นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2147
ความเห็น: 4

จิตตปัญญาศึกษา...ในทรรศนะของข้าพเจ้า

เป็นบทความกึ่งวิชาการ ... ตามความสนใจ ค่ะ

"จิตตปัญญาศึกษากับการพัฒนานักศึกษา"

การศึกษาในปัจจุบันนี้ ทั้งโลกก็ว่าได้ มักมีแต่เพียงสองอย่าง คือ รู้หนังสือกับอาชีพ แล้วก็ขมักเขม้นจัดกันอย่างดีที่สุด เร็วที่สุด ก้าวหน้าที่สุด มันก็ไม่มีผลอะไรมากไปกว่าสองอย่างนั้น มันก็ยังขาดการศึกษาที่ทำให้มีความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้องอยู่นั่นเอง ดังนั้น อาตมาจึงเรียกการศึกษาชนิดนี้ว่า เป็นการศึกษาที่เป็นเหมือนกับหมาหางด้วน..."   

 โดย พุทธทาสภิกขุ

ระบบการศึกษาแบบหมาหางด้วน ตามนัยของท่านพุทธทาสข้างต้นนั้น  ได้สร้างวิกฤตให้กับสังคมปัจจุบันอย่างลึกล้ำ  ในทัศนะของผู้เขียนแล้ว ระบบการศึกษาได้บ่มเพาะความคิดเชิงลึกในจิตของผู้เรียนที่ส่งผลต่อสังคม 2 ประการ คือ

 ประการแรก การเรียนที่เน้นความรู้นอกตัว คิดว่าความรู้คือข้อมูลหรือวิชาการที่สามารถแสวงหาได้หรือขอได้จากผู้เชี่ยวชาญ ทำให้เกิดลักษณะพึ่งพิง ไม่คิดแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การรับเอาความรู้จึงเป็นไปอย่างฉาบฉวย ไม่ผ่านการใคร่ครวญ และไม่ประสานกับการฝึกฝนหรือการเรียนรู้จากการปฏิบัติในชีวิตจริง  ทำให้คนเชื่อ(ตามหลักฐาน)ได้ง่าย ขาดระบบคิดแบบใคร่ครวญ หรือคิดเชิงวิพากษ์    

 ประการที่สอง ความรู้ ความเชื่อมั่นในศาสตร์ เชื่อมโยงถึงการทำให้เกิดความหลงใหลในตนเอง ในความรู้ ศาสตร์สาขาที่เชี่ยวชาญ เป็นจุดบ่มเพาะความคิดระดับลึกของจิตในการไม่ยอมรับในความคิด วัฒนธรรมหรือมิติที่แตกต่าง  เป็นจุดบ่มเพาะความคิดคู่ตรงข้าม ผิด-ถูก ดี ชั่ว บ่มเพาะความมุ่งหมายในชีวิตที่ต้องการเป็นที่หนึ่ง ต้องการเป็นผู้ชนะ  ซึ่งเป็นฐานสั่งสมความขัดแย้งในสังคม  

คุณลักษณะสองประการข้างต้นของระบบการศึกษา ทำให้เกิดการเสาะแสวงหาแนวทางการเรียนรู้ที่จะพัฒนาจิตและปัญญา ของมนุษย์อย่างรอบด้าน สร้างการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องในตัวตน เพื่อสร้างให้เป็นคนที่สมบูรณ์และสมดุล สามารถใช้ความรู้ในตนมาสร้างสรรค์สังคมที่สันติสุขและเสมอภาคได้   แนวคิดจิตตปัญญาศึกษา (Contemplative Education) ก็เป็นแนวทางการศึกษาแบบหนึ่ง ซึ่งแวดวงการศึกษาใช้เป็นคำตอบในปัจจุบันจิตตปัญญาศึกษา คือ

“ การรู้จิตตัวเองแล้วเกิดปัญญา  การศึกษาที่ทำให้เข้าใจด้านในของตัวเอง รู้ตัว เข้าถึงความจริง ทำให้เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโลกและผู้อื่น เกิดความเป็นอิสระ ความสุข ปัญญา และความรักอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่ง หรืออีกนัยหนึ่ง เกิดความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์   ( ศาสตราจารย์ประเวศ วะสี )

การใช้แนวคิด “จิตปัญญาศึกษาในการพัฒนานักศึกษา” จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่เสริมสร้างให้นักศึกษามีความสมบูรณ์มากขึ้นด้วยการเสริมสร้างให้เป็นผู้ที่สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง มีกระบวนการคิดไตร่ตรอง มีทักษะในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจากภายใน ทั้งนี้ การพัฒนานักศึกษาให้มีความสามารถในการเรียนรู้ มีทักษะในการใช้ชีวิตและสร้างสังคมที่เป็นสุขนั้น เป็นแก่นแท้ของภารกิจหลักของมหาวิทยาลัย หากแต่การสอดแทรกแนวคิดด้านนี้ให้กับนักศึกษานั้น ไม่เหมือนศาสตร์ทางวิชาการที่สอน สั่งการบ้าน หรือให้คะแนนได้ หากแต่ต้องเป็นไปด้วย “กระบวนการเรียนรู้” ที่ต่อเนื่อง  สม่ำเสมอ  และแม้ว่าหลักการของจิตตปัญญาจะเริ่มต้นจากภายในตนเอง คือ ปัจเจกบุคลแต่ละคน แต่ในทัศนะของผู้เขียนก็เห็นว่า สิ่งแวดล้อม อันหมายถึงบุคคล สังคม สถานที่ ส่งผลต่อการเรียนรู้ในด้านนี้อย่างมาก  จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่สถาบันการศึกษาที่น้อมนำแนวคิดนี้มาใช้ต้องทำความเข้าใจ พร้อมทั้งสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้อย่างรอบด้าน เป็นองค์รวม

ในที่นี้ผู้เขียนขอเสนอแนะ  2 ประเด็นซึ่งเห็นว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนานักศึกษาด้วยแนวคิดจิตตปัญญา   

ประเด็นแรก  เนื่องจากแนวคิดจิตตปัญญาศึกษา ไม่ใช่ศาสตร์ที่ให้ความรู้โดยตรง แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง และต้องอาศัยการฝึกฝน จึงควรมีสถานที่หรือห้องที่มีบรรยากาศที่เหมาะสม สงบเงียบ เหมาะต่อการพัฒนาจิต เหมาะแก่การสร้างบรยากาศของสุนทรียสนทนา ให้นักศึกษา บุคลากรได้ฝึกการประชุม การพูดคุย บนพื้นฐานความคิดแตกต่างแต่ไม่แตกแยกได้อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ซึ่งจะเสริมสร้างการปฎิบัติได้นอกเหนือจากการอบรมเพียงปีละครั้งหรือสองครั้ง 

ประเด็นต่อมา ซึ่งผู้เขียนเห็นว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าประการแรก กล่าวคือ นอกเหนือจากการมีกิจกรรม โครงการ สถานที่ เพื่อพัฒนานักศึกษาในด้านนี้แล้ว  มหาวิทยาลัยควรให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมกระบวนการเรียนรู้ด้านนี้แก่ ครู บุคลากร ผู้บริหาร เพื่อให้สังคมในมหาวิทยาลัยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน  คณาจารย์สามารถน้อมนำแนวคิดไปปรับใช้กับการสอนได้อย่างมีความสุข บุคลากรเต็มใจให้บริการด้วยจิตเบิกบาน ด้วยว่าทุกคนล้วนเป็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญในการร่วมกันบ่มเพาะนักศึกษา  การสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้จึงไม่ใช่แค่เพียงมีสถานที่ที่เหมาะสม แต่ควรเสริมสร้างสังคมที่ดีงามให้นักศึกษาได้ใช้ชีวิต สร้างเสริมให้บุคลากรทุกระดับตระหนักในบทบาทของตนว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมที่งดงามและสร้างบัณฑิตที่งดงามสู่สังคม   เพราะจิตตปัญญากับการการพัฒนานักศึกษานั้นเป็นเรื่องของกระบวนการบ่มเพาะ มิใช่การให้ความรู้แบบยัดเยียด  หากเราบิดเบือนกระบวนการให้ความรู้เป็นแบบยัดเยียดความรู้แล้ว นักศึกษาก็เป็นเพียงผู้มีความรู้ในศาสตร์อย่างขาดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาจิต จิตตปัญญาศึกษาก็จะไม่ต่างอะไรจากวิชาวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ ฯลฯ กล่าวคือ เป็นศาสตร์ที่โดดเดี่ยวและสร้างปัญหาดังระบบการศึกษาหมาหางด้วนที่กล่าวข้างต้น

อย่างไรก็ตาม การมุ่งพัฒนานักศึกษาโดยไม่พัฒนาสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้   แล้วคาดหวังต่อผลที่ได้อย่างเต็มที่ เป็นการกดทับนักศึกษามากกว่าพัฒนานักศึกษา เพราะนอกเหนือจากต้องแบกรับความคาดหวังในศาสตร์สาขาที่เชี่ยวชาญแล้ว ยังต้องแบกรับความคาดหวังในการเป็นคนดีอีกทางหนึ่ง   ผู้เขียนจึงเห็นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องสร้างเสริมสิ่งแวดล้อมที่งดงามสำหรับการเรียนรู้  สร้างครูที่มีความตั้งมั่นในการเรียนรู้ร่วมกันกับนักศึกษา  สร้างสังคมที่ดีงามในมหาวิทยาลัย แม้ว่ามหาวิทยาลัยและสังคมจริงอาจจะไม่ดีงามอย่างจินตนาการ แต่ผู้ได้รับการบ่มเพาะตามแนวทางจิตตปัญญาจะมีความสามารถในการเรียนรู้ ทำความเข้าใจถึงปัจจุบันขณะ และพร้อมจะสร้างแนวทางการแก้ปัญหาที่ลดความขัดแย้ง   

ทั้งนี้ เป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัยที่จะพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่ดีงามเพื่อชี้นำสังคมไปสู่สังคมที่ดีงาม 

วิลาสินี  เลิศตระกูล 

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ (keywords): จิตตปัญญาศึกษา
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 29 ธันวาคม 2552 10:20 แก้ไข: 29 ธันวาคม 2552 10:34 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

บันทึกที่ยอดเยี่ยมครับ (^__^)*

คุ้นๆ น่ะ บทความนี้ รู้สึกว่าชนะใจกรรมการมาแล้ว เอาใจช่วย สู้สู้

"จิตตปัญญากับการการพัฒนานักศึกษานั้นเป็นเรื่องของกระบวนการบ่มเพาะ มิใช่การให้ความรู้แบบยัดเยียด "

    เป็นกระบวนการที่ต้องพัฒนาไปด้วยกัน  รอไม่ได้พยายามต่อไป

กลับมาอ่าน ทบทวนอีกครั้ง ..

ในวันที่เริ่มต้นถามตัวเองว่า เราอยากมาทำอะไรที่นี่

ณ จุดที่ ยืนอยู่

ความรู้สึก ณ ปัจจุบัน

ก็ยังคงยืนยัน จะทำตามความคิดที่ตั้งใจไว้ ^___^

เพื่อป้องกันการหลงทาง บางครั้ง เราก็ต้องย้อนมาดูแผนที่ในใจ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.228.11.9
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ