นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1640
ความเห็น: 3

บทบาทของศิลปศาสตร์ ภายใต้ชื่อคณะใหม่

ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าจะบูรณาการศิลปศาสตร์ให้ลงไปในกิจกรรมทุกขณะของชีวิตได้หรือไม่ ถ้าหากทำได้ จึงจะถือว่าศิลปศาสตร์ (Liberal Arts) ประสบความสำเร็จ

      จากข่าวคราวความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารของ ม.อ.วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ทำให้ทั้ง 2 คณะที่มีอยู่เดิมได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นชื่อใหม่ คือ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (Faculty of Science and Industrial Technology) และคณะที่ผมสังกัดอยู่คือ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ (Faculty of Liberal Arts and Management Sciences) [จากชื่อเดิมคือ ศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์]

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ มองในส่วนของคณะศิลปศาสตร์ฯ ผมอยากจะพูดถึงบทบาทของวิชาการหรือองค์ความรู้ทางศิลปศาสตร์ที่มีต่อสังคม อย่างน้อยๆ ชื่อก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง และยังคงมีความสำคัญในอันดับต้นเหมือนเดิม แม้ว่าในปัจจุบันสถานะความสำคัญจะอยู่ในอันดับต้นๆ หรือไม่นั้น ผมเองก็ชักจะไม่ค่อยแน่ใจสักเท่าไหร่ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องร่วมด้วยช่วยกัน

ช่วยกันในแง่ที่ว่าจะทำอย่างไรให้วิชาการต่างๆ ทางด้านศิลปศาสตร์ไม่เป็นวิชาการที่แห้งแล้ง ไม่เป็นวิชาการที่ขาดตอน ลอยๆ หรือขาดจุดมุ่งหมาย

ทำอย่างไรที่จะไม่ให้ผู้เรียนตั้งคำถามกับตนเองว่า

"ก็ไม่รู้จะเรียนไปทำไม? เรียนแล้วจะเอาไปทำอะไร? จะนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างไร?"

วิชาการทางศิลปศาสตร์ (รวมทั้งวิทยาการจัดการด้วย) จะต้องเป็นการศึกษาที่ช่วยให้เข้าใจชีวิต เห็นความหมายที่สัมพันธ์กับชีวิต และเห็นชีวิตมีความหมาย องค์ความรู้ทางศิลปศาสตร์ในอนาคตต่อไปจะต้องพัฒนานักศึกษาให้เป็นคนที่ทั้งเก่ง ทั้งดี และมีความสุข

แต่หากเรามองดูสภาพความเป็นจริงปัจจุบัน ก็ต้องยอมรับว่า ความเก่งดูจะลดลงไปและไม่ทั่วทั้งสังคม (บางครั้งคนเก่งก็กระจุก แต่คนไม่เก่งกระจาย มุ่งสร้างแต่เทวดา โดยไม่สร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์) เมื่อสังคมมีทั้งคนที่ไม่เก่ง ทั้งไม่ดี และทั้งไม่มีความสุข ก็ยิ่งจะเป็นปัญหากันไปใหญ่ ฉะนั้น จึงจะต้องมีการศึกษาที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นปัญหาของศิลปศาสตร์โดยแน่แท้ทีเดียว

แน่นอนว่า ถ้าเราไม่ยอมแก้ปัญหาในเรื่องนี้ การแก้ไขปัญหาอะไรต่างๆ ของชีวิตและสังคมปัจจุบันก็จะพบกับสภาพที่ผู้รู้เรียกกันว่า การพัฒนาที่ขาดความยั่งยืน

ที่กล่าวมาข้างต้น ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าจะบูรณาการศิลปศาสตร์ให้ลงไปในกิจกรรมทุกขณะของชีวิตได้หรือไม่ ถ้าหากทำได้ จึงจะถือว่าศิลปศาสตร์ (Liberal Arts) ประสบความสำเร็จ มิฉะนั้น ศิลปศาสตร์ก็จะเป็นวิชาการหรือองค์ความรู้ที่แปลกแยกจากชีวิตจริงของผู้เรียน เป็นวิชาการที่แห้งแล้ง ไม่มีชีวิตชีวา น่าเบื่อหน่าย เพราะอะไรนะหรือครับ ก็เพราะมันเชื่อมต่อเข้ากับชีวิตจริงไม่ได้นะซิครับ

อันที่จริง วิชาการศิลปศาสตร์ทุกอย่างนั้น เราสามารถนำมาบูรณาการให้เข้าไปอยู่ในกิจกรรมทุกอย่างในชีวิตที่เป็นจริงได้ โดยการเริ่มต้นด้วยการบูรณาการศิลปศาสตร์ลงไปในกิจกรรมการศึกษาพื้นฐาน ความแผ่กว้างและทั่วถึงขององค์ความรู้ทางศิลปศาสตร์ที่เป็นวิชาพื้นฐานนี้ หากทำให้เกิดขึ้นจริง จะเป็นการแผ่กว้างทั่วถึงครอบคลุมเรื่องราวของโลกและชีวิตทั้งหมด ทั้งเรื่องของมนุษย์ สังคม และธรรมชาติแวดล้อม ทำให้มนุษย์มีความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนรู้เท่าและรู้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งความเป็นไปในอดีต ปัจจุบัน และหยั่งรู้อนาคต ทั้งใกล้และไกล ทั้งภายในและภายนอก ทั้งเรื่องของตนเอง และเรื่องของผู้อื่น ทั้งเรื่องวัตถุและจิตใจ และเรื่องอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายทีเดียว

สำคัญนะครับศิลปศาสตร์

สร้าง: 29 กรกฎาคม 2551 11:08 แก้ไข: 29 กรกฎาคม 2551 11:11 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

สำคัญนะครับศิลปศาสตร์ เห็นด้วยกับประโยคนี้คะ

แต่ให้เจ๋งและสำคัญกว่าต้องใช้ ศาสตร์อย่างมีศิลป์ คะ  เห็นมาหลายศพแล้ว  เก่งแต่ศาสตร์แต่ขาดศิลป์

ในชีวิตจริงมีสิ่งยั่วยุและแรงจูงใจทางสังคมด้านลบมากกว่าบวก แปดชั่วโมงนศ.อยู่กะเรา แต่อีกสิบหกชั่วโมง เค้าอยุ่กับสื่อ อินเตอร์เน็ต ทีวี เพื่อน สภาพสังคมรอบข้าง ล้วนแล้วแต่ทำให้ภูมิคุ้มกันของนศ.เราอ่อนแอลง ประกอบกับผู้สอนปัจจุบันตามมีLUทั้งด้านวิจัย บริการวิชาการ ซึ่งอาจส่งผลให้เวลาในการดุแลนศ.ในฐานะอ.ปรึกษาลดลง หรือเราอาจคิดว่าเค้าโตแล้ว ไม่ต้องดุแลใกล้ชิดก้ได้ .....แต่เอาเข้าจริงๆ เค้าอ่อนแอมากกว่าที่เราคิดนะคะ ต้องให้เวลาดุแลนศ.มากขึ้นคะ....หากจะพุดถึงเรื่องนี้อีกยาวเลย ไว้แค่นี้ก่อนล่ะกัน

มาให้กำลังคะ และดีใจที่เห็นผู้สอนที่มีแนวคิดแบบนี้

อาจารย์เป็นของหายากนะนี่

เคยไปสอบเข้าเป็นอาจารย์ที่ ม.อ.วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ครับ เมื่อหลายปีมาแล้ว แต่ตอนนี้ก็ด้วยความรู้ยังน้อยนิดเลยไม่ผ่านการคัดตัวครับ เลยอดเป็นส่วนหน่งของที่นั้นไปเลยครับ

แต่ก็ชื่นชอบบรรยากาศครับ ธรรมชาติจริงๆ

   นุ้ยเห็นด้วยกะอาจารย์อย่างยิ่งค่ะ....อย่างน้อยนุ้ยก็เป็นผู้หนึ่งที่เรียนทางศาสตร์ทางด้านนี้มา...จิตวิญญาณที่มีต่อคำว่า "ศิลปศาสตร์" ในตัวตนย่อมมี
อย่างท่วมโท้นค่ะ..
.
และความใฝ่ฝันก็อยากเป็น
อาจารย์หรือ "ครู"    ผู้ซึ่งเป็นผู้ให้บ้าง..เพื่อจะมีโอกาสสักครั้งนะค่ะ... ไหนๆๆก็จบด้านนี้มาด้วย...
     *** ไม่ทราบว่าทาง สุราษฎร์ มีแผนจะรับอาจารย์ทางศาสตร์นี้เพิ่มบ้างมั๊ยค่ะ...พอดีเพิ่งจบมาสดๆๆร้อนๆๆค่ะ *****

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.210.11.249
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ