ล่วงหน้าด้วย  
สร้าง: 15 ตุลาคม 2552 23:00 แก้ไข: 15 ตุลาคม 2552 23:00 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.234.223.162
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ