นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 684
ความเห็น: 1

ตอนที่ 2: ใช้ชีวิตแบบ slow life เพื่อเรียนรู้จากข้างในตน

อย่าให้สิ่งแวดล้อมหรือใครมากำหนดความสุขความทุกข์ให้กับเรา เรามีสิทธิ์เลือกที่จะใช้มีชีวิตให้มีพลังความสุขจากภายในทะลุออกมาสู่ภายนอก ส่งผ่านเผื่อแผ่ไปยังคนรอบข้าง

ตอนที่ 2: ใช้ชีวิตแบบ slow life เพื่อเรียนรู้จากข้างในตน

มาต่อกันตอนที่ 2 ค่ะ สำหรับ workshop การเรียนรู้จากข้างในตน วันแรก ท่านรองอธิการบดีฝ่ายบุคคลและประกันคุณภาพ นพ. บุญประสิทธิ์ กฤตย์ประชา กล่าวเปิดงานค่ะ มีหลายประโยคที่ท่านได้กล่าวได้ แต่ประโยคที่ ไอ้ตัวเล็กชอบและโดนใจต้องจดเก็บไว้ ท่านกล่าว่า มหาวิทยาลัยไม่ได้ต้องการเค้นกลั่นให้บุคลากรแสดงความสามารถออกมาทุกหยด แต่ต้องการให้บุคลากรมีความสุขก่อน (จดได้ประมาณนี้ค่ะ) เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ และคิดว่าปัจจุบันทุกหน่วยงานก็ให้ความสำคัญกับความสุขของบุคลากร หลายๆหน่วยงานมีกิจกรรม Happy workplace 

สำหรับกิจกรรมที่ท่านวิทยากรจัดให้เราทำก็จะเป็นเรียนรู้ติดตามความรู้สึกของตัวเอง ให้ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง ไอ้ตัวเล็กคิดเอาเองว่าเนื่องจากปัจจุบันทุกอย่างเป็นเร่งรีบเราก็ใช้ชีวิตแบบเร่งรีบไม่เคยได้สนใจรายละเอียดในความรู้สึกของตัวเองว่าเป็นอย่างไร ถ้าเราใช้ชีวิตให้ช้าลงนิดหนึ่งและรู้ว่าร่างกายและความรู้สึกเราเป็นอย่างไรก็จะดีขึ้น ทุกๆวันท่านวิทยากรจะให้เราเคลื่อนไหวร่างกายแล้วให้เฝ้าดูว่าแต่ละส่วนของร่างกายเราบอกอะไรกับเราบางเช่น เจ็บไหม ปวดไหม นอกจากนั้นก็ใช้เรื่องราวนำทางให้ร่างกายเกิดการเคลื่อนไหว

ใช้จิตนาการเล่าเรื่องราว ดูการเคลื่อนไหวของร่างกาย ส่วนมากถ้าให้จิตนาการ ไอ้ตัวเล็กก็ชอบจินตการเป็นนางเอกหนังจีนสวยๆ เริ่ดๆ 555 ที่เคลื่อนไหวกวัดแกว่งร่างกายอย่างพริ้วๆ  (555 ชีวิตจริงเป็นไม่ได้ไง แต่จินตนาการทำให้เราเป็นได้ทุกอย่าง) เรื่องราวมีผลต่อการเคลื่อนไหวของร่างกายเราจริงๆ เพราะเมื่อเราจินตการว่าเราจะเป็นอะไร เรื่องราวตอนนั่นเป็นอย่างไร ร่างกายก็จะเคลื่อนไหวไปตามอารมณ์แบบนั้น ให้ร่างกายเคลื่อนไหวตามที่มันอยากจะเป็น ไม่ใช้สมองบังคับแล้วใช้จิตเฝ้าตามรู้เฝ้าตามดู เหมือนกับเป็นการให้เราอยู่กับตัวเองให้มากๆ

สำหรับกิจกรรมหลังอาหารเที่ยงนี้จะชอบเป็นพิเศษ และคิดว่าทุกคนก็คงจะชอบมากเหมือนกัน คือการ scan ร่างกายแต่ละส่วนพร้อมกับการฟังการกล่อมให้ดูแต่ละส่วนของร่างกาย ขอบคุณทุกๆส่วนของร่างกาย คลอเคลียด้วยเพลงเบาๆ แค่นี้ก็เคลิ้มแล้วค่ะ 555 ให้ทุกส่วนได้พักผ่อนและผ่อนคลาย  เพราะในการใช้ชีวิตจริงๆเราไม่ได้ทำแบบนี้เลย บางวันหลับแบบไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ 

นอกจากนั้นท่านวิทยากรยังให้เขียนจดหมายถึงเท้าของฉัน (เอาจริงๆ ตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยเขียนจดหมายถึงส่วนใดๆของร่างกายเลย น่าจะมีเหตุผลอะไรสักอย่างที่เค้าให้ทำกิจกรรมนี้) พอกลับมาคิดทบทวนๆ เท้าของฉันนี้สำคัญนะ มันผ่านเรื่องราวต่างๆมาเยอะมากๆ (มากพอๆกับอายุของเรา) เจ็บปวด เลือดออก บางในบางครั้ง เพราะเจ้าของเท้ามั่วแต่ห่วงสวยต้องสูงเท่านั้นที่ฉันต้องการ (ขอโทษ)  จำได้มีอยู่ครั้งหนึ่งไปเดินเขาสามร้อยยอดยังใส่สูง (แต่ไม่ใช่ปลายเหลี่ยมนะคะ แบบนั้นก็เกินไป) คนที่เดินสวนทางกันยังต้องหยุดมอง (ไม่ได้มองคนค่ะ มองรองเท้า) 555 คิดแล้วก็สงสารเท้าฉันเหลือเกิน

แต่ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาลดระดับลงใส่แค่รองเท้าผ้าใบเพราะต้องเดินเยอะมากๆ ทำให้รู้เลยต้องขอบคุณเท้าคู่นี้มากๆ เพราะมันพาไปทุกที่ ที่อยากจะไปเท่าที่สองเท้าจะไปได้ ถ้าไกลเกินไปก็ต้องอาศัยพาหนะละค่ำ

กิจกรรมผลัดกันส่อง โดยให้แต่ละคนเป็นกระจกและคนส่องกระจก ผู้หญิงอย่างเราจะชอบมากเวลาส่องกระจกตอนเช้าๆ เพื่อหาจุดสวยที่สุดฉันจะทำให้ฉันดูดี ถ้ากระจกพูดได้คงปวดหัวมาก เพราะต้องทำตามท่าทางของคนที่มาส่องกระจก แต่ในชีวิตความเป็นจริงเราไม่ได้ส่องกระจกกันตลอดเวลา คนที่ทำหน้าที่ส่องเราก็คนรอบข้างที่สะท้อนให้เราเห็น ตอนนี้ความสุขหน้าตาเราก็จะแสดงท่าทางดีใจยิ้มแย้ม ถ้าโกรธขึ้นมา กล้ามเนื้อบนใบหน้าก็แกร็งทุกมัด กิจกรรมสะท้อนให้เราเห็นว่าถ้ากระจกมีชีวิต กระจกทุกข์เพราะใกล้ เพราะเราหรือเปล่าที่แสดงอารมณ์ต่างๆใส่กระจก

ทุุกกิจกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ใน workshop ไม่ว่าจะเป็นการตามรู้ความรู้สึก สแกนร่างกาย ขอบคุณทุกส่วนของร่างกาย ไอ้ตัวเล็กคิดว่าเค้าต้องการให้เรามาดูแลตัวเราเอง รักตัวเอง ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง ชีวิตคนเราเกิดมาแค่ครั้งเดียว อยู่และใช้ชีวิตให้มีความสขถึงแม้ว่าจะทุกข์ก็ตาม  อย่าให้สิ่งแวดล้อมหรือใครมากำหนดความสุขความทุกข์ให้กับเรา เรามีสิทธิ์เลือกที่จะใช้มีชีวิตให้มีพลังความสุขจากภายในทะลุออกมาสู่ภายนอก ส่งผ่านเผื่อแผ่ไปยังคนรอบข้าง  อย่าทำให้จิตใจเศร้าหมองไอ้ตัวเล็กก็ไม่ได้คาดหวังว่าไปทำ workshop มาสี่วัน ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไป 100% ทุกอย่างไม่ต้องเร่งรีบ ฝึกไปเรื่อยๆ อย่างน้อยก้าวแรกก็เกิดขึ้นแล้ว

...............................ค่อยต่อบันทึกหน้านะคะ  ....................................

..........................ขอให้มีความสุขตลอดวันทำงานค่ะ................................


หมวดหมู่บันทึก: PSU.Quality Work Life
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 18 มกราคม 2559 08:19 แก้ไข: 19 มกราคม 2559 22:26 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 little aun, Ico24 pompom, และ 6 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ยิ้ม ยิ้ม สุขใจ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 35.172.233.215
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ