นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1812
ความเห็น: 1

ครูศิษย์พยาบาลร่วมสร้างตำนานการสร้างเสริมสุขภาพ

บทเรียนเมื่อครูและศิษย์พยาบาลร่วมสร้างตำนานการสร้างเสริมสุขภาพ

ม.อ.ขับเคลื่อนสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพ

        ขอมีส่วนร่วมสำหรับการขับเคลื่อนสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพ  ด้วยบทเรียนที่ผ่านมาต่อไปนี้

 

การบูรณาการจัดการเรียนการสอนและกิจการนักศึกษาเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะชุมชน          ความภูมิใจของการจัดการเรียนการสอนรายวิชานี้              บทเรียนเล็กๆที่นำมาแลกเปลี่ยนในครั้งนี้  เป็นการนำแนวคิดหลัก ปรัชญา  ของการพัฒนาและการจัดการศึกษามาประยุกต์ใช้กับการจัดการเรียนการสอนพยาบาลอย่างเป็นรูปธรรมโดยบูรณาการทั้งรายวิชาทฤษฏี  ปฏิบัติ  กิจกรรมเสริมหลักสูตรและการวิจัยเล็กๆในสถานการณ์ของการทำงานที่ต่อเนื่อง         

           1. การศึกษาคือการพัฒนาคน   ต้องพัฒนาที่ความคิด  จิตใจ   จะพัฒนาใครเขา  ต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน

              2. การพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้และสร้างความรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

             3. การปรับเปลี่ยนบทบาทเป็นพยาบาลที่มุ่งเน้นการสร้างเสริมสุขภาพโดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน   การพยาบาลแบบองค์รวมที่ผสมผสานภูมิปัญญาบนหลักการพึ่งพาตนเองอย่างรู้เท่าทันสถานการณ์สังคม         

             4. พยาบาลคือกัลยาณมิตรของสังคม  เป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การปฏิรูประบบบริการสุขภาพที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์  มีจิตสำนึกที่เห็นความเป็นหนึ่งเดียวของสังคมทำให้เกิดมิตรภาพและความรักอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์  โดยการเรียนรู้และทำงานร่วมกับคนในสังคม

              5.บทเรียนของการทำงานในบทบาทของความเป็นครู ที่พยายามพัฒนาจิตวิญญาณที่ประกอบด้วย การเพิ่มปัญญาความรอบรู้ด้วยความบริสุทธิ์  ความจริงใจและความเมตตาแนะนำสั่งสอนในทางที่ถูก  การอดทนต่อผู้น้อย  การแก้ปัญหาโดยการอธิบายให้ฟังบางเรื่องก็แก้ปัญหาไม่ได้ จำเป็นต้องถามเพื่อให้ผู้เรียนค่อยๆหมดข้อมูลในการโต้เถียง จนเกิดคำถามจากความไม่เข้าใจแล้วมาเรียนรู้ด้วยการลงมือทำร่วมกัน"เมื่อศิษย์ไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวัง  จงเติมปัญญาและเมตตาเข้าไป"

              กิจกรรมที่ได้ดำเนินการ            รายวิชาทฤษฏีการพยาบาลเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ เนื้อหาการเรียนสอนประกอบด้วย   แนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพ  สถานการณ์และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ  ทฤษฏีที่เกี่ยวข้องในการสร้างเสริมสุขภาพและการปรับพฤติกรรม การสร้างเสริมพลังสู่สุขภาวะ   หลักและวิธีการสร้างเสริมสุขภาพด้านอาหาร  การออกกำลังกาย  อารมณ์  วิถีชุมชน  การให้ความรู้ทางสุขภาพ  การให้การปรึกษาทางสุขภาพ  แนวทางการสร้างเสริมสุขภาพตามวัย และนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ   วิธีการจัดการเรียนการสอน ประกอบด้วย การฟังบรรยาย   ฝึกปฏิบัติการปรับพฤติกรรมและสร้างสุภาพตนเอง บันทึกการประเมินสุขภาพตนเองโดยใช้แบบแผนสุขภาพ  วางแผนการปรับพฤติกรรม ปฏิบัติตามแผน นำเสนอ/อภิปรายผลการวิเคราะห์และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพที่เลือกสรรของตนเองเป็นการแลกเปลี่ยนกันกลุ่มย่อย  นักศึกษา 8-9 คนต่อกลุ่มสำหรับอาจารย์ที่ปรึกษา  1 คน  นำเสนอโปสเตอร์เกี่ยวกับนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพซึ่งเป็นกิจกรรมกลุ่ม 8-9  คนต่ออาจารย์ประจำกลุ่ม  1 คน   รวมทั้งจัดสรรเวลาให้มีการศึกษาด้วยตนเอง             ภายหลังการจัดการเรียนการสอนภาคทฤษฏี  มีนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต(ต่อเนื่อง 2 ปี ) เรียนในรายวิชาวิจัยเลือกประเด็นการศึกษาเพื่อติดตามผลการสร้างเสริมพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ : กรณีศึกษาชั้นปีที่  2 (สุดารัตน์,สุกัญญาและพเนิน ,2548) ผลการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน  30  คน  พบว่า  พฤติกรรมที่กลุ่มตัวอย่างได้ฝึกปฏิบัติเพื่อการปรับพฤติกรรมสุขภาพคือการรับประทานอาหารร้อยละ 46.7  และการออกกำลังกายร้อยละ  43.3  โดยก่อนที่จะเรียนในรายวิชานี้มีพฤติกรรมในระยะก่อนคิดตัดสินใจร้อยละ  16.7   ระยะเริ่มคิดตัดสินใจร้อยละ  40  ระยะเตรียมการร้อยละ  33.3  และระยะสร้างพฤติกรรมใหม่ร้อยละ  10  การสร้างพฤติกรรมภายหลังการเรียนรายวิชาในเวลา 6 เดือน  ส่วนใหญ่เป็นระยะของการสร้างพฤติกรรมใหม่  ร้อยละ  86.7  สำหรับในขณะเก็บข้อลมูลวิจัยซึ่งผ่านมาเป็นเวลา  1  ปี  พบว่าอยู่ในระยะสร้างพฤติกรรมใหม่ ร้อยละ 60  ระยะเตรียมการร้อยละ  26.7  และสามารถคงไว้ซึ่งพฤติกรรมร้อยละ  13.3  ปัจจัยส่งเสริมคือต้องการมีสุขภาพดี  มีแรงบันดาลใจจากเพื่อนที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกันเป็นร้อยละ  33  และ  36.1  ตามลำดับสำหรับปัจจัยที่เป็นปัญหาและอุปสรรคคือความรู้สึกท้อ  ขี้เกียจ  และทำงานกลุ่ม  เตรียมตัวสอบเรียนในช่วงเย็นบางวัน ร้อยละ  60  และ  40  ตามลำดับ   สิ่งที่กลุ่มตัวอย่างได้เรียนรู้จากการสร้างเสริมสุขภาพตนเองคือ  พฤติกรรมที่คิดจะปรับหรือแก้สำคัญอยู่ที่ความตั้งใจ    ความอดทน  และพยายามให้มากขึ้นคิดเป็นร้อยละ  54.5    ผู้วิจัยได้เสนอข้อคิดเห็นจากการวิจัยว่าควรมีการจัดโครงการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพของนักศึกษาตั้งแต่แรกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องจนจบการศึกษา  เพื่อช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น             

             รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลใช้กระบวนการพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพ การประเมินภาวะสุขภาพ การเฝ้าระวัง การคัดกรองโรคของบุคคลทุกวัย ครอบครัวและชุมชน ในภาวะสุขภาพดีและภาวะเสี่ยง การประยุกต์ใช้ทฤษฎีเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเองของบุคคล บทบาทของครอบคัว ชุมชนในการช่วยเหลือ ซึ่งกันและกันตามวิถีชุมชนที่ผสมผสานภูมิปัญญาตะวันออก  วิธีการจัดการเรียนการสอนประกอบด้วย  การประชุมปรึกษา  การจัดกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพรายบุคคล 2 คน ใน 2 ครอบครัว ทำบันทึกในลักษณะของการเล่าเรื่องและสะท้อนการเรียนรู้   รายกลุ่ม  1 กลุ่ม  การนำเสนอผลการจัดกิจกรรมรายบุคคลและรายกลุ่มทั้งในกลุ่มย่อยและกลุ่มใหญ่    รายงานการสร้างเสริมสุขภาพรายกลุ่ม   รายงานการวิพากษ์ต่างกลุ่ม   การประเมินผล การประเมินตนเอง  การประเมินโดยสมาชิกกลุ่ม  การประเมินโดยอาจารย์             ภายหลังการจัดการเรียนการสอนรายวิชาปฏิบัติมีนักศึกษากลุ่มหนึ่งมีคำถามว่า  จะได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้ในหมู่บ้านนี้ได้อีกหรือไม่ จะเข้ามาได้โดยวิธีใดบ้าง  จึงทำให้ผู้เขียนพยายามจัดจังหวะให้นักศึกษากลุ่มดังกล่าวได้เข้ามาเรียนรู้  ในกิจการนักศึกษาซึ่งผู้เขียนได้มีส่วนร่วมเป็นอาจารย์กิจการนักศึกษาของคณะฯ     โดยส่งเสริมสนับสนุนกลุ่มนักศึกษาที่มีความสนใจร่วมกันรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน   ซึ่งเป็นนักศึกษาไนติงเกลซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสนใจในวิชาชีพและได้รับคัดเลือกให้มาเรียนพยาบาล มีความศรัทธาในวิชาชีพพยาบาลเป็นทุนเดิม  นักศึกษามีความสนใจและต้องการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน  เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองในการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก  โดยมองว่าชุมชนมีศักยภาพและภูมิปัญญาในตนเอง    ได้รับงบประมาณจากแผนงานพัฒนาแกนนำนักศึกษาในการสร้างเสริมสุขภาพ ในการประชุมวิชาการ  15 สถาบันพยาบาลร่วมใจสร้างสุขภาพเพื่อได้เรียนรู้เรื่องของสุขภาพที่กว้างกว่าโรค  การเจ็บป่วย  เป็นมิติการเรียนรู้และให้คุณค่ากับภูมิปัญญาของการดูแลสุขภาพในมิติการพึ่งตนเองของชุมชน  ซึ่งนักศึกษาได้มองเห็นและต้องการให้เกิดความต่อเนื่องของการเรียนรู้จากรายวิชาปฎิบัติการสร้างเสริมสุขภาพ  ชื่อ โครงการดอกบีบสู่ชุมชน  โดยมีความคาดหวังเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ชุมชนหันกลับมามองและดำรงไว้ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเองในการดูแลสุขภาพ  ถือเป็นความยั่งยืนในการสืบทอดวัฒนธรรมสุขภาพในท้องถิ่นต่อไป          

         ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ           จากผลสะท้อนการเรียนรู้ของนักศึกษาได้พัฒนาทักษะการสังเกต การประเมินสุขภาพของตนเอง  รู้ภาวะสุขภาพตนเอง  เข้าใจวิธีการปรับพฤติกรรมโดยการทำพันธะสัญญากับตนเอง  การปลุกจิตสำนึก หรือได้แรงบันดาลใจจากเพื่อน มีความรู้สึกมั่นใจเมื่อตนเองปรับพฤติกรรมได้ หรือเห็นปัญหาอุปสรรคทั้งภายนอกและภายใน  เช่นความท้อแท้  ขี้เกียจที่เกิดขึ้น  กิจกรรมต่างๆที่มีผลกระทบต่อแบบแผนสุขภาพ  ก่อให้เกิดความเข้าใจในการทำงานเพื่อสร้างเสริมสุขภาพบุคคล  ชุมชน  ที่มีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายอย่าง  การจัดการเรียนการสอนด้านการสร้างเสริมสุขภาพชุมชนสามารถทำงานประสานกับนโยบายของพื้นที่เพื่อรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องได้อย่างเป็นรูปธรรม  ในรูปแบบการบูรณาการการเรียนการสอน  บริการวิชาการและการวิจัยในบทบาทภาคีความร่วมมือในการเสริมสร้างสุขภาวะชุมชน       

             สิ่งสำคัญในการจัดการเรียนการสอนด้านปฏิบัติคือความพร้อมของพื้นที่การเรียนรู้  การทำงานเพื่อการร่วมสร้างความเข้มแข็งของสุขภาวะชุมชนร่วมกับการทำงานเพื่อการจัดการเรียนการสอน     ทำให้เกิดความต่อเนื่องของการเรียนรู้   ความตั้งใจของนักศึกษา  และอาจารย์ผู้สอนพร้อมด้วยความสนุก  ความสุขจากการทำงานร่วมกัน     ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่เห็นคุณค่าของคน  คุณค่าของภูมิปัญญาซึ่งเป็นการเรียนรู้จากคนทุกๆคน      เชื่อมโยงอย่างเป็นองค์รวมกับสุขภาพสังคม    อันแสดงให้เห็นบทบาทในการจัดการเรียนการสอนร่วมกับการสร้างเสริมสุขภาพของชุมชน             

        ส่งท้าย           การได้มีส่วนร่วมจัดการเรียนการสอนในรายวิชาการพยาบาลเพื่อสร้างเสริมสุขภาพทำให้ได้เกิดการพัฒนาความคิด   เกี่ยวกับการพยาบาลในมุมมองของศักยภาพคนที่เด่นชัดมากขึ้น  เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง     เกี่ยวกับเปลี่ยนวิธีการมองที่คุ้นเคยจากการค้นหาปัญหาเพื่อที่จะแก้ไข    มาเป็นการค้นหาศักยภาพเพื่อสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการพึ่งตนเองด้านสุขภาพ  ยืนยันความคิด  ความเชื่อเกี่ยวกับคนที่ว่า        มนุษย์มีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคน  และศักยภาพแห่งการสร้างสรรอย่างหาที่เปรียบไม่ได้  แต่ศักดิ์ศรีและศักยภาพแห่งความเป็นคน ถูกบดบังลงด้วยเหตุต่างๆ   ต้องเข้าใจเหตุเหล่านั้นและดึงศักยภาพที่ซ้อนเร้นซึ่งอยู่ในตัวมนุษย์แต่ละคนออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนา  ดังนั้นมนุษย์ทุกคนควรสร้างจิตสำนึกของความเป็นคน  โดยเคารพความเป็นคนของตนเอง  เคารพความเป็นคนของผู้อื่น  การเรียนรู้จากคน   การศึกษาภูมิปํญญาท้องถิ่น เป็นการศึกษาความจริงของชีวิต จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนาศักยภาพของบุคคล  กลุ่มคนและชุมชนเพื่อเข้าถึง  สังคมสุขภาวะ  สันติภาพ   สันติสุข  หัวใจสำคัญอยู่ที่  คุณค่าของคนและชุมชนพึ่งตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี 

              ผาสุกอยู่ที่ตน  ทำงานร่วมกับคนที่ศรัทธา      

                   ผาสุกที่ตน    สอนคนที่ศรัทธา                  

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 22 กรกฎาคม 2553 14:38 แก้ไข: 04 กันยายน 2558 15:55 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

2555 ปีสุดท้ายของการจัดการเรียนการสอน การพยาบาลเพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่มีทั้งทฤษีและปฏิบัติ ปีการศึกษา 2556 จะมีแต่ทฤษฎี คงต้องร่วมกันออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนใหม่กันต่อไป "สิ่งสำคัญคือการเริมต้น สร้างที่ตัวเราก่อน" แล้วนำไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน บทบาทครูคือการทำให้เกิดการเรียนรู้ตนเองและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

"ยาดมเอง"

ทบทวนตนเอง 2555

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.226.248.180
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ