นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 3815
ความเห็น: 5

การเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น

การพยาบาลแบบองค์รวมที่ผสมผสานภูมิปัญญาตะวันออก.

     ด้วยบทเรียนของการจัดการเรียนแบบมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่นได้รู้จัก เข้าใจ เข้าถึงคนและภูมิปัญญา ตระหนักถึงพลังและศักยภาพในการพึ่งตนเองด้านสุขภาพตามเป้าหมายของการสาธารณสุขมูลฐานร่วมกับวิสัยทัศน์ของคณะพยาบาลศาสตร์  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์   ."....เน้นการพยาบาลแบบองค์รวมที่ผสมผสานภูมิปัญญาตะวันออก..." ส่งเสริมให้เกิดความมั่นใจในการก้าวเดินออกไปเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับชุมชน  ในงานวิจัย  บริการวิชาการ การเรียนการสอนและกิจกรรมนักศึกษา  ตลอดจนการร่วมทำงานเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กับชุมชนเพื่อเสริมสร้างชุมชนสุขภาวะหรือเพื่อการจัดการสุขภาพของชุมชน

      บทเรียนแรก  ร่วมเรียนรู้ในงานวิจัยและบริการวิชาการเกี่ยวกับ"พืชพื้นบ้าน สืบสานบรรพชนเพื่อคนรุ่นใหม่"  ทำให้เห็นคุณค่าของพืชพันธุ์ที่หลากหลาย  มีประโยชน์ทั้งเพื่อการใช้สอย  พืชอาหาร  สมุนไพร  เชื่อมโยงให้เห็นความสัมพันธ์ของคน  ธรรมชาติ สิ่งเหนือธรรมชาติผ่านพิธีกรรมต่างๆ เช่นการไหว้เจ้าที่  ไหว้ตายาย  ดูแลน้ำดูแลป่า  การทำขวัญข้าว  ความเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากร  ตามเรียนรู้และขับเคลื่อนภูมิปัญญาท้องถิ่นในรัฐธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย 2540   หากมองผ่านระบบสุขภาพชุมชนนี้คือสุขภาพของสังคมสิ่งแวดล้อม

     บทเรียนที่สอง   ร่วมเรียนรู้ในงานวิจัยและบริการวิชาการ การเรียนการสอนพืชผักพื้นบ้าน  อาหารถิ่นไทยใต้  อาหารสุขภาพ  เสริมความรู้  ความเข้าใจ  การซึมซับคุณค่าการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ  คุณประโยชน์ของอาหารผักพื้นบ้าน  ความหลากหลายของรสชาด  อาหารเป็นยา  ความมั่นคงด้านอาหาร  ความปลอดภัย  เกษตรอินทรีย์  อาหารปลอดสารเคมี  ตลาดสีเขียว  ที่สำคัญรู้จักการกิน  ชนิด  ประโยชน์ของพืชผักในท้องถิ่นมากขึ้น  โดยการเรียนรู้ร่วมกับผู้รู้ในท้องถิ่น หมอพื้นบ้าน  แม่บ้านที่ร่วมโครงการ รวมทั้งตำรับอาหารในครัวของแม่ในอดีต อาหารในปิ่นโตที่นำไปวัด  อาหารในเทศกาล  หากมองผ่านระบบสุขภาพชุมชนนี้คือความมั่นคงด้านอาหารและสมุนไพร ประจักษ์ชัดในความเป็นปัจจัย 4  "อาหารกับสุขภาพชุมชน" 

     บทเรียนที่สาม    ร่วมในการประชุมระดับชาติ  เรื่อง  "การพยาบาลชุมชนในระบบสุขภาพใหม่" ณ นครเชียงใหม่  ซึ่งเป็นที่มาของคำประกาศพยาบาลชุมชนในระบบสุขภาพใหม่  ณ นครเชียงใหม่  ที่ร่วมสร้างจินตนาการใหญ่ว่า  "พยาบาลคือกัลยาณมิตรของสังคม  เป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ระบบสุขภาพที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์  มีจิตสำนึกที่เห็นความเป็นหนึ่งเดียวของสังคม  ทำให้เกิดมิตรภาพและความรักอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์"  มุ่งดำเนินการเพื่อเสริมความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถดูแลสุขภาพอย่างเป็นองค์รวม  บนหลักการพึ่งพาตนเองและการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น   ร่วมสร้างองค์ความรู้จากการทำงานร่วมกับประชาชน  เครือข่ายสุขภาพในระดับพื้นที่  .....เร่งรัดการจัดการเรียนการสอนทางการพยาบาลชุมชนทั้งพื้นฐานและขั้นสูงให้มีสมรรถนะและใจรักในการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ   นับเป็นการร่วมสร้างจินตนาการที่ยิ่งใหญ่  นำไปสู่การพัฒนาบริการปฐมภูมิหากมองผ่านระบบสุขภาพชุมชนนี้คือการพัฒนาระบบบริการสุขภาพและผลิตกำลังคนเพื่อรองรับการปฏิรูประบบสุขภาพ  (งานหลักของความเป็นครู สักวันหนึ่งย่อมสำเร็จเมื่อเหตุปัจจัยพร้อม)

       บทเรียนที่สี่   กำลังร้อนๆเนื่องจากขอขยายเวลาโครงการมาหลายครั้ง  ดำเนินการวิจัยมาร่วมครึ่งทศวรรษ  เรื่อง"วิวัฒนาการและการปรับบทบาทของผดุงครรรภ์โบราณในภาคใต้ "ตามด้วย"การพัฒนาบทบาทในการดูแลสุขภาพมารดาและทารกของผดุงครรภ์โบราณในภาคใต้"  เริ่มโครงการตั้งแต่ลงพื้นที่ 3  จังหวัดแบบสบายๆหายห่วง จนคนร่วมทีมในพื้นที่บอกว่า   " อย่ามาเลยเป็นห่วงเวลาเดินทาง" โครงการระยะที่ 1 ปิดฉากได้  เห็นวิวัฒนาการ  3  ยุค  ของผดุงครรภ์โบราณ(หมอตำแย  แม่ทาน  หมอบิดัน  โต๊ะบิดัน  โต๊ะบิแด)  สิ่งที่ทำให้สะดุดคิดสนใจทำในเรื่องนี้คือ  "การเสียดุลทางภูมิปัญญา"  "อวสานโต๊ะบิแด"   ได้รับรู้แล้วใจหาย  เป็นไปได้อย่างไร  เมื่อไหร่เห็นก้อนเส้า ทำให้คิดถึง หมอตำแยทุกครั้ง  (ด้วยตัวเองก็คลอดกับหมอตำแยและท่านคือแม่คนที่สองของเรา  และเป็นแม่ของคนทั้งชุมชน) นี้คือการพึ่งตนเองด้านสุขภาพเพราะการตั้งครรภ์และคลอดเป็นเรื่องของธรรมชาติเป็นการเสียสมดุลชั่วคราวที่สำคัญสุขภาพของผู้หญิงหลังจากการคลอดคือพื้นฐานที่สำคัญของสุขภาพในอนาคต

       การเข้าใจวิวัฒนาการในระยะที่ 1  บทบาทที่พัฒนาในระยะที่ 2  คือการเป็นครูภูมิปัญญาของหมอตำแย  โดยตัวเองเข้าไปเรียนรู้  รอเวลาการพิสูจน์ตนเองจนครูเชื่อมั่นว่าต้องการรู้จริงๆ  และมั่นใจว่าจะนำไปใช้ประโยชน์ต่อ  เพื่อช่วยให้คนหายทุกข์ ไม่ได้เอาไปทำรายได้ การศึกษาในครั้งนี้ช่วยให้เห็นบทบาทของหมอตำแย  "เป็นการเรียนรู้ในวิถีชีวิตและดูแลด้วยจิตวิญญาณ"  ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าการปรารถนาให้คนที่เจ็บป่วย  ไม่ว่า กายหรือใจ พ้นทุกข์   เป็นการถ่ายทอดจิตวิญญาณจากรุ่นสู่รุ่นและถึงเวลาที่จะถ่ายทอดให้คนที่สนใจเรียนรู้ต่อ  เนื่องจากทายาทรุ่นหลังไม่รับภาระนี้และมีเจ้าหน้าที่สำหรับทำเรื่องนี้อยู่แล้ว   คำว่าเถื่อนยังอยู่ในความทรงจำ   ทั้งๆที่กระแสปัจจุบันกำลังหันมายอมรับการแพทย์ทางเลือก  หรือระบบการแพทย์พหุลักษณ์   ด้วยความหมายสุขภาพตามพรบ. สุขภาพแห่งชาติ 2552  องค์ความรู้เหล่านี้ยังคงได้รับการสืบทอดภายใต้วาทกรรม "การผดุงครรภ์ไทย"  "การคลอดธรรมชาติ"   แม้เทคนิค  วิธีการ  สิ่งแวดล้อม  ทรัพยากรธรรมชาติ(สมุนไพรที่มีในธรรมชาติ)จะเปลี่ยนไปแต่จิตวิญญาณของการดูแลยังคงสืบทอดต่อไป  นั้นคือ"จิตวิญญาณของความเป็นแม่ที่เผื่อแผ่สำหรับทุกๆคน"    ผู้มีปฏิบัติการในวิถีชีวิตเพื่อการเกื้อกูลชีวิตอื่น  โดยมองว่าสิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งความเอื้ออาทรและดูแลกันอย่างลงตัวสมดุลตามสถานการณ์นั้นๆ  สำหรับการทำหน้าที่กันต่อไปดังคำกล่าวที่ว่า  "มือถือซ่อหมุก  กับเฉี้ยนหมาก  ท้องปากฝากไว้กับลูกหลาน"  

         อีกบทเรียนหนึ่งของการเรียนรู้จากความรู้ในตัวคน  จากประสบการณ์ชีวิตที่มีค่าและมีความหมาย  ถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปยังคนอีกรุ่นหนึ่ง  คงไม่หยุดเพียงคนรุ่นเรา   หาช่องทางสื่อสารให้คนรุ่นปัจจุบันได้รับรู้สิ่งเหล่านี้เพื่อความภูมิใจในบรรพบุรุษและภูมิปัญญาแห่งการพึ่งตนเอง    อันฉายภาพของระบบสุขภาพพอเพียง   นำมาผสมผสานกับความลงตัวของความรู้ใหม่อย่างรู้เท่าทันเพื่อไม่ให้พลังแห่งการพึ่งตนเองขาดหายไปจากชุมชน  สังคมไทย  และเผยแพร่ไปสู่สากลอย่างเข้าใจพลังชีวิต   อำนาจความรู้  ความดี   ความงามในตัวคนจากรุ่นสู่รุ่น   นำมาเป็นมรดกทางปัญญาเพื่อประโยชน์สุขร่วมกัน

           การเรียนรู้ความจริงใกล้ตัว  ช่วยสะท้อนความเป็นตัวตนของผู้เรียนได้อย่างชัดเจน   การเห็น  รับรู้ความเชื่อมโยงความจริงที่เกิดขึ้นอย่างเป็นองค์รวม   การสื่อสารโดยการเขียนบรรยาย  ถ่ายทอดให้คนอื่นรับรู้เป็นส่วนๆอย่างชัดเจนช่างยากเหลือเกิน  นี้คืออุปสรรคอย่างหนึ่งที่ทำให้ต้องขยายการส่งงานจนต้องยอมรับมาตราการตามกติกาของผู้ให้การสนับสนุนการเรียนรู้ภูมิปัญญาเรื่องนี้  เป็นการเรียนรู้จากคน  ทั้งเทคนิค  การจัดการ  วิธีคิดและวิถีชีวิตสังคมรอบด้าน  เห็นการจากไปของผู้ที่ร่วมเก็บข้อมูลบางท่าน   และหมอตำแยบางท่าน  ก็ช่วยให้เข้าใจความจริงสูงสุดของชีวิตมากยิ่งขึ้น

        ขออุทิศคุณความดีที่ได้จากการให้ทาน  รักษาศีล  และทำความดีของตนเอง  รวมทั้งการพัฒนาสติ สมาธิ  ปัญญา ช่วงตลอดการปฏิบัติ เป็นการปฏิบัติบูชาพระรัตนตรัย  พ่อแม่  ครูอาจารย์  ผู้มีพระคุณ  เจ้ากรรมนายเวร  สรรพสัตว์แด่ครูภูมิปัญญาและผู้มีส่วนร่วมให้ได้เรียนรู้ทุกท่าน  และขอคุณความดีที่ได้กระทำได้เป็นพลังใจ รวมพลังภาคี และสร้างแรงบันดาลใจหนุนเสริมให้ลูกสงขลานครินทร์ได้สามารถทำหน้าที่เป็นผลสำเร็จ       

          สืบสานภูมิปัญญาบรรพชนผสมผสานด้วยความเป็นสากล  เพื่อคนรุ่นใหม ด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง  เพื่อมิตรภาพที่ยั่งยืน" แบบ CARE&SHARE ด้วยกระบวนการเรียนรู้ เชิงรุก "Active  Learning"อย่าง "PLA" Participatory  Learning  through  Action"  บ่มเพาะความเป็นกัลยาณมิตรของสังคม

        ภูมิปัญญาเป็นกระบวนทัศน์ในการมองชีวิตอย่างเป็นองค์รวม  โดยมองกิจกรรมทุกอย่างในวิถีชีวิต  อันแสดงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน  คนกับธรรมชาติแวดล้อม  คนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ  เพื่อการแก้ปัญหา  จัดการเรียนรู้  ปรับตัว  สำหรับการอยู่รอดของบุคคล  ชุมชนและสังคม  มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  โดยมองเห็นในเรื่องของการใช้ความรู้  ทักษะ  การแสดงออก  ที่มีรากฐานของศาสนา  ความเชื่อ ศรัทธา มีการสั่งสม  สืบทอด  เปลี่ยนแปลงเพื่อปรับสมดุลตลอดเวลา  เกิดเป็นระเบียบ  แบบแผนที่ยอมรับ  และเอื้อประโยชน์ในการดำรงชีวิตร่วมกันมีความสอดคล้องกับศิลป  วัฒนธรรม  ประเพณี  สภาพความเป็นอยู่และวิถีชีวิตในแต่ละยุคแต่ละสมัย 

      ดังนั้นภูมิปัญญาจึงมีวัฒนธรรมเป็นฐาน  มีความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งเน้นจริยธรรมมากกว่าวัตถุธรรม  `ความจริงที่ประจักษ์  เพื่อการยอมรับวัตถุธรรมอย่างสมดุลลงตัว  อยู่ที่การเรียนรู้ร่วมกันกับสังคม  ด้วย  ความรู้  ความรัก  ความเมตตาเอื้ออาทร  ความถูกต้อง  อย่างกรุณาปราณีต่อกัน  ฝึกฝนขัดเกลา  ในวิถีชีวิตกันต่อไปด้วยความจริงในชีวิต  ของ"การดูแลจากมดลูกสู่เชิงตะกอน" ใครเห็นก่อนก็ทำหน้าที่ไปก่อน  เพื่อเป็นแบบอย่างสำหรับคนที่กำลังเรียนรู้ความจริงของชีวิต  และความหมายของชีวิต  "ผาสุกที่ตน  ร่วมเรียนรู้  ร่วมดูแล  ร่วมสอนชี้แนะคนที่ศรัทธา"  

               ขอมีส่วนร่วมทำความดี    เพื่อพ่อ      ด้วยคน  

  PSU: Wisdom  and  Power  of  the  Land  . (พลังของความดี ความรู้ ความรัก  ความเมตตา  ความถูกต้องด้วยกระบวนการทางศิลธรรม)

          "จดจำไว้ว่าความดี   คือศักดิ์ศรีของความเป็นคน" ม.อ.ใต้ร่มพระบารมี"

  ครบรอบ  70  ปี  แห่งการครองแผ่นดินโดยธรรมของพระองค์  ขอทรงพระเจริญ

          ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม  ขอเดชะ

 

              เจริญธรรม  จำเริญสุขภาวะ

                     ยาดมเอง

ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
ยาดม (Recent Activities)
23 December 2012 21:00
#82689

การพยาบาลแบบองค์รวม คือการรวมสิ่งดีๆมาใช้ในการดูแล อย่างมีสติ เห็นคุณค่า เห็นประโยชน์ เห็นโทษ เจ้าของสุขภาพจะเป็นผู้ตัดสิน ด้วยความรู้ข้อมูลที่ได้รับจากผู้ให้บริการ

" ยาดมเอง

Ico48
ยาดม (Recent Activities)
23 December 2012 21:05
#82690

"สืบสานภูมิปัญญาบรรพชน เพื่อคนรุ่นใหม่"

วัฒนธรรมคือรากฐานของภูมิปัญญา ท่ามกลางการก้าวสู่นานาชาติ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย คืออัตตลักษณ์ที่จะนำไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับนานาชาติ ที่จะแสดงความเป็นเอกลักษณ์ "ของความเป็นพยาบาลไทย"

ยาดมเอง

ทบทวนตน 2555

Ico48
วริศรา โสรัจจ์ [IP: 192.168.29.193]
07 March 2013 14:20
#85067

การเรียนรู้เกิดขึ้นทุกหนแห่ง ในทุกห้วงเวลาจริงๆนะคะ แต่เมื่อเก็บเอาความรู้ใหม่มา ก็ควรนำมาผสมผสานให้สอดคล้องกับสิ่งที่มีอยู่เดิม โดยการเคี่ยวให้ผสมกลมกลืม พร้อมกันนั้นก็เกิดสิ่งใหม่ สด เอี่ยม ในเวลาเดียวกัน ในอีกทางก็ต้องไม่ทิ้งรากเดิมของตน เพราะนั้นหมายถึง การทิ้งอัตตลักษณ์ที่เป็นของตน เพื่อผลประโยชน์ในการอยากจะแสดงออกถึงความศิวิไลซ์ที่ไร้ราก

สิ่งที่จะสร้างให้เกิดได้ในคนรุ่นต่อๆ ไป ไม่น่าจะยากเกินเอื้อม ถ้าเราร่วมมือกัน ปักธง และมองไปยังเป้าเดียวกัน เป็นกำลังใจให้นะคะ และจะร่วมลงแรงอีกทางหนึ่งด้วยค่ะ

.....^_____^.......

Ico48
ยาดม (Recent Activities)
13 October 2017 15:03
#107896

ทบทวนบันทึกในวันครบรอบหนึ่งปีแห่งการสวรรคตของพระเจ้าอยู่หัวร.9

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

จักทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สุขร่วมกันกับเพื่อนมนุษย์อย่างเต็มความสามารถ ด้วยภูมิรู้ ภูมิธรรมและภูมิปัญญา เกิดเป็นความสงบร่มเย็น จากโมกขภูมิ ร.9 สู่ ร.10 ต่อไป

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้า

นางอุดม พานทอง

อุทยานปาน-อิ่ม ยิ้ม อิ่ม สุข อาเซี่ยนอาศรม ใน สถาบันศานติธรรม

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.205.93.2
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ