นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2165
ความเห็น: 5

"มนต์เสน่าห์มะละกา"

โครงการ"สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงงานอย่างมีประสิทธิภาพ"

อยากเล่าค่ะ  เป็นการรายงานผลจากการทำกิจกรรมกลุ่มค่ะ ซึ่งดิฉันอยู่ที่ ๔ ค่ะ มีสมาชิกทั้งหมด ๙ คนค่ะ โดยมี อาจารย์ สุธา  วัฒนสิทธ์ พี่มะลิ พี่สิน พี่เอกชัย พี่สวย พี่สมชาย พี่วิเศษ น้องป้อม และจิ๊บ ค่ะ โดยดิฉันจะถึงประเด็นของประวัติศาสตร์มาเล่าสู่กันฟังค่ะ 

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าเมืองมะละกาเคยเป็นเมืองหลวงและเมืองท่าอันเก่าแก่มาก่อนค่ะ โดยคำว่า มะละกา แปล ว่ามะขามป้อม ค่ะ  เมืองมะละกาจะมีช่องแคบที่นักเดินเรือทั่วโลกทั้งอดีตและปัจจุบันที่รู้กันเป็นอย่างดี  เมืองมะละกาจึงเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย  เป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างชนชาติต่างๆ เช่น ชาวดัชน์ โปรตุเกส อังกฤษ จีน อินเดีย  ทำให้มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม ที่สำคัญยูเนสโก ได้ประกาศให้เมืองมะละกาเป็นเมืองแห่งมรกโลก  ซึ่งประเทศมาเลเซียสนับสนุนชาวมะละกาให้อนุรักษ์ขนบธรรมเนียม ประเพณี ประวัติศาสตร์ของมาเลเซียไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาหาความรู้ โดยจะไม่ทำลายสิ่งที่ก่อสร้างตั้งแต่สมัยอดีตและจะรักษาให้มันคงสภาพเดิมอยู่ตลอดไป เช่น บริเวณดัชสแควซ์ จัตุรัสแรกอันเป็นแหล่งรวมเอกลักษณ์ของชาติต่างๆ ที่เข้ามายึดครองมะละกาในอดีต ทั้ง โปรตุเกส ดัชน์ และ อังกฤษ  รวมทั้งเขาได้สร้างพิพิธภัณฑ์เอกราชมะละกาเพื่อที่จะให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร ใครเป็นผู้ประกาศเอกราชจึงทำให้มาเลเซียได้อิสระภาพคืนมาจากประเทศอังกฤษ  เราสามารถศึกษาวิถีชีวิตชาวมะลากาบนถนนสายวัฒนธรรมของมะละกา  (JONKER STRET) ซึ่งถนนเส้นนี้ถ้าจะให้เปรียบเทียบลักษณะคล้ายกับถนนนางงาม ในอำเภอเมือง จังหวัดสงขลาของเรานี้เอง แต่ที่เขามีความแตกต่างก็คือ  ระบบการจัดการ การวางแผนที่จะอนุรักษ์ถนนแห่งอารยะธรรมแห่งนี้ไว้  อย่างที่ใครๆ ไปแล้วจะได้เล่าต่อกัน และได้เรียนรู้ถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างคนหลายเชื้อชาติหลายเผ่าพันธุ์ที่สามารถอยู่ด้วยกันอย่างปกติสุขได้นั้นเองค่ะ ดิฉันคิดว่าการเป็นดูงานในครั้งนี้  สิ่งหนึ่งที่เห็น และคิดว่าเราน่าก็คือ ประวัติศาสตร์ของคณะทรัพยากรธรรมชาติของเรา เราต้องทำให้เป็นรูปเป็นร่างให้ได้ค่ะ เพราะขณะนี้จะสังเกตได้ว่า คนรุ่นเก่าเริ่มจะจางหายไป  และคนรุ่นใหม่เริ่มเข้ามาแทนที่  แต่เรายังไม่ทำอะไรให้เป็นประวัติศาสตร์ของคณะเราเลยว่า ที่แห่งนี้เราได้มาอย่างไร  แล้วทำไมเราถึงเรียกว่า คณะทรัพยากรธรรมชาติ และทำไมเราจึงเรียก ลานเรือ ว่า ลานเรือ  เรียกลานไทร ว่า ลานไทร  เราน่าจะเริ่มที่จะทำประวัติศาสตร์ของคณะให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และทราบประวัติความเป็นมาเหมือนๆ กับคนรุ่นหลังนะค่ะ  อย่างให้ประวัติศาสตร์มันหายไปพร้อมกับคนรุ่นหลังเลยค่ะ สำหรับการเดินทางครั้งนี้ ก็ขอขอบคุณผู้จัด และคณะ ที่ให้การสนับสนุนในการเดินทางครั้งนี้ค่ะ และดิฉันมีความเชื่อว่าคณะมีการลงทุนครั้งนี้ คณะฯ ได้คิดถูกต้องแล้วค่ะ  เพราะดิฉันคิดว่าคณะจะได้รับการพัฒนาจากกลุ่มคนเหล่านี้อาจจะไม่ได้เห็นทันตา แต่อย่างน้อยพวกเราก็ได้ความสามัคคีกับคืนมาสำหรับคนในคณะฯ รวมถึงการช่วยเหลือซึ่งกันและกันค่ะ

 

ปล. ถ้ามีเวลาจะเขียนเล่าอีกเพราะ มีอีกหลายอย่างที่ยังจะเขียนเล่าให้อ่านในการเดินทางครั้งนี้ค่ะ

 

หมวดหมู่บันทึก: ประวัติศาสตร์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 13 พฤษภาคม 2554 15:35 แก้ไข: 13 พฤษภาคม 2554 15:59 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby และ Ico24 ปราณี .
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ชอบที่ JONKER STRETเพราะถนนสายเดียวกันมีทั้งศาลเจ้าจีน มัสยิด  โบสถ์ฮินดู ชอบเมืองนี้ที่สุด สงสัยหลงมนต์เสน่ห์ของเมืองมะละกาเข้าแล้วล่ะค่ะ
พี่บิวตี้ประทับใจมากๆเลยจ๊ะกับดินแดนแห่งประวัติศาสตร์และความสวยงามของเมืองมะละกา โดยเฉพาะสามล้อเมืองนี้สวยมากเลย ^_^

ประทับใจเมืองนี้มากเช่นกันค่ะ 

โดยเฉพาััะคุณพี่ที่เล่นกีต้าร์ร้องเพลง Country Road ได้บรรยากาศ Country Country ชอบที่ซู๊ดดดดดดค่ะ 

ชอบเมือง Melaka เช่นกันค่ะ ที่บ้านเรา น่าจะทำถนนนางงาม ที่ อ.เมือง จ.สงขลา ให้เป็นเมืองประวัติศาสตร์ เพื่อเป็นเมืองท่องเที่ยว นำรายได้เข้าประเทศ

อีกหนึ่งบันทึก ที่พี่มิกกี้เขียนเกี่ยวกับมะละกา สวยมาก ^_^ http://share.psu.ac.th/blog/soda/10094

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.230.76.196
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ