นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ดำขำ
Ico64
นาง รุสนี กุลวิจิตร
นักวิทยาศาสตร์
ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 3 · ผู้ติดตาม: 1

อ่าน: 701
ความเห็น: 0

ทดสอบหาสารเร่งสุกในปาล์ม

สารเร่งสุกมีหลายชนิด แต่องค์ประกอบในการทำให้สุกที่สำคัญคือเอทิลีน

ดำขำได้รับการสอบถามจากลูกค้าเอกชนรายหนึ่ง ซึ่งดำขำได้รู้จัก เมื่อตอนไป road show สัมมนาร่วมกับบริษัทเมอร์ค ที่จังหวัดกระบี่  ลูกค้าเป็นนักวิทย์จากบริษัทผลิตน้ำมันปาล์มในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็นลูกค้าเก่าของศูนย์เครื่องมือฯ นั่นเอง แต่เมื่อได้มาเจอตัวกันก็เลยได้ไลน์คุยกันตลอด มีปัญหาในการทำงานก็สอบถามมาทุกครั้ง ดำขำเองก็ดีใจที่เราสามารถช่วยเหลือเขาได้  คราวนี้มีปัญหาในการผลิตน้ำมันของเขาเอง ซึ่งพบว่าน้ำมันที่ได้นั้นมีค่า % FFA (% Free Fatty Acid) และค่า DOBI (Deterioration of Bleachability Index แสดงถึงความสดของน้ำมัน) ที่สูงกว่าปกติ ซึ่งทั้งสองค่านี้เป็นการตรวจสอบทุกวันของน้ำมันที่ผลิตได้   โดยลุกค้าเองสงสัยว่าเกษตรกรจะใช้สารเร่งสุก แล้วทำให้ค่า % FFA และค่า DOBI  สูงขึ้น

 

ดำขำเองได้รับข้อมูลก็ได้รู้จักสารเร่งสุกขึ้นมาเลย  ตอนแรกที่ฟังก็คิดว่าช่วงนี้ฝนตก ก็อาจจะทำให้ค่า % FFA และค่า DOBI  สูงขึ้นได้ แต่ดำขำรู้ดีว่าคนที่ถามเขารู้ว่าช่วงฝนค่าที่ได้สูงขึ้นอยู่แล้วแต่ไม่สูงมากจนรับไม่ได้  เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักกับสารเร่งสุกกันก่อนดีกว่า ซึ่งมีใช้ในหลาย ๆ ชนิดของผลไม้ เพราะเกษตรกรอยากจะได้ผลผลิตเร็วกว่ากำหนด ในธรรมชาติในการที่ผลไม้จะสุกนั้นพืชจะมีการสร้างเอทิลีนในระยะที่ผลไม้แก่จัดแต่ยังไม่สุก ทำให้เร่งการสุกของผลไม้ให้เร็วขึ้น

 

สารเร่งสุกมีหลายชนิด เช่น ถ่านก๊าซหรือแคลเซียมคาร์ไบด์ (เมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำแล้วจะได้ก๊าซอะเซทิลีน  ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายเอทิลีน) มาใช้เร่งการสุกของผลไม้โดยห่อกระดาวางไว้กลางเข่งที่บรรจุผลไม้ ผลไม้ที่ใช้ถ่านก๊าซบ่มได้ผลดี ได้แก่ มะม่วง กล้วย ละมุด เป็นต้น, สารเอทธีฟอน (ethephon หรือ 2-Chloroethanephosphonic acid)  ซึ่งเป็นสารที่สามารถปลดปล่อยเอทิลีน และสารมทิลไซโคลโพรพีน (1-methylcyclopropene, 1-MCP) เป็นต้น

 

จากงานวิจัยของคุณนฤมล นวลวิจิตร และ ลดาวัลย์ เลิศเลอวงศ์ ภาควิชาพืชศาสตร์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ศึกษาผลของการใช้เอทิลีนและเมทิลไซโคลโพรพีนต่อการสุกและคุณภาพของผลปาล์มน้ำมันหลังการเก็บเกี่ยว พบว่าการใช้สารเมทิลไซโคลโพรพีนมีผลทำให้ % FFA สูงขึ้น แต่ใช้เอทิลีนไม่มีผลทำให้ค่า % FFA เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับตัวอย่างควบคุม จากงานวิจัยดังกล่าวก็อาจจะเป็นไปได้ว่าสารเร่งที่เกษตรกรใช้มีผลทำให้ค่า % FFA สูงขึ้น ซึ่งเมื่อค่า %FFA สูงขึ้นค่า DOBI ก็สูงขึ้นเช่นกัน

 

ดำขำก็เลยแนะนำให้ลูกค้าส่งตัวอย่างทั้งลูกปาล์มและน้ำมันมาลองทดสอบหาว่ามีสารตกค้างเป็นสารเร่งสุกที่มีในท้องตลาดหรือไม่ โดยคิดว่าจะทดสอบโดยใช้เครื่อง GC-MS (Gas Chromatograph –Mass Spectrometer) อย่างไรก็ตามในการทดสอบหากมีสารเร่งสุกตกค้างอยู่ปริมาณน้อยก็อาจจะไม่พบก็ได้ แต่ลูกค้าก็ยินดีส่งมาทดสอบ

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 10 กรกฎาคม 2559 11:31 แก้ไข: 10 กรกฎาคม 2559 11:31 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 LUX, Ico24 คนธรรมดา, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.234.255.5
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ