นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 5423
ความเห็น: 7

จดหมายจากพระเพื่อน...ว่าด้วยเรื่อง คุณ น่ะ ทำ...คุณธรรม

ชวนมาแอบฟังเพื่อนฝูงเค้าแลกเปลี่ยนเรื่องราว "ในใจ" แบบคน "ไว้ใจ" กันค่ะ

 

 

 Chez moi

Fevrier 1 2010

Salot !                

 ถึงไม่ได้เรียนมาตั้งแต่สิบกว่าปีที่แล้ว แต่คงพอเดาได้นะว่ามันหมายถึงอะไร บางทีก็ไม่ต้องรู้หรอก บางครั้งก็ไม่ต้องแน่ใจ อะไรบางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องอธิบาย การตอบคำถามบางข้อก็ไม่ต้องจำเป็นต้องอ้างด้วยวาจาหรือภาษาท่าทางใดใด

                Postcard ในพระคลังข้างที่อยู่ในภาวะฉุกเฉิน เพราะถือคติว่าจะไม่ส่งมันกลับไปหาผู้ที่ให้มา และถ้ามันมาเป็นแกงค์ก็จะเก็บมันอยู่ในset ที่มันควรอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา โทรจิตฉบับนี้จึงต้องพึ่งพาซองสีฟ้าและกระดาษเกือบสีฟ้า(ที่สุดเท่าที่จะหาได้)

             

   ในฐานะที่อยู่ใน Uniform ขออนุญาติ ประเมิณการมาของนักศึกษา ม. มีชื่อที่น้องคุณพามาว่าค่อนข้าง(อย่างมาก) ไปในทิศทางที่ล้มเหลว ไม่ใช่เพราะไม่ได้เจอเราหรอก แต่เพราะเป็นเป้าหมายในการพามาไม่ชัดเจนหรืออาจชัดเจนแต่ชัดเจนในอุดมคติ ในจินตนาการ และอาจร้ายแรงถึงขั้นเพ้อฝัน (อาจดูวิจารณ์แรงไป  แต่จริงใจสุดสุดนะโว้ย) คุณลองสังเกตเด็กๆที่คุณพามาสิ ดูแววตา ท่าทาง และท่าทีพวกเค้า ก่อนมา ระหว่างมา และหลังมา ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ถ้าจะเปลี่ยนก็เป็น เบื่อ เบื่อจริง และพากูมาทำไม เรื่องพวกนี้มีปัจจัยหลายด้าน ไม่ใช่ ม. มีชื่อจะผิดด้านเดียว เพราะวัด มีชื่อก็ผิดด้วย  เจตนาม. มีชื่อนั้นดี     แหล่งเรียนรู้ สื่อเรียนรู้ ปรัชญาน่าคิดในวัดมีชื่อก็มีดี แต่ม.ชื่อดังก็หวังพึ่งวัดเต็มที่ ในขณะที่วัดชื่อดังก็ขาดการนำเสนอที่น่าสนใจ ผนวกกับความเต็มใจให้ถูกเกณฑ์มาอย่างแรงของนักศึกษาที่ไม่เคยคิดจะสนใจมาก่อน บวกกับจำนวนที่มากมายมหาศาลเหมือนเด็กประถมมาทัศนาจรเดินทางไกล  นักศึกษาจึงมาเหมือนแค่ได้แถบสัญลักษณ์อีกอันไปติดแขนลูกเสือ ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าสัญลักษณ์หมายถึงอะไรด้วยซ้ำ 

                ในฐานะเพื่อนและพระเพื่อน  ซึ่งจะมีเพื่อนพระทำหน้าที่นี้ในอนาคตที่มันวาดและระบายสีฝันของมันเสร็จสรรพ (ทั้งๆที่เค้ายังไม่ให้กระดาษด้วยซ้ำ) ขอยกตัวอย่างสถาบัน ๔ แห่ง ที่เราคิดว่ามาแล้วได้ประโยชน์  ๑. รร.เตรียมอุดม (ที่ดังที่สุดใน กทม.เพราะมันชื่อเตรียมอุดม) ใช้วิธีตั้งชมรมที่ไม่ได้มีแค่เด็กมัธยมซึ่งยังไม่เคยมาที่นี่ แต่มีศิษย์เก่าของ รร. ที่เพิ่งจบใหม่ๆไปถึง ราชบัณฑฺตยสถาน หรืออธิการบดี ที่เคยมาแล้วได้ประโยชน์พ่วงมากับคณะ แล้วพระไม่ใช่ผู้กำหนดกิจกรรม เค้าอาศัยสถานที่เป็นแหล่งเรียนรู้ เข้าร่วมกิจกรรมบางอย่างนิมนตร์พระบางรูป บรรยายเป็นบางเวลา นอกจากนั้นจะเป็นรุ่นพี่พูดคุยกับรุ่นน้อง แลกเปลี่ยนทัศนคติ ต่อกลุ่มก็ประมาณ ๕๐ คน คึ่งหนึ่งเป็นผู้มาใหม่ อีกครึ่งเป็นผู้มาหามุมใหม่ ระยะเวลา ๑ อาทิตย์ ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน               

 ๒. ชมรมพุทธศาสนา ม.มหิดล นักศึกษาแพทย์ เภสัชและศาสตร์อื่นๆที่เกี่ยววิทยาศาสตร์ล้วนๆ ไม่มีอาจารย์คุมมา ชื่อชมรมก็บอกอยู่แล้วว่าคนที่ค้นเข้ามานี่ต้อง want และ need สุดๆ จึงมาแบบเปิดใจสุดๆ เช่นเดียวกับข้างบน ประธานชมรมลงมา SURWAY เก็บข้อมูลติดต่อจองวันเวลา อาหาร สถานที่ รถ ด้วยตัวเอง กลับไปเก็บตังค์ซึ่งส่วนหนึ่ง ม. สนับสนุนคิดกิจกรรมมาเองครึ่งหนึ่ง พระจัดให้ครึ่งหนึ่ง มาประมาณ ๔๐ ๕๐ คน อยู่ ๓ คืน ๔ วัน จุดเด่นคือ เค้าใช้วิธีเพื่อนเตือนเพื่อน ไม่ใช่วิธีจับปูใส่กระด้งและเค้ามาหาคำตอบ ไม่ได้มาเพราะ ผ มผ หรือ ม.บค. (มหาลัยบังคับ)               

๓. คณะนิติศาสตร์ มธ. อาจารย์จัด แต่นักศึกษาเป็นผู้ดำเนินรายการ กระบวนเหมือนข้างบน คือ เหมือนมหิดล แต่อาจารย์เข้าร่วมทุกกิจกรรมแล้วหาเวลาทำกิจกรรมกลุ่มกันเองและอาจารย์จะให้ทัศยคติ ข้อคิด หรือ กระตุ้นการคิดตามสไตล์นักกฎหมาย จุดเด่นคือ พวกนี้ใช้สมองซีกที่เข้าใจปรัชญาได้ง่ายกว่าพวกมหิดล (แต่มหิดลก็ใช้ซีกที่เป็นเหตุเป็นผล ซึ่งเชื่อมกระบวนการทางพุทธศาสนาได้ดีกว่า )

** ความมันส์จะบังเกิดขึ้น เพราะคณะที่ ๒ และ ๓ มักจะมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย บางครั้งก็ทำกิจกรรมร่วมกันและโต้คารมกัน พระเป็นผู้ดู ผู้ฟัง และสรุป (เป็นผู้ตั้งประเด็นด้วย) เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคณะเกิดกระบวนการเรียนรู้ที่ได้ประโยชน์และสะท้อนตัวตนได้ชัดเจน              

  ๔. นักศึกษา ป.โท คณะจิตตวิทยา จุฬาฯ ๙๐% เป็นกิจกรรมที่จัดกันเอง พระมีส่วนน้อยมาก และอยู่นานเป็นอาทิตย์หรือครึ่งเดือน มีกิจกรรมกลุ่มใหญ่ กลุ่มย่อย นั่งสมาธิ โดยที่มีอาจารย์เป็นแกนกลางและผู้กระตุ้นความคิด พวกนี้จะอ่านหนังสือและเป็นอิสระจากกันแต่เคารพเวลาอย่างน่าเหลือเชื่อ                วัดมีชื่อที่นี่ยังคงเหมาะที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ ม. มีชื่อ ที่มีสาขาอยู่ในจังหวัดเดียวกัน แต่ขออนุญาต (โธ่ ! เขียนมาซะขนาดนี้ ไม่รู้จะจะขออนุญาตอะไรอีก) แนะนำว่าถ้าคุณยึดอำนาจได้เบ็ดเสร็จ เค้าให้กระดาษมาวาดเขียนแล้ว ก็  ๑. ให้มาแบบสมัครใจ คุณจะไม่เหนื่อย  ๒.อย่าพมมาทีละมากๆ (ยิ่งถ้าบังคับมาน้อยคนจะประโยชน์สูง) ๓. คิดตารางกิจกรรมมาเอง แล้วเอามาปรึกษาพระ ๔. เน้นการพูดคุย อาจจะกันเองหรือให้พระมีส่วนร่วม ๕.เลือกพระไม่ใช่ให้พระเลือก ๖.ใช้ประสบการณ์ของคุณหรือความเชื่อมั่นของคุณว่ากิจกรรมไหนของวัดที่นักศึกษาของคุณรับได้ และอันไหนนักศึกษาจะเบื่อ ๗.เราเชื่อว่าคุณเป็นแกนกลางการเรียนรู้ และกระตุ้นการคิดต่อยอดได้ ลองสร้างวิธีของตัวคุณเอง  ๘.ระดับปัญญาชนต้องใช้ที่นี่เป็นห้องเรียนไม่ใช่ห้องจริยธรรมเล็กๆบนชั้นสามอาคารสาม               

 ตอนนี้ตีหนึ่งกว่าๆแล้ว เห็นทีต้องไปนอน เพราะนอกจากจะเริ่มเขียนหยาบค่อนข้างมากแล้ว ยังเขียนด้วยสำนวนที่ทุเรศตัวเองมากขึ้นด้วย ศักยภาพการใช้สำนวนลดลงไปตามระยะห่างของเปลือกตา ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะตอบเรื่อง ไอ้แคว่ง ไม่รู้ทำไมพาลยาวไปถึงสี่หน้ากระดาษ               

สมัย ม.ต้น (ซึ่งความทรงจำทยอยเดืนทางกลับไปอยู่ในที่ที่เรายืมมันมา) ห้องเรามีเอกหลายเอกไม่นับเอกห้องข้างๆอีกหลายโหลที่เข้ามาพัวพัน เอกในห้องจึงต้องยืมชื่อพ่อมาใช้ บ้างก็ยืมบุคลิกมาใช้ไปพลางๆจนกว่าจะพ้นสภาพจำยอมนั้น เอกที่คุณเจอมันยืมชื่อพ่อมาโดยไม่ได้ขออนุญาติ (ลืมทุกทีว่าต้องไม่มีสระอิ) จนเราๆเกือบไม่รู้ว่านั่นชื่อพ่อมัน อีกเอกตอนนี้เป็นด็อกเตอร์จบจากเมกา ถ้าลูกศิษย์ลูกหารู้ว่ามันชื่อ เหม็น ที่มาจากปากเหม็น ก็คงศรัธาที่จะเข้าใกล้อาจารย์ขี้โม้ ขี้หลี และหน้าหม้อคนนี้น้อยลง (อันนี้เขียนจากข้อมูลเก่า ซึ่งอาจจะเปลี่ยนไปตามวุฒิภาวะ)             

   นานมาแล้ว ครั้งหนึ่งเราเคยเป็นแบบคุณ ที่ดีใจไปหมดทุกครั้งที่เจอคนรู้จัก (แม้จะสิวๆก็ตามหรือบางคนแค่คุ้นๆหน้า) ตอนนี้คนคนนั้นในตัวเราหายไปแล้ว เพราะบางทีแค่คนที่เคยคิดว่ารู้จักดีก็ไม่สามารถทำให้ตื่นเต้นได้ แต่ก็นะ ดีใจกับคุณด้วย อย่าให้คนคนนั้นในตัวคุณหายไปเลย ไม่งั้นนานไปกว่านี้จะรู้จักกันอยู่แค่สองคน เป็นคุณยายกะหลวงตาแก่ๆ ขี้บ่นที่คุยรู้เรื่องกันเอง ไม่มีใครฟัง

พระเพื่อน   

ปล. 

กลอนที่แนบมา   ลองจำให้ขึ้นใจดูนะเวลาไปทำบุญอะไร ที่ไหน ยังไง ?กรวดน้ำภาษาบาลีไม่เป็น หรือไม่ทันอันนี้ช่วยได้. ทั้งนี้ทั้งนั้น สำคัญว่าต้องหมายความตามนั้นจากใจ  ตั้งใจ และมั่นใจ  ด้วย.

 

เค้าว่า   บุญ   จะไม่เป็นหมัน  นอกจากตัวเองจะสบายใจ

ความคิดเป็นพลังงานชนิดหนึ่ง

มัน  มี  แรง  ขับเคลื่อนของมัน ที่แม้แต่ตัวผู้คิดก็มิอาจจินตนาการ

แค่  คิด  ก็  ถึง  แล้ว

คิดถึงค่ะ

ปุกปุย

หมวดหมู่บันทึก: กิจการนักศึกษา - การดูแลนักศึกษา
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 22 มีนาคม 2553 20:38 แก้ไข: 22 มีนาคม 2553 21:26 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เป็นการประเมินกิจกรรมในโลกความจริงของผลสัมฤทธิ์นะครับ

ประเมินจากแววตา สีหน้า ก่อนทำกิจกรรม และหลังทำกิจกรรม

 

สาธุ...คมคายมากมาย

มาแอบอ่านค่ะ

ขอบคุณสำหรับของฝาก(ขอด้วยคน)

Ico48
ekkalak wongchoompoo [IP: 110.33.208.115]
07 พฤษภาคม 2553 09:03
#56767

hi, i belive that you know some one that i've been looking for to contact him for many year. If this is right his name might be ธาดร or พระธาดร ธาตโร right. if you know him please tell him to contact me at ek-ko@hotmail.com but if this is wrong i have to appologize for or of this . for the best wish,

some one who looking for his friend for a very long time.

thank so much

อ่านดูจากชื่อแล้ว คาดว่าคุณเอกลักษ์ (ไหมคะ) น่าจะอ่านภาษาไทยได้  ปุยเป็นเพื่อนกับธาดรค่ะ ธาดร คล้ายปักษี  ที่ตอนนี้ไปสวมยูนิฟอร์มสีเหลืองอยู่ที่วัดธารน้ำไหลหรือว่าสวนโมกข์ เข้าปีที่ 6 แล้วมังคะ

 ถ้าจะแวะไปก็ถามหาท่านดร แห่งโรงปั้นภาพค่ะ พระท่านดูแลกิจกรรมศิลปะเพื่อพัฒนาจิตอยู่ละแวกๆนั้นล่ะค่ะ

 

แล้วปุยจะจดหมายไปบอกพระท่านนะคะ  ว่ามีมิตรภาพที่ตามหากันอยู่

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

 

ปล. ไม่ทราบว่าเป็นคุณเอก ที่มีชื่อเล่นว่าเหม็น รึป่าวเนี้ย  อิอิ

เมื่อเพื่อนพบเพื่อน คนอ่านก็พลอยชื่นใจไปด้วย
ความคลาสิคมันอยู่ตรงนี้นี่เอง

ดีใจกับคุณเอกที่ได้พบเพื่อนที่ตามหามานานนะคะ  ปุกปุยเป็นแม่สื่อได้อย่างดียิ่ง

Ico48
เอก (หมู) [IP: 110.33.208.115]
29 พฤษภาคม 2553 22:08
#57447

สวัสดีครับคุณปุกปุย ผมชื่อเอกจริงจริงนั่นแหละและท่านดร ก็คือเพื่อนคนที่ผมตามหาอยู่ครับอันที่จริงก็พอทราบข่าวก่อนที่จะบวช แล้วก็ไม่ได้ติดต่อกันตั้งแต่นั้นมาล่ะครับ ส่วนผมตอนนี้มาอยู่ที่ sydney ได้ 2 ปีแล้ว ต้องขโทษคร0าวที่แล้วพิมเป็นภาษาอังกฤษ แพราะไปใช้เครื่องสาธารณะก็เลยไม่มีภาษาไทยให้พิมพ์ พึ่งกลับเข้ามาอ่านกระทู้วันนี้  ได้ทราบข่าวว่าเป็น ท่านดร (ธาดร) จริงๆก็เลยดีใจครับ  ยิ่งรู้ว่าอยู่ในยูนิฟอมสีเหลืองมานานถึง 6 ปีฟังแล้าก็น่าดีใจแทนจริง แล้วก็เลยกลับมามองตัวผมเองว่า ผมต่างหากที่มัวแต่ทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ ลุ่มหลงกับอะไรอยู่ไม่รู้ (พูดไปก็ทักจะมากความ)  ที่สำคัญที่สุดก็คือต้องขอบคุณคุณปุกปุยเป็นอย่างมากนะครับที่ทำให้ผมทราบเป็นที่แน่ชัดว่าเพื่อนผมคนนี้ยังสะบายดีและดูท่าทางจะสบายมากเสียด้วย  ไว้ผมจะส่งจดหมายไปส่งข่าวกับท่านดรอีกทีนะครับ   และว่างๆจะเข้ามาทักทายคุณปุกปุยใหม่  (ป.ล. ชื่อ เล่นผม คือหมู ครับ เป็นชื่อที่ท่านดรเรียก และเพื่อนบางคนเรียก ไม่ใช่เหม็นครับแต่ก็ใกล้เคียง ไม่รู้ว่าคุณปุกปุยไปทราบมาจากใหนว่าผมชื่ิอ เหม็น ฮ่าฮ่า )  ขอบคุณเป็นที่สุดครับ วันนี้ถือว่าเป็นวันดีของผมอีกวันนึงทีเดียว  สวัสดีครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.228.11.9
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ