นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Zenki
Ico64
นาย พรพจน์ หนูทอง
นักวิทยาศาสตร์
ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 2

อ่าน: 942
ความเห็น: 0

โครงสร้างจุลภาคยางธรรมชาติผสมยางสังเคราะห์

แม้ว่ายางธรรมชาติ จะมีสมบัติที่ดีในด้านสมบัติเชิงกล มีความยืดหยุ่นสูง มีความเหนียว มีความต้านทานต่อการขัดถูสูง และยังสามารถยึดติดกับวัสดุอื่นได้ดี เช่น โลหะและสิ่งทอ รวมทั้งมีการนำมาใช้ในการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ถุงมือยาง ถุงยางอนามัย ลูกโป่ง ยางรัดของ ท่อยาง สายพานลำเลียง ยางกระเป๋าน้าร้อน ยางล้อรถบรรทุก ยางล้อรถยก ยางล้อเครื่องบิน หรือใช้ผสมกับยางสังเคราะห์ เป็นต้น อย่างไรก็ตามยางธรรมชาติก็ยังมีข้อด้อยที่ต้องปรับปรุงในเรื่องของความไม่ทนต่อโอโซน ความร้อน แสงแดด น้ำมันและสารเคมี โดยเฉพาะจะละลายได้ดีในตัวทำละลายที่ไม่มีขั้ว เช่น เบนซีน เฮกเซน โทลูอีน ปัจจุบันจึงได้พัฒนายางสังเคราะห์ขึ้นมาใช้แทนมากขึ้น รวมถึงการนำไปใช้ผสมรวมกับยางธรรมชาติเพื่อเสริมให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีสมบัติดีกว่า

 

การศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์นั้น ทั้งยางคอมพาวด์ที่ผลิตขึ้นและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ได้ ต้องผ่านการทดสอบสมบัติต่างๆ เพื่อให้ได้ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ โดยศึกษาค้นคว้าเพื่อทดสอบสมบัติเชิงกลและฟิสิกส์ สมบัติเชิงความร้อน และสมบัติเคมีอื่นๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงพัฒนา ซึ่งผลการทดสอบทั้งหมดส่วนใหญ่จะเป็นค่าตัวเลขและเส้นกราฟต่างๆ แต่นักวิจัยหรือนักอุตสาหกรรมยางเอง ยังต้องการศึกษาลึกถึงระดับโครงสร้างจุลภาค อยากรู้ว่า ส่วนผสมต่างๆที่เติมลงไปนั้น เข้ากันได้ดีหรือไม่ เช่น การกระจายตัวของสารตัวเติมต่างๆ เขม่าดำ ซิลิกา ดินขาว ทัลคัม ซึ่งสามารถทดสอบด้วยเครื่อง DisperGrader เห็นทั้งภาพและแสดงค่าการกระจายตัว

ดูภาพตามลิงค์ http://share.psu.ac.th/blog/res1/38967

ในส่วนการศึกษาการผสมกันระหว่างยางธรรมชาติ (NR) และยางสังเคราะห์ สามารถทดสอบโครงสร้างจุลภาคได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนชนิดส่องกราด (Scanning Electron Microscope, SEM) เพื่อถ่ายภาพแสดงการกระจายตัวของเฟส NR และเฟสยางสังเคราะห์ภายในโครงสร้างของยาง โดยเฟส NR จะมองเห็นเป็นสีขาว และเฟสยางสังเคราะห์จะมีสีเทาดำ

การวิเคราะห์ตัวอย่าง จะทดสอบโดยบันทึกสัญญาณภาพชนิด Backscattered จากตัวอย่าง ซึ่งผ่านการย้อมด้วยสาร Osmium tetroxide ไว้ โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณเฟส NR จะถูกสาร Osmium ซึ่งมีความจำเพาะกับส่วนประกอบที่เป็น unsaturated lipid ที่เหลือภายในโครงสร้างของยาง NR จึงสามารถเกิดพันธะและเชื่อมประสานกัน ด้วยสมบัติความเป็นโลหะหนักของสาร Osmium เอง จึงสามารถสะท้อนสัญญาณ Backscattered ได้ดี ทำให้สามารถแยกเฟส NR ออกจากยางสังเคราะห์ได้

การแปลผลจากภาพถ่าย ตัวอย่างเช่น ภาพกระจายตัวและขนาดของเฟสยาง NR มีการกระจายตัวสม่ำเสมอ เฟส NR มีขนาดเล็ก บ่งบอกถึงความเข้ากันได้ดีระหว่างยาง 2 ชนิด อาจมีผลทำให้สมบัติเชิงกลดีกว่า ส่วนเฟส NR มีขนาดเล็กที่ล้อมรอบด้วยเฟสยางสังเคราะห์ นั่นอาจหมายถึงยางสูตรนั้นอาจมีสมบัติทนต่อน้ำมันสูงขึ้นเมื่อเทียบกับสูตรที่มีเฟส NR ใหญ่กว่า เป็นต้น แต่ทั้งนี้การสรุปผลยังต้องพิจารณาร่วมกับผลการทดสอบสมบัติด้านอื่นร่วมด้วย

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 13 พฤศจิกายน 2559 20:04 แก้ไข: 13 พฤศจิกายน 2559 20:04 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 pompom, Ico24 ดำขำ, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 52.200.130.163
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ