นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
Page Visits: 1393
comment: 0

กักตัว [C]

ก่อนพวกเราจะไปเกาหลี  เจ้าของบริษัททัวร์ก็ได้บอกกับพวกเราแล้วว่า ต้องทำใจยอมรับน่ะ  ถ้ามีคนถูกกักตัวตอนผ่านด่าน ตม. เกาหลี บางทีอาจเสียเวลาเป็น 3-4 ชั่วโมง  พวกเรายอมรับเงื่อนไข และได้คาดการณ์กันไว้ล่วงหน้าแล้วว่า น่าจะมีใครติดบ้าง   จึงให้น้องๆ เตรียมหนังสือรับรองจากที่ทำงาน  เตรียมการแต่งกายให้ดูดีไว้ล่วงหน้า


 

พอถึงวันจริง ก็ถูกกักตัวจริงๆ ด้วย พวกเราไปกัน 20 คน ถูกกักตัว  7  คน ในวินาทีที่เรายืนรอคิวเพื่อรอตรวจจาก ตม. แล้วเห็นน้องๆ แต่ละคนโดน เจ้าหน้าที่เชิญตัวไปห้องกักตัว ผ่านหน้าไปทีละคน ๆ โดยช่วยอะไรไม่ได้ แม้แต่ทักทาย เป็นบรรยากาศเหมือนกำลังรอเข้าคิวเพื่อรอคำสั่งประหาร 


 

น้องที่โดนกักตัวก็มีสีหน้าไม่สู้ดี  ทั้งที่ซักซ้อมกันแล้วว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ให้รออย่างเดียว พวกเราอีก 13 คนสามารถผ่านด่าน ตม.ได้อย่างราบรื่น  ในขณะที่พวกเราลงมารอทำภาระกิจส่วนตัว  น้องที่ถูกกักตัวถูกให้กรอกเอกสารเหมือนแบบสำรวจ ถามข้อมูลส่วนตัว และถามว่ารู้จักใครที่ประเทศเกาหลี  จองห้องพักที่ไหน แล้วให้นั่งรอเพื่อเจ้าหน้าที่เรียกสัมภาษณ์ทีละคน


 

ในกลุ่มที่ถูกกักตัว มีเพื่อนที่เป็นข้าราชการ อยู่ด้วย ซึ่ง ตม. ก็ไม่สน ไม่แคร์ ไม่คุยทั้งสิ้น  ทุกคนต้องอยู่ในสภาพเดียวกัน เหมือนกันหมดไม่แยกชนชั้น ฐานะ


 

น้องๆ นั่งรอประมาณครึ่งชั่วโมง จนเจ้าของบริษัททัวร์ที่พวกเราไปด้วย  ขึ้นไปรับรองน้องที่ถูกกักตัวทั้ง 7 คน โดยใช้ชื่อบริษัทรับรอง หากมีคนใดคนหนึ่งไม่กลับประเทศไทย บริษัทนี้ก็ไม่สามารถมาจัดทัวร์ที่เกาหลีได้อีก 


   

เรื่องกักตัวนี้ ทำให้พวกเราวิจารณ์กันตลอดการเดินทาง  ว่า ตม. ใช้เกณฑ์ใดในการกักตัว แต่เท่าที่ดู พบว่าน้องที่ผิวเข้ม ทำสีผมที่ไม่ใช่สีผมธรรมชาติเดิม  แต่งกายด้วยชุดที่ ตม. คิดว่าน่าจะค่อนข้างไม่มีเงิน  ตอนที่ยืนให้สแกนนิ้วชี้ และมองกล้อง ทำท่าไม่มั่นใจตัวเอง   ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ถูกกักตัวทั้งสิ้น


   

วันเดินทางกลับ เที่ยวบินของเรา มีคนไทยที่ถูกกักตัวแล้วตรวจว่าไม่ผ่าน ถูกส่งกลับประเทศ เราเห็นพี่น้องคนไทยที่เดินผ่านพวกเรา ด้วยความรู้สึกเห็นใจ  คิดว่าถ้าเป็นตัวเราเองที่ถูกกักตัว และถูกส่งกลับประเทศ ต้องเดินหิ้วกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน ผ่านหน้าใครๆ ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด  แค่ ตม. มองโหงวเฮ้งไม่ผ่าน แล้วถูกกระทำเหมือนเราฆ่าใครตาย  คงจะทำให้รู้สึกเกลียดประเทศนี้จับใจ


 

พวกเราถกเถียงคุยเรื่องนี้ ตลอดเวลา ด้วยสงสัยว่า ตม. ใช้หลักเกณฑ์ใด พิจารณาตัดสินคน  แค่เกิดมาดำกว่าใคร หน้าตาบ้านๆ ก็ไม่สามารถเข้าประเทศเกาหลีได้งั้นหรือ


 

อีกเรื่องที่พวกเรารู้สึกไม่ดี ก็คือ  เจ้าหน้าที่ พนักงาน ในสนามบินส่วนใหญ่  ดูถูกคนไทย  เวลาโหลดกระเป๋า ทำหน้าตาบูดบึ้ง ทำแดก ต้องใช้คำว่าทำแดกจริงๆ โยนกระเป๋าพวกเราลงสายพานดังโครม แบบไร้มารยาท  มาเจออีกที่ร้านขายเบเกอรี่ชื่อดังในสนามบิน พนักงานสาวโยนถุงขนมที่พวกเราซื้อใส่หน้า  ใช้คำว่าเกือบปาใส่หน้า เพราะพวกเราขอถุงใส่  ด้วยเห็นเธอใส่ถุงให้คนก่อนหน้าไปหลายคน   


 

พวกเราวิจารณ์กันเรื่องมารยาท ความเครียดของคนเกาหลี ที่มาแสดงออกโดยไม่เก็บกิริยาต่อหน้าลูกค้าเลย   นาตาลีไกด์สาวชาวไทย ที่มีสามีเป็นคนเกาหลี พยายามขอให้พวกเราให้อภัย เพราะคนเกาหลีต้องทำงานหนัก มีภาระค่าใช้จ่ายสูง  ค่าครองชีพสูงมาก จึงทำให้คนเกาหลีมีความกดดัน และความเครียด ที่เมื่อเราทำอะไรผิดพลาดเล็กน้อยก็ไม่สามารถกลั้นอารมณ์ได้ ระบายและระเบิดอารมณ์ใส่ใครๆ ได้ง่ายอย่างที่เห็น


 

ทำให้รู้สึกว่า  บ้านเราแม้อากาศจะร้อนกว่า แต่คนไทยก็ให้อภัย อลุ่มอล่วยให้กับใครๆ ง่ายกว่า โดยเฉพาะถ้ารู้ว่าเป็นคนต่างชาติ พวกเราก็มักกระตือรือร้นที่อยากช่วยเหลือ ให้อภัย ด้วยมิตรภาพอันดี  เป็นเสน่ห์ของคนไทยที่พวกเราไม่เคยรู้ตัว  มิน่าจึงได้ชื่อว่า สยามเมืองยิ้ม

 


หมวดหมู่บันทึก: บันทึกการเดินทาง
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 07 ตุลาคม 2559 11:57 แก้ไข: 07 ตุลาคม 2559 11:57 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
Flowers
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly, Ico24 Smarn, และ 6 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

comment

No Comment
you must log in before you can post a comment.