นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ยาดม
Ico64
นาง อุดม พานทอง
อาจารย์
คณะพยาบาลศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 2

อ่าน: 3500
ความเห็น: 5

การเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น

การพยาบาลแบบองค์รวมที่ผสมผสานภูมิปัญญาตะวันออก.

     ด้วยบทเรียนของการจัดการเรียนแบบมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่นได้รู้จัก เข้าใจ เข้าถึงคนและภูมิปัญญา ตระหนักถึงพลังและศักยภาพในการพึ่งตนเองด้านสุขภาพตามเป้าหมายของการสาธารณสุขมูลฐานร่วมกับวิสัยทัศน์ของคณะพยาบาลศาสตร์  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์   ."....เน้นการพยาบาลแบบองค์รวมที่ผสมผสานภูมิปัญญาตะวันออก..." ส่งเสริมให้เกิดความมั่นใจในการก้าวเดินออกไปเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับชุมชน  ในงานวิจัย  บริการวิชาการ การเรียนการสอนและกิจกรรมนักศึกษา  ตลอดจนการร่วมทำงานเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กับชุมชนเพื่อเสริมสร้างชุมชนสุขภาวะหรือเพื่อการจัดการสุขภาพของชุมชน

      บทเรียนแรก  ร่วมเรียนรู้ในงานวิจัยและบริการวิชาการเกี่ยวกับ"พืชพื้นบ้าน สืบสานบรรพชนเพื่อคนรุ่นใหม่"  ทำให้เห็นคุณค่าของพืชพันธุ์ที่หลากหลาย  มีประโยชน์ทั้งเพื่อการใช้สอย  พืชอาหาร  สมุนไพร  เชื่อมโยงให้เห็นความสัมพันธ์ของคน  ธรรมชาติ สิ่งเหนือธรรมชาติผ่านพิธีกรรมต่างๆ เช่นการไหว้เจ้าที่  ไหว้ตายาย  ดูแลน้ำดูแลป่า  การทำขวัญข้าว  ความเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากร  ตามเรียนรู้และขับเคลื่อนภูมิปัญญาท้องถิ่นในรัฐธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย 2540   หากมองผ่านระบบสุขภาพชุมชนนี้คือสุขภาพของสังคมสิ่งแวดล้อม

     บทเรียนที่สอง   ร่วมเรียนรู้ในงานวิจัยและบริการวิชาการ การเรียนการสอนพืชผักพื้นบ้าน  อาหารถิ่นไทยใต้  อาหารสุขภาพ  เสริมความรู้  ความเข้าใจ  การซึมซับคุณค่าการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ  คุณประโยชน์ของอาหารผักพื้นบ้าน  ความหลากหลายของรสชาด  อาหารเป็นยา  ความมั่นคงด้านอาหาร  ความปลอดภัย  เกษตรอินทรีย์  อาหารปลอดสารเคมี  ตลาดสีเขียว  ที่สำคัญรู้จักการกิน  ชนิด  ประโยชน์ของพืชผักในท้องถิ่นมากขึ้น  โดยการเรียนรู้ร่วมกับผู้รู้ในท้องถิ่น หมอพื้นบ้าน  แม่บ้านที่ร่วมโครงการ รวมทั้งตำรับอาหารในครัวของแม่ในอดีต อาหารในปิ่นโตที่นำไปวัด  อาหารในเทศกาล  หากมองผ่านระบบสุขภาพชุมชนนี้คือความมั่นคงด้านอาหารและสมุนไพร ประจักษ์ชัดในความเป็นปัจจัย 4  "อาหารกับสุขภาพชุมชน" 

     บทเรียนที่สาม    ร่วมในการประชุมระดับชาติ  เรื่อง  "การพยาบาลชุมชนในระบบสุขภาพใหม่" ณ นครเชียงใหม่  ซึ่งเป็นที่มาของคำประกาศพยาบาลชุมชนในระบบสุขภาพใหม่  ณ นครเชียงใหม่  ที่ร่วมสร้างจินตนาการใหญ่ว่า  "พยาบาลคือกัลยาณมิตรของสังคม  เป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ระบบสุขภาพที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์  มีจิตสำนึกที่เห็นความเป็นหนึ่งเดียวของสังคม  ทำให้เกิดมิตรภาพและความรักอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์"  มุ่งดำเนินการเพื่อเสริมความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถดูแลสุขภาพอย่างเป็นองค์รวม  บนหลักการพึ่งพาตนเองและการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น   ร่วมสร้างองค์ความรู้จากการทำงานร่วมกับประชาชน  เครือข่ายสุขภาพในระดับพื้นที่  .....เร่งรัดการจัดการเรียนการสอนทางการพยาบาลชุมชนทั้งพื้นฐานและขั้นสูงให้มีสมรรถนะและใจรักในการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ   นับเป็นการร่วมสร้างจินตนาการที่ยิ่งใหญ่  นำไปสู่การพัฒนาบริการปฐมภูมิหากมองผ่านระบบสุขภาพชุมชนนี้คือการพัฒนาระบบบริการสุขภาพและผลิตกำลังคนเพื่อรองรับการปฏิรูประบบสุขภาพ  (งานหลักของความเป็นครู สักวันหนึ่งย่อมสำเร็จเมื่อเหตุปัจจัยพร้อม)

       บทเรียนที่สี่   กำลังร้อนๆเนื่องจากขอขยายเวลาโครงการมาหลายครั้ง  ดำเนินการวิจัยมาร่วมครึ่งทศวรรษ  เรื่อง"วิวัฒนาการและการปรับบทบาทของผดุงครรรภ์โบราณในภาคใต้ "ตามด้วย"การพัฒนาบทบาทในการดูแลสุขภาพมารดาและทารกของผดุงครรภ์โบราณในภาคใต้"  เริ่มโครงการตั้งแต่ลงพื้นที่ 3  จังหวัดแบบสบายๆหายห่วง จนคนร่วมทีมในพื้นที่บอกว่า   " อย่ามาเลยเป็นห่วงเวลาเดินทาง" โครงการระยะที่ 1 ปิดฉากได้  เห็นวิวัฒนาการ  3  ยุค  ของผดุงครรภ์โบราณ(หมอตำแย  แม่ทาน  หมอบิดัน  โต๊ะบิดัน  โต๊ะบิแด)  สิ่งที่ทำให้สะดุดคิดสนใจทำในเรื่องนี้คือ  "การเสียดุลทางภูมิปัญญา"  "อวสานโต๊ะบิแด"   ได้รับรู้แล้วใจหาย  เป็นไปได้อย่างไร  เมื่อไหร่เห็นก้อนเส้า ทำให้คิดถึง หมอตำแยทุกครั้ง  (ด้วยตัวเองก็คลอดกับหมอตำแยและท่านคือแม่คนที่สองของเรา  และเป็นแม่ของคนทั้งชุมชน) นี้คือการพึ่งตนเองด้านสุขภาพเพราะการตั้งครรภ์และคลอดเป็นเรื่องของธรรมชาติเป็นการเสียสมดุลชั่วคราวที่สำคัญสุขภาพของผู้หญิงหลังจากการคลอดคือพื้นฐานที่สำคัญของสุขภาพในอนาคต

       การเข้าใจวิวัฒนาการในระยะที่ 1  บทบาทที่พัฒนาในระยะที่ 2  คือการเป็นครูภูมิปัญญาของหมอตำแย  โดยตัวเองเข้าไปเรียนรู้  รอเวลาการพิสูจน์ตนเองจนครูเชื่อมั่นว่าต้องการรู้จริงๆ  และมั่นใจว่าจะนำไปใช้ประโยชน์ต่อ  เพื่อช่วยให้คนหายทุกข์ ไม่ได้เอาไปทำรายได้ การศึกษาในครั้งนี้ช่วยให้เห็นบทบาทของหมอตำแย  "เป็นการเรียนรู้ในวิถีชีวิตและดูแลด้วยจิตวิญญาณ"  ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าการปรารถนาให้คนที่เจ็บป่วย  ไม่ว่า กายหรือใจ พ้นทุกข์   เป็นการถ่ายทอดจิตวิญญาณจากรุ่นสู่รุ่นและถึงเวลาที่จะถ่ายทอดให้คนที่สนใจเรียนรู้ต่อ  เนื่องจากทายาทรุ่นหลังไม่รับภาระนี้และมีเจ้าหน้าที่สำหรับทำเรื่องนี้อยู่แล้ว   คำว่าเถื่อนยังอยู่ในความทรงจำ   ทั้งๆที่กระแสปัจจุบันกำลังหันมายอมรับการแพทย์ทางเลือก  หรือระบบการแพทย์พหุลักษณ์   ด้วยความหมายสุขภาพตามพรบ. สุขภาพแห่งชาติ 2552  องค์ความรู้เหล่านี้ยังคงได้รับการสืบทอดภายใต้วาทกรรม "การผดุงครรภ์ไทย"  "การคลอดธรรมชาติ"   แม้เทคนิค  วิธีการ  สิ่งแวดล้อม  ทรัพยากรธรรมชาติ(สมุนไพรที่มีในธรรมชาติ)จะเปลี่ยนไปแต่จิตวิญญาณของการดูแลยังคงสืบทอดต่อไป  นั้นคือ"จิตวิญญาณของความเป็นแม่ที่เผื่อแผ่สำหรับทุกๆคน"    ผู้มีปฏิบัติการในวิถีชีวิตเพื่อการเกื้อกูลชีวิตอื่น  โดยมองว่าสิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งความเอื้ออาทรและดูแลกันอย่างลงตัวสมดุลตามสถานการณ์นั้นๆ  สำหรับการทำหน้าที่กันต่อไปดังคำกล่าวที่ว่า  "มือถือซ่อหมุก  กับเฉี้ยนหมาก  ท้องปากฝากไว้กับลูกหลาน"  

         อีกบทเรียนหนึ่งของการเรียนรู้จากความรู้ในตัวคน  จากประสบการณ์ชีวิตที่มีค่าและมีความหมาย  ถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปยังคนอีกรุ่นหนึ่ง  คงไม่หยุดเพียงคนรุ่นเรา   หาช่องทางสื่อสารให้คนรุ่นปัจจุบันได้รับรู้สิ่งเหล่านี้เพื่อความภูมิใจในบรรพบุรุษและภูมิปัญญาแห่งการพึ่งตนเอง    อันฉายภาพของระบบสุขภาพพอเพียง   นำมาผสมผสานกับความลงตัวของความรู้ใหม่อย่างรู้เท่าทันเพื่อไม่ให้พลังแห่งการพึ่งตนเองขาดหายไปจากชุมชน  สังคมไทย  และเผยแพร่ไปสู่สากลอย่างเข้าใจพลังชีวิต   อำนาจความรู้  ความดี   ความงามในตัวคนจากรุ่นสู่รุ่น   นำมาเป็นมรดกทางปัญญาเพื่อประโยชน์สุขร่วมกัน

           การเรียนรู้ความจริงใกล้ตัว  ช่วยสะท้อนความเป็นตัวตนของผู้เรียนได้อย่างชัดเจน   การเห็น  รับรู้ความเชื่อมโยงความจริงที่เกิดขึ้นอย่างเป็นองค์รวม   การสื่อสารโดยการเขียนบรรยาย  ถ่ายทอดให้คนอื่นรับรู้เป็นส่วนๆอย่างชัดเจนช่างยากเหลือเกิน  นี้คืออุปสรรคอย่างหนึ่งที่ทำให้ต้องขยายการส่งงานจนต้องยอมรับมาตราการตามกติกาของผู้ให้การสนับสนุนการเรียนรู้ภูมิปัญญาเรื่องนี้  เป็นการเรียนรู้จากคน  ทั้งเทคนิค  การจัดการ  วิธีคิดและวิถีชีวิตสังคมรอบด้าน  เห็นการจากไปของผู้ที่ร่วมเก็บข้อมูลบางท่าน   และหมอตำแยบางท่าน  ก็ช่วยให้เข้าใจความจริงสูงสุดของชีวิตมากยิ่งขึ้น

        ขออุทิศคุณความดีที่ได้จากการให้ทาน  รักษาศีล  และทำความดีของตนเอง  รวมทั้งการพัฒนาสติ สมาธิ  ปัญญา ช่วงตลอดการปฏิบัติ เป็นการปฏิบัติบูชาพระรัตนตรัย  พ่อแม่  ครูอาจารย์  ผู้มีพระคุณ  เจ้ากรรมนายเวร  สรรพสัตว์แด่ครูภูมิปัญญาและผู้มีส่วนร่วมให้ได้เรียนรู้ทุกท่าน  และขอคุณความดีที่ได้กระทำได้เป็นพลังใจ รวมพลังภาคี และสร้างแรงบันดาลใจหนุนเสริมให้ลูกสงขลานครินทร์ได้สามารถทำหน้าที่เป็นผลสำเร็จ       

          สืบสานภูมิปัญญาบรรพชนผสมผสานด้วยความเป็นสากล  เพื่อคนรุ่นใหม ด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง  เพื่อมิตรภาพที่ยั่งยืน" แบบ CARE&SHARE ด้วยกระบวนการเรียนรู้ เชิงรุก "Active  Learning"อย่าง "PLA" Participatory  Learning  through  Action"  บ่มเพาะความเป็นกัลยาณมิตรของสังคม

        ภูมิปัญญาเป็นกระบวนทัศน์ในการมองชีวิตอย่างเป็นองค์รวม  โดยมองกิจกรรมทุกอย่างในวิถีชีวิต  อันแสดงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน  คนกับธรรมชาติแวดล้อม  คนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ  เพื่อการแก้ปัญหา  จัดการเรียนรู้  ปรับตัว  สำหรับการอยู่รอดของบุคคล  ชุมชนและสังคม  มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  โดยมองเห็นในเรื่องของการใช้ความรู้  ทักษะ  การแสดงออก  ที่มีรากฐานของศาสนา  ความเชื่อ ศรัทธา มีการสั่งสม  สืบทอด  เปลี่ยนแปลงเพื่อปรับสมดุลตลอดเวลา  เกิดเป็นระเบียบ  แบบแผนที่ยอมรับ  และเอื้อประโยชน์ในการดำรงชีวิตร่วมกันมีความสอดคล้องกับศิลป  วัฒนธรรม  ประเพณี  สภาพความเป็นอยู่และวิถีชีวิตในแต่ละยุคแต่ละสมัย 

      ดังนั้นภูมิปัญญาจึงมีวัฒนธรรมเป็นฐาน  มีความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งเน้นจริยธรรมมากกว่าวัตถุธรรม  `ความจริงที่ประจักษ์  เพื่อการยอมรับวัตถุธรรมอย่างสมดุลลงตัว  อยู่ที่การเรียนรู้ร่วมกันกับสังคม  ด้วย  ความรู้  ความรัก  ความเมตตาเอื้ออาทร  ความถูกต้อง  อย่างกรุณาปราณีต่อกัน  ฝึกฝนขัดเกลา  ในวิถีชีวิตกันต่อไปด้วยความจริงในชีวิต  ของ"การดูแลจากมดลูกสู่เชิงตะกอน" ใครเห็นก่อนก็ทำหน้าที่ไปก่อน  เพื่อเป็นแบบอย่างสำหรับคนที่กำลังเรียนรู้ความจริงของชีวิต  และความหมายของชีวิต  "ผาสุกที่ตน  ร่วมเรียนรู้  ร่วมดูแล  ร่วมสอนชี้แนะคนที่ศรัทธา"  

               ขอมีส่วนร่วมทำความดี    เพื่อพ่อ      ด้วยคน  

  PSU: Wisdom  and  Power  of  the  Land  . (พลังของความดี ความรู้ ความรัก  ความเมตตา  ความถูกต้องด้วยกระบวนการทางศิลธรรม)

          "จดจำไว้ว่าความดี   คือศักดิ์ศรีของความเป็นคน" ม.อ.ใต้ร่มพระบารมี"

  ครบรอบ  70  ปี  แห่งการครองแผ่นดินโดยธรรมของพระองค์  ขอทรงพระเจริญ

          ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม  ขอเดชะ

 

              เจริญธรรม  จำเริญสุขภาวะ

                     ยาดมเอง

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 07 ธันวาคม 2552 04:08 แก้ไข: 16 ตุลาคม 2560 09:28 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

การพยาบาลแบบองค์รวม คือการรวมสิ่งดีๆมาใช้ในการดูแล อย่างมีสติ เห็นคุณค่า เห็นประโยชน์ เห็นโทษ เจ้าของสุขภาพจะเป็นผู้ตัดสิน ด้วยความรู้ข้อมูลที่ได้รับจากผู้ให้บริการ

" ยาดมเอง

"สืบสานภูมิปัญญาบรรพชน เพื่อคนรุ่นใหม่"

วัฒนธรรมคือรากฐานของภูมิปัญญา ท่ามกลางการก้าวสู่นานาชาติ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย คืออัตตลักษณ์ที่จะนำไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับนานาชาติ ที่จะแสดงความเป็นเอกลักษณ์ "ของความเป็นพยาบาลไทย"

ยาดมเอง

ทบทวนตน 2555

Ico48
วริศรา โสรัจจ์ [IP: 192.168.29.193]
07 มีนาคม 2556 14:20
#85067

การเรียนรู้เกิดขึ้นทุกหนแห่ง ในทุกห้วงเวลาจริงๆนะคะ แต่เมื่อเก็บเอาความรู้ใหม่มา ก็ควรนำมาผสมผสานให้สอดคล้องกับสิ่งที่มีอยู่เดิม โดยการเคี่ยวให้ผสมกลมกลืม พร้อมกันนั้นก็เกิดสิ่งใหม่ สด เอี่ยม ในเวลาเดียวกัน ในอีกทางก็ต้องไม่ทิ้งรากเดิมของตน เพราะนั้นหมายถึง การทิ้งอัตตลักษณ์ที่เป็นของตน เพื่อผลประโยชน์ในการอยากจะแสดงออกถึงความศิวิไลซ์ที่ไร้ราก

สิ่งที่จะสร้างให้เกิดได้ในคนรุ่นต่อๆ ไป ไม่น่าจะยากเกินเอื้อม ถ้าเราร่วมมือกัน ปักธง และมองไปยังเป้าเดียวกัน เป็นกำลังใจให้นะคะ และจะร่วมลงแรงอีกทางหนึ่งด้วยค่ะ

.....^_____^.......

ทบทวนบันทึกในวันครบรอบหนึ่งปีแห่งการสวรรคตของพระเจ้าอยู่หัวร.9

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

จักทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สุขร่วมกันกับเพื่อนมนุษย์อย่างเต็มความสามารถ ด้วยภูมิรู้ ภูมิธรรมและภูมิปัญญา เกิดเป็นความสงบร่มเย็น จากโมกขภูมิ ร.9 สู่ ร.10 ต่อไป

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้า

นางอุดม พานทอง

อุทยานปาน-อิ่ม ยิ้ม อิ่ม สุข อาเซี่ยนอาศรม ใน สถาบันศานติธรรม

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.238.194.166
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ