นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 20778
ความเห็น: 1

บทบาทของโบรอนในการเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมัน

โบรอนเป็นธาตุอาหารรองที่มีความสำคัญในการเพิ่มคุณภาพทะลายปาล์มน้ำมัน การที่ปาล์มได้รับธาตุโบรอนไม่เพียงพอจะทำให้การผสมเกสรน้อยลง เป็นเหตุให้ทะลายมีจำนวนผลปาล์มต่อทะลายต่ำ ซึ่งเป็นสาเหตุให้น้ำหนักทะลายลดลงและเปอร์เซ็นต์น้ำมันสกัด (OER) ต่ำ

 

 

 

ข้อมูลจากบทความเรื่อง โบรอนกับปาล์มน้ำมัน ตีพิมพ์ในจดหมายข่าว
ปาล์มน้ำมัน ปีที่ 5 ฉบับที่ 3  โดย รศ.ดร.ชัยรัตน์ นิลนนท์ ธีระพงศ์ จันทรนิยม ประกิจ ทองคำ และธีระ เอกสมทราเมษฐ์
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการผลิตปาล์มน้ำมัน คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตีพิมพ์

 

โบรอน เป็นธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของพืช โดยพืชต้องการในปริมาณที่น้อยมากและมีความแตกต่างกันออกไปตามชนิดพืช เช่น 10 มก./กก.ในใบข้าว, 20-50 มก./กก. ในใบของพืชใบเลี้ยงคู่ และ 15-25 มก./กก. ในใบของทางใบที่ 17 ของปาล์มน้ำมัน

1. หน้าที่ของโบรอนในพืช 

    โบรอนที่พืชดูดซึมขึ้นไปใช้ประโยชน์อยู่ในรูปของกรดบอริก (H3BO3) เป็นหลักโดยทำหน้าที่สำคัญดังนี้

    1.1 การพัฒนาของเซลล์ใหม่ 

   โบรอนช่วยให้การพัฒนาและสร้างเซลล์ใหม่ดำเนินไปอย่างปกติ ยอดอ่อน ใบอ่อน และรากอ่อนมีการเจริญเติบโตเป็นปกติ พืชที่ขาดโบรอนทำให้ใบอ่อนไม่พัฒนา ใบมีอาการหงิกงอ ผิดรูปร่าง (Havlin et al.,1999) รากไม่งอกหรือยืดออกน้อย (Marschner, 1999) ในปาล์มน้ำมันจะเห็นใบยอดไม่ค่อยเจริญเติบโต คลี่ออกน้อย หรือคลี่ออกปลายใบจะโค้งหักเป็นรูปตะขอ ในบางครั้งถ้าขาดโบรอนมากๆ ใบจะมีลักษณะผิดรูปร่าง ย่นหยิก (รูปที่ 1) ใบมีขนาดเล็ก ส่งผลให้ลดประสิทธิภาพของกระบวนสังเคราะห์แสง ทำให้ปาล์มน้ำมันเจริญเติบโตและให้ผลผลิตลดลง

    1.2 การทำงานของเนื้อเยื่อบริเวณผิวราก 

   โบรอนเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของเซลล์เมมเบรนบริเวณผิวราก ทำให้มีการดูดซึม (absorb) ของไอออนธาตุอาหารต่างๆ เป็นไปได้อย่างปกติ มีรายงานว่าการให้โบรอนที่เพียงพอสามารถทำให้การดูดซึมฟอสฟอรัสของรากถั่วเพิ่มจาก 112 nmolg-1 h-1 เป็น 152 nmolg-1 h-1 และจากรากข้าวโพดเพิ่มจาก 116 nmolg-1 h-1  เป็น 190 nmolg-1 h-1 (Marschner, 1999)

    1.3 การผสมเกสรและเจริญของท่อละอองเกสร 

   เนื่องจากโบรอนมีหน้าที่สำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาและสร้างเซลล์ใหม่ ดังนั้นจึงมีความสัมพันธ์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาหลังจากมีการผสมเกสรและการเจริญยืดตัวของท่อละอองเกสร โดยเฉพาะในจุดที่กำลังมีการแบ่งเซลล์หรือกำลังเจริญเติบโต ในกรณีของท่อละอองเกสรถ้ามีการขาดโบรอนทำให้ท่อละอองเกสรเจริญเติบโตผิดปกติ มีอาการพองปริแตก ไม่มีการยืดตัว (Marschner, 1999) การขาดโบรอนยังมีผลทำให้เนื้อเยื่อบริเวณท่อละอองเกสรผิดปกติ ส่งผลให้มีการสูญเสียน้ำตาลได้

 รูปที่ 2 ผลของความเข้มข้นของโบรอนต่อการผสมเกสร ความยาวของท่อรังไข่ และการซึมรั่วของน้ำตาล

    รูปที่ 2 แสดงถึงการขาดโบรอนในต้นลิลลี่ทำให้เปอร์เซ็นต์ของการผสม
เกสรติดลดลงและมีผลต่อความยาวของก้านละอองเกสร หรือความยาวของ
ท่อรังไข่ตลอดจนมีผลต่อการซึมรั่วของน้ำตาล เมื่อมีการเพิ่มปริมาณโบรอนในสารละลายเป็นประมาณ 10 mgl-1 แล้วทำให้การผสมเกสรดีขึ้น ความยาวของท่อรังไข่ยาวขึ้นและทำให้การรั่วซึมของน้ำตาลลดลง (Dickinson, 1978)

    ในปาล์มน้ำมันการขาดโบรอนที่รุนแรงนอกจากแสดงอาการผิดปกติที่ใบและทางใบดังกล่าวแล้ว ยังมีผลต่อการผสมเกสรเช่นเดียวกัน (รูปที่ 3) ทำให้ผลปาล์มน้ำมันผสมติดน้อยส่งผลให้น้ำหนักทะลายสดและปริมาณน้ำมันต่อทะลายลดลง 

 

2. ปัจจัยที่มีผลต่อความเป็นประโยชน์ของโบรอน

    2.1  ความเป็นประโยชน์ของโบรอนลดลงเมื่อ pH ของดินเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ pH สูงกว่า 6.3-6.5 มีรายงานว่าพืชจะดูดธาตุโบรอน ไปใช้ได้ 0.47 mg/pot ในดินที่มี pH 4.7 และเหลือเพียง 0.22 mg/pot เมื่อปรับ pH ดินเป็น 7.4 (Havlin et al.,1999) ดังนั้นในการใส่ปูนในดินกรดจัดจึงควรทำด้วยความระมัดระวังเพราะอาจทำให้พืชขาดโบรอนชั่วคราวได้

    2.2 ดินที่มีเนื้อหยาบ มีปริมาณอินทรียวัตถุต่ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีฝนตกชุกในเขตร้อนชื้นจะมีปริมาณโบรอนที่เป็นประโยชน์เหลืออยู่ในดินเป็นปริมาณต่ำ มีรายงานในดินทรายเนื้อหยาบ อินทรียวัตถุต่ำที่มีการใสปุ๋ยโบรอน พบว่ามีการสูญเสียโบรอนจากการชะล้าง ได้ถึง 85% (Havlin et al.,1999)

    2.3 การใส่ธาตุอาหารไนโตรเจน โพแทสเซียม และแคลเซียมมากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อการขาดโบรอนได้ (Rankine and Fairhurst, 1998) Havlin et al. (1999) รายงานว่าเมื่อมีการใส่แคลเซียมในปริมาณมากทำให้พืชต้องการโบรอนมากขึ้น โดยพบว่าถ้าสัดส่วนของ Ca/B ในใบพืชทั่วไปมากกว่า 1,200:1 ทำให้พืชขาดโบรอนได้ ตัวอย่างเช่น ข้อมูลปริมาณแคลเซียมที่เหมาะสมในใบปาล์มน้ำมันประมาณ 0.5-0.7% และปริมาณโบรอนที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 15-25 มก./กก. (Rankine and Fairhurst, 1998) เมื่อคิดเป็นสัดส่วนของ Ca/B จะได้ 5,000:15 ถึง 7,000:25 หรือ 333:1 ถึง 280:1 ซึ่งเห็นได้ว่าปาล์มน้ำมันมีความต้องการโบรอนค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับพืชอื่นๆทั่วไป

Havlin et al. (1999) ยังได้รายงานเพิ่มเติมว่าถ้าในดินที่มีปริมาณโบรอนต่ำ การเพิ่มปุ๋ยโพแทสเซียมสูงๆ ทำให้เกิดการขาดโบรอนได้ ดังนั้นจึงควรมีการเพิ่มโบรอนให้กับพืชด้วย โดยเฉพาะปาล์มน้ำมันที่มีการใส่ปุ๋ยโพแทสเซียมในปริมาณสูง

3. แหล่งปุ๋ยโบรอน 

แม้ว่าโบรอนมีปริมาณน้อยมากในมูลสัตว์ต่างๆ (0.001-0.005%) อย่างไรก็ตามในกรณีที่พืชต้องการโบรอนในปริมาณน้อย การใส่ปุ๋ยอินทรีย์โดยเฉพาะมูลสัตว์ก็อาจเพียงพอกับพืชได้ สำหรับปาล์มน้ำมันซึ่งต้องการโบรอนในปริมาณค่อนข้างสูงจำเป็นต้องใส่โบรอนเพิ่มเติม แหล่งปุ๋ยสำคัญของโบรอนได้มาจากปุ๋ยเคมีที่สำคัญ (ตารางที่ 1) ได้แก่ Sodium tetraborate (Na2B4O7 5H2O) ซึ่งมีโบรอนที่ละลายน้ำได้ประมาณ 15% เป็นแหล่งปุ๋ยโบรอนที่มีขายมากที่สุด (ในเมืองไทยก็มีขาย)

Solubor ก็เป็นแหล่งปุ๋ยโบรอนที่นิยม เนื่องจากมีปริมาณโบรอนสูงและละลายได้ง่ายกว่า Borax ส่วน Colemanite นั้นมักนิยมใช้ในดินทรายบริเวณฝนตกชุกเพราะละลายได้ช้า ทำให้ลดการสูญเสียโบรอนได้ดีกว่าพวก Sodium borates

4. วิธีการใส่  

วิธีการใส่ที่เหมาะสมควรหว่านกระจายอย่างสม่ำเสมอรอบๆทรงพุ่มของปาล์มน้ำมัน เนื่องจากอาจเกิดความเป็นพิษของโบรอนได้ เพราะปริมาณที่เพียงพอและปริมาณที่มากเกินจนเป็นพิษของโบรอนจะอยู่ในช่วงใกล้กันมาก เช่นในใบปาล์มน้ำมัน ช่วงที่เหมาะสม 15-25 มก./กก. แต่ถ้ามากกว่า 40 มก./กก. อาจเกิดเป็นพิษได้ ดังนั้นจึงควรระวังในการใส่ โดยเฉพาะไม่ควรใส่ปุ๋ยโบรอนบริเวณกาบทางใบ รอบต้น เนื่องจากปริมาณโบรอนในปุ๋ยพวก Sodium borates มีปริมาณโบรอนใกล้เคียงกัน (ตารางที่ 1) ดังนั้นจึงแนะนำให้ใส่ในปาล์มน้ำมันประมาณ 100-200 กรัม/ต้น/ปี ปริมาณที่สูงถึง 200 กรัม/ต้น/ปี ควรใส่เฉพาะต้นที่แสดงอาการขาดโบรอนอย่างรุนแรงและควรมีการวิเคราะห์ใบเพื่อตรวจสอบปริมาณโบรอนในพืชว่าพอเพียงหรือไม่ (<8 มก./กก. – ขาด : 15-25 มก./กก.-เหมาะสม : > 40 มก./กก.-มากเกิน ) ซึ่งโดยทั่วไปแล้วควรใส่โบรอน 1 ครั้ง/ปี

ตารางที่ 1 แหล่งปุ๋ยโบรอนที่ใช้กันทั่วไป

แหล่ง

สูตร

โบรอน (%)

Borax

Na2B4O7 10H2O

11

Boric acid

H3BO3

17

Colemanite

Ca2B6O11 5H2O

10-16

Sodium pentaborate

Na2B10O16 10H2O

18

Sodium tetraborate

Na2B4O7 5H2O

14-15

Solubor

Na2B4O7 5H2O+Na2B10O16 10H2O

20-21

 5. เอกสารอ้างอิง 

Dickinson, C.D. 1978. Influence of borate and pentaerythriol 
      concentrations on germination and tube growth of Lilium  
      longiflorum pollen. J. Am. Soc. Hortic. Sci. 103:413-416.

Havlin, J.L., Beaton, J.D., Tisdale, S.L. and Nelson, W.L.1999. Soil Fertility
      and Fertilisers. Six edition. Prentice Hall. New Jersey.

Marschner, H. 1999. Mineral Nutrition of Higher Plants. Second edition
     (Fourth printing). Acadimic Press. London.

Rankine, I and Fairhurst, T. 1998. Field Handbook Oil Palm Series: Mature
     (Volume 3). Potash & Phosphate Institute, Oxford Graphic Printers Pte.
      Ltd. Singapore.

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 23 พฤษภาคม 2556 15:31 แก้ไข: 23 พฤษภาคม 2556 16:23 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 คนธรรมดา, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
อำนาจ ทักษิณ [IP: 125.27.179.86]
18 มีนาคม 2557 17:18
#96792

ท่านใดสนใจ บอแรกซ์ และ คีเซอร์ไรท์ ติดต่อสอบถามได้ที่ เบอร์ 0819952919 อำนาจ ทักษิณ

หรือ amnart28@hotmail.com

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 35.172.195.82
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ