นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 3679
ความเห็น: 8

วิกฤติน้ำ ปัญหาพื้นที่จอดรถ ฤาจะต่อด้วยปัญหาการจราจรบนอินเทอร์เนต

ขอความร่วมมือใช้ไอทีอย่างประหยัด และเกิดประโยชน์ในการส่งเสริมการศึกษา พัฒนาความรู้ โดยไม่มุ่งแต่เพียงเรื่องบันเทิง เพลินใจ มันส์ในเกมส์กันจนเกินพอ

 

สวัสดีครับทุกท่าน และยินดีต้อนรับน้องๆ นักศึกษาเข้าสู่เขตรั้วสีบลู

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2556 ผมได้เขียนแสดงความเห็นในกลุ่มรับข้อความเฉพาะ https://www.facebook.com/groups/psu4excellence ความว่า

 


 

เตรียมรับมือ "มหวิกฤติ" น้ำแล้งครั้งยิ่งใหญ่ สำหรับ ม.อ. วิทยาเขตหาดใหญ่ ภาคการศึกษาที่ 2/ 2557 ในอีก 2 ปีข้างหน้า เนื่องจากช่วงน้ำแล้งๆ จะมาอยู่ในช่วงภาคการศึกษาปกติที่ทั้งวิทยาเขตหาดใหญ่จะมีนักศึกษา อยู่จำนวนมาก ต่างไปจากปีอื่นๆ ในอดีต ที่เป็นช่วงภาคฤดูร้อนที่มีนักศึกษาเหลืออยู่เพียง 1/3 ของภาคการศึกษา 1 และ 2

มีเวลาเตรียมการและดำเนินการ 1 ปีจนถึง มี.ค. 2557 โดยวัดผลการแก้วิกฤติในช่วงภาคก ารศึกษาฤดูร้อน 2556 (มี.ค.-พ.ค. 2557) ว่านักศึกษายังมีจำนวนน้อยๆ 1/3 ยังรองรับได้หรือไม่ และมีปริมาณเหลือมากพอให้อีก 2/3 ได้ใช้น้ำด้วยหรือไม่?

ผลที่ได้เป็นอย่างไร ก็จะเป็นช่วง 9 เดือนสุดท้ายที่จะปรับปรุงบริกา รน้ำให้รองรับทั้ง 3/3 

เมื่อเวลา มี.ค.-พ.ค. 2558 มาถึงก็จะไม่มี "มหวิกฤติ" น้ำแล้งสำหรับ ม.อ. วิทยาเขตหาดใหญ่
ขอบพระคุณครับ (^_^)

ป.ล. ที่มาโยงเรื่องน้ำ เพราะกำลังดูข้อมูลการใช้อินเทอ ร์เนต ของมหาวิทยาลัย มี
ช่วงการใช้งานมากน้อยที่ต่างกันอยู่มาก

จะมีแนวทางต่อรองราคากับบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เนตให้ได้ ขนาดวงจรที่ใหญ่ขึ้นในช่วงภาคเรียนใหญ่มีผู้ใช้จำนวนมาก

แต่ช่วงภาคฤดูร้อนก็ลดขนาดวงจรลงได้ ลดค่าใช้จ่าย หลังจากปรับเปลี่ยนปฏิทินการศึก ษารองรับประชาคมอาเซียน ตั้งแต่ 18 พ.ค. 2557 จะมีช่วงเวลาปิดระหว่างภาคเรียน ที่ยาวนานมากถึง 3 เดือนที่จะไม่มีผู้ใช้อินเทอร์เ นตจำนวนมาก ค่าเช่าใช้บริการอินเทอร์เนตของ มหาวิทยาลัยรายเดือนก็ควรจะมีกา รเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสมด้วย


ยังไม่ถึง 2 ปี แต่เพียงผ่านไป 20 วันเท่านั้น เราก็ได้พบกับน้ำแล้งอ่างที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นไปเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2556

แต่ตอนตี 2 หัวรุ่งวันที่ 6 มิ.ย. 2556 มีฝนเข้าช่วยแล้ว... อย่างไรก็ตาม มีถังสำรองน้ำกันไว้นะครับ และมีการจัดเวลาจ่ายน้ำ

และนอกจากเรื่องน้ำแล้ง จอดรถไม่เพียงพอ ลำดับถัดไปก็จะเป็นการใช้อินเทอร์เนต เนื่องด้วยก่อนเปิดภาคการศึกษา 1/2556 วันที่ 30 พ.ค. ใช้สูงสุดที่ 1.4Gbps ด้วยจำนวนผู้ใช้สูงสุดประมาณ 6,500 คน (ในรูปกราฟยังไม่รวมจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เนตประมาณ 1,000-2,400 คน จากเครือข่ายคณะแพทยศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์) ซึ่งเมื่อผ่านวันเข้าชั้นเรียนวันแรกไปเพียง 3 วัน วันที่ 5 มิ.ย. ก็มีการเพิ่มขึ้นไปถึง 1.90Gbps และ 9,800 คน ตามลำดับ

ด้วยขนาดวงจรสูงสุดที่มีอยู่ 2.0Gbps ตามรูป (UniNet 1Gbps สำหรับอินเทอร์เนตทั้งในและนอกประเทศไทย และ CAT Telecom 650+350Mbps สำหรับอินเทอร์เนตทั้งใน+นอกประเทศไทย)


(ดูรูปเครือข่าย ศรีตรัง ทั้งรูปเต็มได้โดยกดที่นี่)

ก็คาดว่าจะเกิดความหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ในไม่ช้า โดยช่วงเวลาที่มีการใช้เกิน 1Gbps อยู่ระหว่าง 0930-0100น.

จึงขอแนะนำใหหลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่ในช่วงดังกล่าว โดยเปลี่ยนมาตั้งการดาวน์โหลดในช่วงเวลาที่การใช้อินเทอร์เนตไม่หนาแน่น 0200-0800น.

ทางด้านการปรับขยายวงจรเพิ่มให้ใหญ่กว่า 2Gbps ศูนย์คอมพิวเตอร์จะดำเนินการประกวดราคาเช่าบริการวงจรอินเทอร์เนตใหม่ซึ่งจะเริ่มใช้แทนวงจร 2Gpbs ปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2556 โดยขนาดวงจรใหม่จะเป็นขนาดเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับการแข่งขันเสนอราคาระหว่างบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เนต (Internet Service Provider : ISP) จะได้ถึง 3Gbps หรือไม่นั้นโปรดติดตามกันต่อไป

ขอความร่วมมือใช้ไอทีอย่างประหยัด และเกิดประโยชน์ในการส่งเสริมการศึกษา พัฒนาความรู้ โดยไม่มุ่งแต่เพียงเรื่องบันเทิง เพลินใจ มันส์ในเกมส์กันจนเกินพอ นะครับ (^_^) สงกรานต์

หมวดหมู่บันทึก: ประชาสัมพันธ์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 06 มิถุนายน 2556 06:43 แก้ไข: 06 มิถุนายน 2556 07:19 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 DaDa, และ 17 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
กายฟอกส์ [IP: 172.20.66.207]
06 มิถุนายน 2556 08:10
#88343

อ่างเก็บน้ำมันตื่นไปไหม เท่าที่เห็นในรูป ๆๆๆ ขุดให้ลึกกว่านี้ิอีกเถอะครับ ๆๆๆ เพราะ มอ ใช้น้ำเยอะมากๆๆ

ตกใจมากเลย

ผมไม่เคยไปดูใกล้ แค่มองผ่านบนถนนตรงสี่แยกเท่านั้น ไม่คิดว่ามันจะแล้งขนาดนี้ และเป็นไปได้หรอที่อ่างเก็บน้ำมันมันจะแล้ง แล้งในช่วงนี้ด้วย ที่สำคัญแล้งในอ่างมหาวิทยาลัย ไม่ใช่บ้านนอกด้วย

เมื่อกี้คุณกายฟอกส์บอกว่า ตื้นไปไหม อืมน่าคิด แต่นะครับ ก็สนับสนุนให้ดูแลอ่างให้ดี เพราะัมันมากับมหาวิทยาลัย ผมเคยดูในประวัติการก่อตั้ง ที่สำคัญมีอ่างเป็นของตัวเองดีกว่าเป็นไหน ไม่ต้องอาศัยคลอง และเป็นอ่างที่อยู่ติดเขาด้วย สุดยอดมากๆ

ส่วนอินเตอร์เน็ตนั้น ใช้ไปเลย เพราะ้บ้านเรายังใช้เน็ตน้อยกว่าบ้านคนอื่นอีกเยอะ แต่ก็ต้องสอนให้ใช้อย่างเกิดประโยชน์มากที่สุดควบคู่ไปด้วย เวลามันเดินไปตลอด ดูอะไรเพลินก็เสียเวลาที่มีค่าได้

ในเชิงเทคนิคคงขุดไม่ได้แล้วครับ มีชั้นดิน/หิน ที่จำเป็นในการใช้เก็บน้ำอยู่ หากขุดจนทะลุ น้ำก็รั่วไปที่อื่นครับ

เรื่องวิกฤติทุกประเภทต้องช่วยกันแจ้งเตือนชุมชน/สังคมครับ ขอบคุณที่ช่วยนำเสนอข้อมูลตรงนี้

เรื่องน้ำ จำได้ว่า ราว ๆ พ.ศ. 2547 หรือ 48 ผมเดินขึ้นเขากับชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อสำรวจเส้นทางเดินป่าในการจัดกิจกรรมของชมรม เลยมีโอกาสได้เห็นและรู้ว่า มอ. เคยมีน้ำตกเป็นของตัวเองมาก่อน แต่ก็แห้งไปจนเหลือแค่ลำธารเล็ก ๆ จะมีน้ำไหลเป็นสายก็เฉพาะในตอนที่ฝนตกหนักเท่านั้น อย่างไรก็ดี เมื่อเดินสูงขึ้นไปตามธารน้ำ ก็พบว่า ยังมีความชุ่มชื้นอยู่ แม้จะน้อยเต็มที่ แต่ก็เพียงพอจะทำให้ผมคิดได้ว่า น้ำในอ่าง มอ. นั้น ได้จากป่าบนเขาคอหงส์ (ซึ่งเป็นป่ายางและมีคนกรีด) ด้วย

ตรงนี้เชื่อว่ายากจะจัดการอะไรได้ เพราะที่บนเขาคอหงส์ มีเอกชนจับจองจนไม่สามารถคงสภาพป่าที่สามารถเก็บความชุ่มชื้นได้เพียงพอ เมื่อไหร่ที่ยางหมดอายุ เขาก็ตัดปลูกใหม่ได้ แต่ไม่ว่าอย่างไร ปรากฎการณ์บนเขาคอหงส์ที่โอบ มอ.หาดใหญ่ไว้ ก็ส่งผลกระทบต่อ มอ. แน่นอน

เรื่องเน็ต ไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวกับ การดูซีรีย์เกาหลีรอเวลาเลิกงานไหม ^_^

แต่เท่าที่เป็นบุคลากรมาแป๊บนึง ก็คุ้น ๆ ว่า พอใกล้เวลาเลิกงาน คนส่วนใหญ่จะเริ่มผ่อนคลายตัวเองด้วย YouTube น่ะครับ อิอิ

ผมเห็นด้วยกับ คนธรรมดา เรื่องการขุดเพิ่มครับ เรื่องขุดเพิ่มความลึกคงยากแล้วตามที่ คนธรรมดา ให้ความเห็นไว้ ถ้าดูจากลักษณะของอ่างเก็บน้ำจะเห็นว่าเป็นลักษณะของ "อ่างลอย" เช่นเดียวกับบ่อปลาที่โรงเพาะฟักของวาริช ที่เป็น "บ่อลอย"

สิ่งที่เป็นปัญหาหลัก ๆ ในเรื่องของ supply คงเป็นเรื่องที่ นักเรียนห้องสันติศึกษา ให้ความเห็นไว้

แหล่งน้ำที่ไหลลงอ่างเป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้าดูปัจจุบันจะเห็นว่าเขาคอหงส์นอกเหนือจากถูกบุกรุกในลักษณะของการตัดต้นไม้แล้วยังถูกขุดหน้าดินไปขาย/ ทำพื้นที่อาศัยไปจำนวนมาก เราอาจจะไม่เห็นทางฝั่ง ม.อ. แต่ลองไปฝั่งหลังเขาดูจะเห็นชัด

โดยเฉพาะหน่วยงานใหญ่ในพื้นที่ที่ปรับปรุงพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว

แม้แต่ ม.อ. เอง ผมมองว่ามีส่วนเปลี่ยนสภาพพื้นที่เขาคอหงส์เองด้วย (ในพื้นที่ที่เป็นของ ม.อ.)

น้ำซึม น้ำซับจากเขาคอหงส์ลดน้อยลงไปตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพ ทั้งพื้นที่รับน้ำ ทั้งสภาพภูมิอากาศ จะเห็นว่าปีนี้หรือปีที่ผ่านมา ปริมาณฝนที่ตกลงมามีการเปลี่ยนแปลง ปีนี้อาจจะตกบ่อย ไม่เป็นฤดูแต่ไม่ตกในปริมาณ/ ระยะเวลาที่เพียงพอต่อการเป็นน้ำซึม น้ำซับ สำหรับเป็นแห่งน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ อย่างมากก็ได้แค่น้ำบ่า ช่วงเวลาที่ฝนตกหนักเท่านั้น

การเปิดหน้าดินก็ช่วยเร่งการระเเหยของน้ำซึม/ น้ำซับด้วย?

ปริมาณการใช้น้ำ ?

สระว่ายน้ำที่ต้องเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ ก็เป็นส่วนที่ใช้น้ำเยอะโดยเฉพาะหน้าแล้ง

ปริมาณนักศึกษา บุคลากรเพิ่มขึ้น?

พฤติกรรมการใช้น้ำเปลี่ยนแปลง?

...

การก้าวเข้าสู่ AEC ทำให้เราเปลี่ยนช่วงเวลาการเรียนการสอนไป เรียนหน้าร้อน พักหน้าฝน summer ไม่ใช่ summer อีกต่อไป

การเข้าสู่ AEC คือการทำทายตัวเอง หรือเป็นการกลายพันธุ์ หรือเป็นการก้าวสู่ความเป็นสากล ?

เป็นสากลโดยกลืนตัวเอง?

เมื่อช่วงวันก่อนที่ผมไปออกพื้นที่ชุมชนกับเด็ก ๆ ผมพบว่าเกมส์ออนไลน์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเด็กรุ่นใหม่

เราเอง

Ico48
Casper [IP: 172.30.3.20]
06 มิถุนายน 2556 15:54
#88370

ดูจากข้อมูลแหล่งต้นน้ำ และฤดูการซึ่งเปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ทำให้ไม่มีน้ำมาเติมเต็มอ่าง มอ. เช่นในอดีตที่ผ่านมา กลับกลายเป็นมีเพียงน้ำฝน ซึ่งตกลงมาเป็นน้ำบ่าในบ้างช่วง ดังนั้น ในฐานะที่เป็นสถานศึกษา และวิจัย ควรหาวิธีการกัดเก็บน้ำบ่าให้มีประสิทธิ์ภาพมากที่สุด รวมถึงน้ำฝนที่ตกลงมา แทนที่จะระบายทิ้งไปอย่างในอดีต เราควรหาวิธีจัดการนำน้ำทุกส่วนมาจัดการให้ได้น้ำประปาใช้หรือไม่ เพราะหากไม่หาวิธีจัดการในส่วนนี้ และรอหวังพึ่งแค่ธรรมชาติ อาจไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำใน ม.และคงรุนแรงเพิ่มขึ้นกว่านี้

คงต้องช่วยกัน ทุกๆ คน คนละเล็กละน้อยก็ช่วยได้มาก

เข้าห้องน้ำก็ไม่ต้องอาย ไม่ต้องกดชักโครกกลบเสียง รอกดทีเดียวหลังเสร็จกิจ น่าจะช่วยได้มาก (อันนี้ความเห็นส่วนตัวจากการสังเกตุ นะครับ เชื่อว่าหลายๆ คนก็เป็น เวลาต้องการกลบเสียง) :)

ต้องระดมสมองในทุกเรื่องที่เป็นวิกฤตแล้วค่ะ ร่วมด้วยช่วยกัน ....

ยึดมั่นในปณิธาน  ถือผลประโยชน์เพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง” 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 35.173.48.53
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ