นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

รัตติยา เขียวแป้น
Ico64
รัตติยา เขียวแป้น
บุคลากรชำนาญการ
งานพัฒนาและฝึกอบรม กองการเจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 11

อ่าน: 1918
ความเห็น: 10

บันทึกที่ ๖ ซีรี่ส์เกาหลี : ตอนจบ (สำหรับผู้จัด) ตอนที่ ๒

เหตุการณ์ ณ วันนี้ รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นมาก ปกติจะต้องฉุนเฉียว และตั้งหน้าตั้งตาโทษกันตลอด แต่เมื่อวานนี้ ดิฉันอารมณ์นิ่งมาก มีสติ นั่นคงเป็นเหตุให้สามารถคิดหาแนวทางแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

หลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดในบันทึกนี้แล้ว

เมื่อดิฉันดึงสติตัวเองกลับมาได้แล้ว สิ่งที่ดิฉันทำทันที

อันดับแรกคือ

ต้องโทรติดต่อรถฉุกเฉินให้มารับคนเจ็บให้เร็วที่สุด  ทำไงดีเบอร์ฉุกเฉินก็จำไม่ได้สักเบอร์ ระหว่างวิ่งกลับไปที่รถเพื่อไปหาโทรศัพท์ ปากก็พูดไปตลอดว่าเบอร์ฉุกเฉิน รพ.ม.อ.เบอร์อะไร ใครจำได้บ้า

ลูกสาวตนโตของดิฉันพูดขึ้นมา “แม่ ๆ เบอร์ฉุกเฉิน รพ.กรุงเทพหาดใหญ่ได้ไหมแม่  ๑๗๑๙”   แว้บแรกดิฉันคิดว่าเด็กคงพูดเล่นตามประสา  แต่เขายืนยันว่าเป็นเบอร์นี้จริง ๆ ดิฉันเลยรีบโทรไปทันที

“ฉุกเฉิน รพ.กรุงเทพหาดใหญ่   ดิฉัน........รับสายค่ะ  มีอะไรให้รับใช้ค่ะ”

           “พี่เกิดอุบัติเหตุค่ะ ตอนนี้มีคนเจ็บนอนจมกองเลือดอยู่ ไม่ได้สติ  พี่จะขอให้รถมารับด่วนได้ไหมค่ะ”

“พื้นที่เกิดเหตุอยู่ตรงบริเวณไหนค่ะ

                  “เลยวัดทุ่งงายมาสักสี่ – ห้าร้อยเมตร ค่ะ”

“คุณพี่ตั้งใจจะส่งคนเจ็บมารักษาที่ รพ.กรุงเทพฯ รึเปล่าค่ะ”

                     “พี่คงส่ง รพ.ม.อ.ค่ะ เพราะคงจะใกล้ที่สุด”

“งั้นเดี๋ยวดิฉันจะโทรแจ้งฉุกเฉิน รพ.ม.อ.ให้ส่งรถมารับนะคะ”

                      “ขอบพระคุณมาก ๆ เลยค่ะ เพราะพี่จำเบอร์อะไรไม่ได้เลย ดีที่ลูกสาวจำเบอร์ฉุกเฉิน รพ.กรุงเทพฯได้”

“ขอบพระคุณนะคะ ที่นึกถึงเราเป็นคนแรก  เดี๋ยวจะรีบดำเนินการแจ้ง รพ.ม.อ.ให้นะคะ”

เสร็จไป ๑ ภารกิจ ในการติดต่อรถฉุกเฉินให้มารับคนเจ็บ

 

ภารกิจที่ ๒  พูดคุยกับญาติผู้บาดเจ็บเพื่อให้เขารู้สึกคลายกังวล

ตอนนี้ไทยมุง เริ่มมารุมล้อมเต็มไปหมด แรก ๆ ไม่มีใครกล้ายกผู้ป่วยด้วยความที่เขานอนคว่ำหน้าและมีเลือดกองจมเต็มไปหมด  สักพักพอมีคนเห็นหน้าคนเจ็บ ก็มีคนรีบโทรไปแจ้งญาติพี่น้องของเขา  ไม่ถึง ๕ นาที ดิฉันก็เห็นผู้หญิงและเด็กผู้หญิง วิ่งมาแบบร้องไห้สุดเสียง พูดอะไรก็ฟังไม่ได้สัพ  แต่ดิฉันเดาได้ว่า น่าจะเป็นคนใกล้ชิดของผู้เจ็บ

 

จังหวะที่มีคนมามุงกันเต็ม ญาติ ๆ ของผู้เจ็บเริ่มมาออกันในที่เกิดเหตุ สามีก็คงวิ่งวุ่นกับการติดต่อบริษัทประกัน  ดิฉันเห็นบรรยากศรอบข้างไม่ค่อยจะดี  ก็เลยแสดงตนว่าเป็นคู่กรณี  แล้วบอกเขาว่า บ้านเราอยู่แถวนาหม่อมนี่แหละคะ เราไม่หนีไปไหนหรอก ตอนนี้ติดต่อรถฉุกเฉิน รพ.ม.อ.ให้มารับผู้ป่วยแล้ว รอหน่อยนะคะ

รู้ไหมค่ะว่า ณ วินาทีนั้น ดิฉัน ต้องทำใจดีสู้เสือขนาดไหน  แต่ที่ต้องเอาตัวเองเป็นคนออกหน้า เพราะเชื่อว่า ความเป็นผู้หญิง คงจะทำให้ชาวบ้านรอบข้างรู้สึกเกรี้ยวกราดเราน้อยลง

 

ภารกิจที่ ๓ ส่งเด็ก ๆ ไปอยู่ในที่ปลอดภัย

 เนื่องจากขณะนั้น บรรยากาศเริ่มเข้าสู่ความมืด และความตึงเครียดคงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ   ดิฉันเริ่มเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกสาวสองคน  ลืมไประยะหนึ่งเลยว่า ไอตัวเล็ก ขวัญเสีย ร้องไห้ตลอดเวลา  ดิฉันโทรติดต่อเพื่อนบ้านให้ช่วยออกมารับเด็ก ๆ ไปไว้ที่บ้านก่อน เพราะหากรู้ว่าลูกปลอดภัยแล้ว เราคงจะทำอะไรที่สะดวกขึ้นมากกว่านี้

 

ภารกิจที่ ๔ หาทางติดต่อคนที่สามารถมาช่วยพูดคุยกับคนในพื้นที่ได้

หลังจากที่แสดงตนว่าเราเป็นฝ่ายรับผิดชอบต่อคู่กรณีแล้ว  อันดับต่อไปคือ ดิฉันต้องหาทางติดต่อเพื่อหาคนในท้องที่ให้มาช่วยคุยกับญาติ  ๆ เขาเพื่อให้เหตุการณ์มันคลายตัวลง  นึกไปนึกมา นึกถึงใครไม่ออก มาจบลงที่เจ้าของโครงการหมู่บ้านที่ดิฉันอยู่ อย่างน้อยเขาน่าจะรู้จักคนในพื้นที่  ดิฉันรีบลนลานโทรหาเขาทันที แล้วแจ้งเหตุการณ์คร่าว  ๆ พร้อมจุดเกิดเหตุให้เขาฟัง โดยไม่ลืมที่จะบอกเขาว่า ขอให้เขาช่วยพาคนในพื้นที่มาช่วยพูดคุยด้วยสักคนหนึ่ง เพราะตอนนี้ดิฉันเริ่มรู้สึกกลัวมาก ๆ เพราะไทยมุงเริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ และที่สำคัญเราเพิ่งมาอยู่ใหม่ ไม่รู้จักใครในพื้นที่นี้เลยสักคน

ระหว่างนั้น มีรถสายตรวจผ่านมา  และรับคนเจ็บไปส่ง รพ.ม.อ.ก่อน โดยที่รถฉุกเฉิน รพ.ม.อ.มาถึงหลังจากนั้น

ไม่เกิน ๑๐ นาที  เจ้าของโครงการ มาพร้อมภรรยา และเพื่อนบ้านอีก ๑ ท่าน   ได้เข้าไปสอบถามไทยมุง จนได้ความว่า ผู้เจ็บเป็นใคร และอยู่ที่หมู่บ้านไหน  โชคดีที่เขาเป็นญาตินายบ้าน และเจ้าของโครงการก็รู้จักนายบ้านคนนี้ จึงได้โทรหานายบ้าน และบอกว่า คู่กรณี  (สามีดิฉัน)  คือ พรรคพวกกัน มีอะไร หวังว่าคงคุยกันได้นะ

ดิฉันก็คลายกังวลไปได้ระดับหนึ่ง

ท่าน ๆ คงสงสัยใช่ไหมค่ะ ว่าช่วงเวลานี้นั้น สามีดิฉันหายไปไหน  เขาก็ทำในภารกิจของเขา นั่นคือ โทรติดต่อประกัน และติดต่อลูกน้องที่บริษัท ให้มาในที่เกิดเหตุ และที่สำคัญดิฉันพยายามกันตัวเขาออกจากชุมชนไทยมุง เพราะขณะนั้น เราไม่รู้ว่าใครเป็นใคร และจะเกิดอะไรที่ไม่คาดคิดกับเราบ้าง

ภารกิจที่ ๕  ติดต่อถามอาการผู้บาดเจ็บ

เนื่องจากดิฉัน กับ สามี ยังไปไหนไม่ได้ เพราะประกันยังไม่มา  และตำรวจท้องที่ก็ยังไม่มา ดิฉันทำได้ดีที่สุดคือ รอ  ระหว่างนั้น ก็ให้เป็นห่วงอาการของผู้บาดเจ็บ  ทำไงดี ถึงจะสอบถามอาการของเขาได้  ก็นึกถึงพี่พยาบาลที่นับถือกัน อดีตพี่พยาบาลท่านนี้เป็นหัวหน้าหวอดฉุกเฉิน  แต่ตอนนี้ย้ายไปเป็นหัวหน้าหวอดเฝ้าระวังอาการ  ดิฉันพยายามจนได้เบอร์ติดต่อพี่พยาบาลท่านนี้

ก็เลยโทรเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง พร้อมขอความช่วยเหลือให้พี่เขาช่วยโทรไปสอบถามอาการคนเจ็บให้  หลังจากพี่เขาวางสายไป ๑๐ นาที ก็โทรกลับมาหาดิฉัน และรายงานอาการของผู้บาดเจ็บให้ดิฉันฟังอย่างคร่าว ๆ ซึ่งถึงแม้อาการเบื้องต้นจะเรียกว่าน่าเป็นห่วงพอสมควร  แต่ก็ทำให้ดิฉันสบายใจได้ระดับหนึ่ง นั่นคือ เขายังมีลมหายใจอยู่

พี่พยาบาลคนนั้นยังให้ความมั่นใจกับดิฉันว่า เขาจะโทรสอบถามอาการ และจะโทรมารายงานดิฉันเป็นระยะ ๆ

 

ภารกิจที่๖  เมื่อต้องถึงตำรวจ

ระหว่างที่รอประกันกำลังจะมาถึง  สายตรวจพื้นที่คอหงส์ ก็เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ มีร้อยเวรลงมาสอบถามเรื่องราว พร้อมทั้งถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน และเมื่อทราบว่า ทางผู้บาดเจ็บได้ถูกนำตัวส่ง รพ.ม.อ.แล้ว ตำรวจก็แจ้งให้เรานำรถไปทิ้งไว้ที่โรงพัก ซึ่งเราก็แจ้งตำรวจว่า กำลังรอประกัน หากประกันมาแล้ว จะตามไปที่โรงพักทันที  ส่วนดิฉัน ก็อาศัยเพื่อนบ้านให้มาส่งที่บ้าน ด้วยว่า ดึกแล้ว รู้สึกเป็นห่วงลูกด้วย และอีกอย่างสามีก็ไปกับประกัน และมีพี่เจ้าของโครงการไปเป็นเพื่อน คงไม่มีอะไรมาก

แต่ดิฉันรู้สึกเอะใจว่า เราจำเป็นจะต้องนำรถไปทิ้งไว้ที่โรงพักด้วยเหรอ  แล้วความปลอดภัยของรถเราใครจะดูแล เพราะกระจกแตกไปถึง ๒ ด้า และเท่าที่เคยทราบข้อมูล เราสามารถนำรถเข้าไปซ่อมที่อู่ได้เลยนี่นา ไม่จำเป็นต้องทิ้งไว้ที่โรงพัก รึจะเป็นความรู้ใหม่

หลังจากได้สอบถามผู้รู้แล้ว ทราบว่า ทางตำรวจมีสิทธิที่จะยึดรถไว้เป็นของกลาง

 

ระหว่างที่ดิฉันรอข่าวคราวจากสามี  ก็จำได้ว่า น้องอาจารย์ที่รู้จัก มีสามีเป็นตำรวจ  ลองโทรถามความรู้จากน้องเขาหน่อยดีกว่า

“สวัสดีค่ะ  พี่แป๊ดนะคะ  จำพี่แป๊ดได้ไหมค่ะ”

                 “จำได้ครับ  พี่มีอะไรรึเปล่าครับ”

“....เล่าเหตุเการณ์ให้ฟัง พร้อมทั้งบอกว่า ตอนนี้ สามีพารถไปคุยกับร้อยเวรเจ้าของคดี ที่โรงพักคอหงส์  โดยไม่ลืมที่จะสอบถามประเด็นที่ตำรวจจำเป็นจะต้องยึดรถเราไว้เป็นของกลางด้วยหรือไม่”

                  “ไม่จำเป็นครับ  เราสามารถเอารถส่งเข้าอู่ได้เลย  พี่ลองดูก่อนก็ได้ครับ    หากมีปัญหาอะไร ช่วยขอเบอร์มือถือตำรวจเจ้าของคดีมาให้ผม ผมจะคุยให้

“ขอบคุณมากค่ะ” 

 

ดิฉันวางสายไป  แล้วก็รีบโทรถามข่าวคราวกับสามีทันที  สามีบอกว่า ตอนนี้ตำรวจขอให้ติดต่อบริษัทตรวจสภาพรถให้มาช่วยยืนยันว่า รถอยู่ในสภาพที่สามารถนำออกไปได้

ดิฉันก็งงหนะสิค่ะ ตอนนั้น น่าจะสี่ทุ่มกว่าแล้ว  จะไปหาเจ้าหน้าที่ที่ว่านี้ได้จากที่ไหน  เลยให้เบอร์น้องตำรวจท่านนั้นกับสามีไป แล้วบอกให้สามีขอเบอร์มือถือ ตำรวจเจ้าของคดี แล้วให้โอนสายคุยกับเขา

ดิฉันยังไม่ได้สอบถามกับสามี ว่า ทั้งสองท่านนี้คุยอะไรกัน  รู้แต่ว่า สามีสามารถนำรถขับกลับมาไว้ที่บ้านได้

 

เมื่อเสร็จเรื่องจากโรงพัก สามีและเพื่อนบ้าน แวะไปเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ซึ่งดิฉันทราบข้อมูลจากพี่พยาบาลท่านนั้นก่อนล่วงหน้าแล้วว่า ผลแสกนสมอง ไม่พบเลือดคั่งในสมองแม้แต่อย่างใด  ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้ดิฉันสบายใจได้ในอีกระดับหนึ่ง

 

สามีกลับมาถึงบ้านห้าทุ่มกว่า เด็ก ๆ หลับไปหมดแล้ว โดยที่ยังไม่มีใครทานข้าว  ดิฉันปลุกเด็ก  ๆ ให้ลุกขึ้นทานข้าว พร้อมกับให้สามีไปอาบน้ำ ให้สบายใจ  ชงผงโสมผสมน้ำผึ้งอุ่น ๆ ให้สามีทาน  (ซื้ออย่างแพงสุดจากเกาหลีมาเลยนะนั่นบอกลูก ๆ ว่า ช่วงนี้อย่าดื้อพ่อนะลูก พ่อไม่สบายใจ เราต้องคอยช่วยดูแลพ่อนะ

เจ้าตัวเล็กอาสาทำหน้าที่ หอม และกอดพ่อ ทุกครั้งที่เขามีโอกาส

ส่วนดิฉัน  เหตุการณ์ ณ วันนี้ รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นมาก  ปกติจะต้องฉุนเฉียว และตั้งหน้าตั้งตาโทษกันตลอด

แต่เมื่อวานนี้ ดิฉันอารมณ์นิ่งมาก  มีสติ  นั่นคงเป็นเหตุให้สามารถคิดหาแนวทางแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

 

ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่มีส่วนช่วยเหลือดิฉันและครอบครัวในครั้งนี้  ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ

 

หมวดหมู่บันทึก: มุมละไม ของใครบางคน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 23 ตุลาคม 2554 19:06 แก้ไข: 23 ตุลาคม 2554 19:20 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 Teddy, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ก็จัดการได้ดีครับ ผู้ที่ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้คงนึกภาพออกยากซักหน่อยครับ

ขอให้คนเจ็บหายในเร็ววัน และครอบครัวพี่แป๊ดผ่านเรื่องราวครั้งนี้ไปได้อย่างเข้มแข็ง ด้วยดีครับ

 

"น้องกอล์ฟ คณะวทท. มอ.ปัตตานี"

ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีนะคะพี่แป๊ด

Ico48
mandala (Recent Activities)
25 October 2011 02:54
#70086

เป็นกำลังใจให้พี่แป๊ดค่ะ ขอให้ทุกอย่างผ่านไปอย่างเรียบร้อย ทั้งเรื่องคดีความ และคนเจ็บ

ท่านคนธรรมดาค่ะ

เพิ่งเจอเหตุการณ์แบบนี้ครั้งแรกเลยค่ะ ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน และก็ไม่อยากมีด้วยค่ะ

ขอบคุณน้องกอล์ฟมากครับ ตอนนี้รู้เลยว่า กำลังใจจากคนในครอบครัว สำคัญสุด

ขอบคุณน้องต๊ะมากจ๊ะ หมดสนุกกับการไปเที่ยวเกาหลีเลย

ขอบคุณน้องอาร์มากค่ะ

ตอนนี้เรื่องคดีความยังไม่รู้เลยว่าจะออกมารูปแบบไหน เพราะตำรวจยังไม่เรียกสอบปากคำ คงรอให้คนเจ็บดีขึ้น

ส่วนคนเจ็บ ตอนนี้ย้ายจากห้องไอซียู มาอยู่ห้องรวมแล้วค่ะ

และผลการผ่าตัดดีขึ้นค่ะ

ถ้าอุ้ยเจอแบบนี้ จะทำได้แบบนี้ป่าวเนี่ยะ >,<

ถ้าเลี่ยงได้ อย่าเจอเป็นดีที่สุดค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.200.218.187
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ