นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2041
ความเห็น: 8

การกระจายเงินสำหรับโครงการวิจัยเพื่อ SAR_KPI

สืบเนื่องจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการกระจายเงินสำหรับโครงการวิจัย
เริ่มโดย อาจารย์สุธรรม จากคณะวิศวะ ดังนี้
1)
----- Original Message -----
Sent: Tuesday, April 22, 2008 10:03 AM
Subject: การกระจายเงินอุดหนุนโครงการวิจัย

เรียน QMR และ QAC ทุกท่าน
ผมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการกระจายเงินอุดหนุนโครงการวิจัย (ที่ได้แบ่งสัดส่วนวงเงินทั้งโครงการมาเป็นวงเงินปีการศึกษา 2550 แล้ว) ว่าจะกระจายไปยังผู้ร่วมโครงการอย่างไรในกรณีที่มีนักศึกษาเป็นผู้ร่วมโครงการด้วย เช่น โครงการวิจัยหนึ่ง มีวงเงินในปี 2550 100,000 บาท ผู้ร่วมวิจัยมี 3 คน นักวิจัย ก จากภาควิชา A มีสัดส่วนงาน 30% นักวิจัย ข จากภาควิชา B มีสัดส่วนงาน 20% นักศึกษาปริญญาโท ค สังกัดภาควิชา A มีสัดส่วนงาน 50% วงเงินที่จะกระจายไปยังภาควิชา A จะมีค่าเท่าใด 30,000 เฉพาะจากนักวิจัย ก หรือ 80,000 ซึ่งเป้นผลรวมวงเงินส่วนของนักวิจัย ก และนักศึกษา ค โดยลักษณะเช่นที่ว่านี้อาจจะเกี่ยวข้องกับการกระจายผลงานวิชาการไปยังระดับภาควิชา ในกรณีที่นักศึกษาร่วมอยู่ในรายชื่อผู้เสนอผลงานด้วย
ไม่ทราบว่าท่านใดพอจะให้ความกระจ่างได้บ้างครับ...
Sutham Sukmanee
Faculty of Engineering
Prince of Sogkla University
 
 2)
----- Original Message -----
From: Nongyao
To: saree
Sent: Tuesday, April 22, 2008 12:49 PM
Subject: Fw: การกระจายเงินอุดหนุนโครงการวิจัย

คุณสารีคะ
ลองช่วยตอบคำถามนี้หน่อยไหมคะ เป็นการแลกเปลี่ยนในมุมของคณะวิทยาศาสตร์
ขอบคุณค่ะ
นงเยาว์  สว่างเจริญ
3)
 
----- Original Message -----
From: saree
To: Nongyao
Sent: Tuesday, April 22, 2008 1:34 PM
Subject: Re: การกระจายเงินอุดหนุนโครงการวิจัย

เรียน อ.นงเยาว์
    เงินทุนวิจัย  100,000.-บาท ผู้วิจัย 3 คน
    อ.ภาค A                      สัดส่วน    = 30%       =  30,000.-บาท
    อ.ภาค B                      สัดส่วน    = 20%       =  20,000.-บาท
    นักศึกษา สังกัด ภาค A   สัดส่วน    = 50%       
ถ้าเป็นการคำนวณ ของคณะวิทยาศาสตร์ ส่วนของนักศึกษาจะยกให้กับอาจารย์
และถ้าอาจารย์ จากหลายภาควิชา ก็จะคำนวณให้กับ สัดส่วนของอาจารย์
ที่มีส่วนร่วมค่ะ (ไม่เอามาเฉลี่ยให้กับอาจารย์เท่าๆ กันค่ะ)
    ฉะนั้น       อ.ภาค A                     = 30 + 30 %       =  30,000 +  30,000.-บาท
                   อ.ภาค B                     = 20 + 20 %       =  20,000 +  20,000.- บาท
สารี ธำรงวัฒน์
4)
----- Original Message ----
From: Nongyao <nongyao.s@psu.ac.th>
To: psu-qmr@group.psu.ac.th; saree <saree.t@psu.ac.th>
Cc: psu-qac@group.psu.ac.th
Sent: Tuesday, April 22, 2008 13:44:23
Subject: Re: การกระจายเงินอุดหนุนโครงการวิจัย

เรียน ทุกท่าน
    อันนี้เป็นวิธีการคิดของคณะวิทยาศาสตร์ค่ะ ถ้ามีข้อสงสัย ติดต่อสอบถามที่คุณสารีได้นะคะ
ขอบคุณค่ะ
นงเยาว์  สว่างเจริญ
5) 
เรียนqmr&qac

การกระจายเงินสนับสนุนวิจัยในหลักการไม่ได้นำน.ศ.มาคิดสัดส่วนด้วยเพราะตัวบ่งชี้นี้ไม่เกี่ยวกับน.ศ.
ซึ่งผู้ร่วมโครงการก็น่าจะตกลงกันตังแต่เริ่มโครงการแล้วว่าเป็นเงินของใครเท่าไหร่
กรณีเช่นนี้เจ้าของโครการน่าจะเป็นผู้กระจายเงินให้

ส่วนผลงานวิชาการของน.ศ.ที่ทำร่วมกับอ.ก็นับได้ทั้งอ.และน.ศ.หลักเกณฑ์การนับเห มือนคู่มือการจัดทำSAR

ปีการศึกษา๒๕๕๐ค่ะ

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

อ.นวลจิรา
คาดว่า loop mail QMR กับ QAC มีปัญหาจึงขอเรียนแสดงความคิดเห็นดังนี้
6)
เรียนทุกท่าน สมาชิกชาวประกันคุณภาพ
   ขออนุญาตแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในส่วนของการกระจายเงินโครงการวิจัย  ขอให้พิจารณาเป็นประเด็นดังนี้
1) แบ่งเป็น % แล้วมีประโยชน์อันใด 
2) ทำไมเราต้องมานั่งเสียเวลาคิดเล็กคิดน้อย ว่าอาจารย์ A หรืออาจารย์ B ได้มีส่วนในโครงการวิจัยนี้ แล้วแบ่งเป็นเงินตามสัดส่วนของการมีส่วนร่วม หรือแม้แต่เจ้าของโครงการวิจัยจะเป็นคนแบ่งก็เช่นกัน 
3) โดยธรรมชาติของการได้เงินทุนวิจัย ผู้ที่เป็นเจ้าของโครงการจะเป็นผู้ถือเงิน ไม่ใช่ผู้ร่วมโครงการ ดังนั้นการคิดกระจายเงินตามสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ จะเป็นการทำไปให้เสียเวลาและแรงงานทั้งสิ้น
4) ในเมื่อมีการรวมกลุ่มการทำวิจัยกันแล้ว ก็สนับสนุนให้เขาทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ไม่ใช่มาคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้ ก่อให้เกิดความแตกแยก และนโยบายวิจัยแบบมีเครือข่าย สร้างเครือข่าย หรือ multidisciplinary research ก็ไม่เกิดแน่นอน  ที่สำคัญนโยบายสนับสนุนงานวิจัย กับระเบียบแนวปฏิบัติในการนำผลงานไปขอตำแหน่งทางวิชาการสวนทางกันอย่างชัดเจน
   4.1 อยากฝากท่านผู้บริหารระดับมหาวิทยาลัย ว่า คุณค่าของผลงาน ก็ต้องประเมินที่ผลงาน และระบบก็มี reader อ่านผลงานอยู่แล้ว ในแง่ของคุณภาพเรียกว่าได้รับการควบคุมอยู่แล้ว  ดังนั้นการมาตีค่าของคนเป็น % นั้นไม่ช่วยอะไรเลย นับวัน ยิ่งบั่นทอน  แค่ระบุว่างานนั้นต้องเป็นชื่อแรก หรือ corresponding author  ก็น่าจะใช้ได้แล้ว  ดังนั้นคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีการคิดอย่างเป็นระบบ เนื่องจากว่าจะมีการนำมาใช้ทั้งการคิดภาระงาน คิดสำหรับข้อมูลสำหรับระบบคุณภาพทั้งหมด สุดท้ายที่สำคัญก็ยังมีผลต่อบรรยากาศการทำวิจัยของสงขลานครินทร์แห่งนี้
5) สังเกตอะไรบางอย่างกันมั๊ย ท่านนักวิชาการทั้งหลายว่าถ้ามีการแบ่งคุณค่าของผลงาน หรือคุณค่าของคน เป็นตัวเลข ก็จะเกิดปัญหาแบบไม่มีที่สิ้นสุด
6) โดยส่วนตัวคิดว่าการนับเงินทุนวิจัย หากอาจารย์ท่านใดมีชื่ออยู่ในโครงการนั้นๆ ก็นับให้ไปตามยอดเงินที่ได้รับอนุมัตได้เลย
   6.1 ระดับภาควิชานับได้เลยตามยอดเงินที่ได้รับอนุมัต ถ้ามีอาจารย์ในภาควิชามีชื่ออยู่
   6.2 ระดับคณะฯนับยอดเดียวคือแค่เช็คซ้ำในแต่ละภาควิชา ก็หมดปัญหาแล้ว  ระดับนี้ไม่สามารถใช้ผลรวมของทุกภาควิชาฯมาโดยตรง แล้วมาตอบเป็นระดับคณะฯ
   6.4 ระดับมหาวิทยาลัยก็นับยอดเดียว แล้วเช็คซ้ำในแต่ละคณะ ก็หมดปัญหาเช่นกัน ระดับนี้ก็เช่นกันไม่สามารถใช้ผลรวมของทุกคณะฯโดยตรง แล้วมาตอบเป็นระดับมหาวิทยาลัยฯ
7) ลองตรองดูว่าเสียเวลาในการกระจาย % เงินทุนวิจัย กับเสียเวลาในการเช็คซ้ำ โดยใช้ระบบฐานข้อมูลทุนวิจัย ซึ่งคณะวิทย์ใช้อยู่แล้ว หรือไม่ต้องใช้ฐานข้อมูล อันไหนจะใช้เวลามากกว่ากัน  ตรงนี้คณะใหญ่จะมีผลมาก
ขอบคุณ
อ.วันดี
หมวดหมู่บันทึก: ประกันคุณภาพ ตัวชี้วัด ประเมินผล
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 24 เมษายน 2551 11:38 แก้ไข: 03 กรกฎาคม 2551 16:10 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

  • ตามมาทักทายค่ะ
  • หลังจากทักทายผิดตัวที่ดอนเมืองจ้า

ขอขยายความอีกนิด วท.ไม่คิดสัดส่วนของนักศึกษา แต่จะนำสัดส่วนนักศึกษามาเฉลี่ยให้อาจารย์ผู้ร่วม

ความเห็นอาจารย์นวลจิรา ..เจ้าของโครงการน่าจะเป็นผู้กระจายเงิน.... ถ้าทางปฏิบัติเป็นเช่นนี้จริง คงต้องเตรียมทำตัวให้ว่าง เพื่อต้อนรับงานนี้โดยเฉพาะคะ

สุดท้าย ถ้า อ.วันดี ได้คำตอบละก็ขอทราบด้วยคนนะคะ    (^ - ^)

อ้าว..ยังไม่มีใครมาช่วยให้คำตอบอีกหรือนี่..

พี่สารี

 สำหรับคณะวิทย์ เราทำอย่างที่อาจารย์เสนอเลย เพราะเราไม่เคยแบ่ง % เลย เนื่องจากไม่มีประโยชน์ใดๆ เรามีวิธีที่ไม่ต้องใช้แรงงานและเวลาดีกว่านะคะ  แต่โปรแกรมเราทำไว้เพื่อรองรับอนาคต ณวันนี้ยังไม่จำเป็น เอาไว้ให้ระบบ MIS work ดีแล้วค่อยว่ากัน และที่สำคัญ ยังไม่มีผู้ใดตอบเลย ว่าจะได้ประโยชน์อันใด

ขอบคุณค่ะ

ท่าน ผช. ประกาศจุดยืนชัดเจน ถ้าได้ยินเสียงด้วย คงจะได้ยินคำว่า..Confirm ! ค่ะ ป้าสารี ^_^

ตามมาศึกษาค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.235.25.169
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ