นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Zenki
Ico64
นาย พรพจน์ หนูทอง
นักวิทยาศาสตร์
ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 2

อ่าน: 1158
ความเห็น: 0

อุตสาหกรรมยาง: Rubber Testing

วิธีการทดสอบที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยางนั้นมีเป็นจำนวนมาก แต่ละวิธีล้วนแล้วอ้างอิงถึงมาตรฐานการทดสอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ASTM, ISO, EN, JIS เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ Requirement ที่ลูกค้าต้องการ เราสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ใหญ่ๆ คือ การทดสอบคุณภาพยางดิบ การทดสอบในกระบวนการผลิต และการทดสอบสมบัติของยางที่คงรูปแล้ว โดยเฉพาะ การทดสอบในกระบวนการผลิต สมบัติที่ทดสอบกันนั้น ได้แก่ ความนิ่ม-ความแข็งของยาง ทดสอบด้วย Mooney Vicosmeter ซึ่งแสดงในรูปของค่าความหนืดมูนนี่ กรณีทดสอบสมบัติการไหล Rheology จะใช้ Rubber Process Rheometer (RPA) หรือทดสอบด้วย Capillary Rheometer แต่สำหรับกรณี การศึกษาลักษณะการคงรูปของยาง นั้นจะทดสอบด้วย Moving Die Rheometer (MDR) ซึ่งในบันทึกนี้ลองมาดูกันครับว่า ผลการทดสอบจาก MDR จะนำไปใช้ประโยชน์กันอย่างไร

MDR ทำการทดสอบตามมาตรฐาน ASTM D5289 แล้วรายงานผลการทดสอบต่างๆ ดังนี้

-MH: maximum torque, ML: minimum torque

-t90: time to 90% of full cure time, t95: time to 95% of full cure time

-ts1: time to 1 unit torque rise, ts2: time to 2 unit torque rise

ตามที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้น การศึกษาลักษณะการคงรูปของยาง โดยเฉพาะ ลักษณะการวัลคาไนซ์ Cure Characteristic” ซึ่งมีสมบัติสำคัญที่ใช้ชี้บ่งลักษณะการวัลคาไนซ์ที่เกิดขึ้น ได้แก่ ระยะเวลาสกอร์ช (Scorch Time) และระยะเวลาของการวัลคาร์ไนซ์ (Curing Time)

 

ยกตัวอย่างจากการทดสอบ MDR ได้ผลดังนี้ t90 = 3.21 นาที และ ts2 = 1.43 นาที จากผลการทดสอบ พบว่า ตัวอย่างยางดังกล่าว มีค่า Scorch time ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ทำให้แรงบิด (torque) สูงกว่าค่า ML 2 dNm เท่ากับ 1.41 นาที ค่าดังกล่าวเป็นตัวบ่งชี้ถึงระยะเวลาที่ยางยังคงสามารถไหล ดังนั้นในกระบวนการผลิต หากออกแบบให้ยางไหลเข้าสู่แม่พิมพ์เป็นระยะเวลานานกว่าค่า Scorch time ยางก็จะจับตัวกันและแข็งตัวก่อนจะเต็มแม่พิมพ์

 

ส่วน t90 เป็นระยะเวลาการวัลคาไนซ์ ที่เหมาะสม ซึ่งทำให้ยางวัลคาไนซ์ไปได้ร้อยละ 90 เป็นระยะเวลาซึ่งเหมาะสำหรับใช้ในการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีสมบัติเชิงกลที่ดี กลับกันการวัลคาไนซ์ยางจนถึงระดับ 100% อาจทำให้สมบัติเชิงกลด้อยลง ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ข้อมูลที่ได้จากการทดสอบด้วย MDR นั้นมีประโยชน์ สามารถนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการปรับปรุงสูตรยางให้มีสมบัติตามที่ต้องการ หรือใช้ปรับปรุงกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 05 มีนาคม 2559 23:57 แก้ไข: 05 มีนาคม 2559 23:57 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา, Ico24 ดำขำ, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.227.233.6
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ