นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

DaDa
Ico64
Songsuda Promthong
นักวิทยาศาสตร์
ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 5

อ่าน: 3968
ความเห็น: 0

degas- HPLC # 1

วิธีการขจัดแก๊สในตัวทำ ละลาย

 

เป็นที่ทราบกันดีว่าในการวิเคราะห์ด้วยวิธี HPLC สิ่งที่ต้องพิจารณาสิ่งหนึ่งก็คือ การเลือก
mobile phase ซึ่งจะต้องคำ นึงถึงคุณภาพที่นำ มาใช้ เช่น เลือกชนิดที่เป็น HPLC grade หรือถ้าเป็นนํ้าก็ใช้
นํ้าที่มีความบริสุทธิ์สูง นอกจากนี้แล้วยังต้องคำนึงถึงเรื่องของสิ่งปนเปื้อน สารเติมแต่งที่มี
อยู่ รวมถึงอนุภาคอื่นๆที่ปะปนอยู่ในตัวทำละลายนั้นๆ (สามารถสังเกตได้จากเอกสารข้างขวดของตัวทำ
ละลายนั้นๆ) และเรื่องที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่ต้องกระทำ ภายหลังจากการเลือกหรือนำ ตัวทำ ละลายนั้นๆ
มาใช้งาน คงหนีไม่พ้นเรื่องของการเตรียมตัวทำ ละลาย ไม่ว่าจะเป็นนํ้า ตัวทำละลายอินทรีย์ บัพเฟอร์ สาร
เติมแต่ง หรือแม้แต่การใช้ตัวทำละลายหลายชนิดร่วมกัน และในการเตรียมตัวทำ ละลาย(mobile phase)
ก่อนนำมาใช้งานนั้นจะต้องทำ การขจัดฟองอากาศที่มีอยู่นั้นออกเสียก่อน เนื่องด้วยเหตุผลที่ว่า ถ้าในตัวทำ
ละลายที่นำมาใช้งานไม่มีการขจัดอากาศหรือแก๊สออกแล้ว จะก่อให้เกิดปัญหามากมายในการทำ งาน
ปัญหาเหล่านี้ได้แก่ การเกิดฟองอากาศ อันจะส่งผลต่อปั๊ม ตัวตรวจวัด คอลัมน์( Column) ซึ่งสิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดเจน ก็คือ ปั๊มจะนำ mobile phase เข้าสู่ระบบด้วยปริมาตรที่น้อยกว่าความเป็นจริง ส่งผลให้ได้อัตราการไหล (flow rate) ไม่คงที่ มีฟองอากาศเข้าไปสะสมภายในคอลัมน์ และตัวตรวจวัด ทำ ให้โครมาโทแกรมที่ได้มีเวลาที่สารออกไม่แน่นอน( retention time ไม่คงที่) baseline มี noise มากหรือเกิดการ shift การเกิด ghost peak ลักษณะเช่นนี้ไม่เป็นที่ต้องการของผู้วิเคราะห์

วิธีการขจัดแก๊สในตัวทำ ละลาย
การขจัดแก๊สที่มีอยู่ในตัวทำละลายจะช่วยลดปัญหาหลายๆอย่าง ซึ่งปัญหาที่พบส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาในเรื่องนี้
ประโยชน์ที่ได้ในการขจัดแก๊สก็คือการได้ retention time ที่สมํ่าเสมอ การทำงานของปั๊มเป็นไปอย่างคงที่
ได้ baseline ที่ดี รวมถึงช่วยเพิ่มความไวในการตรวจวัดของตัวตรวจวัดหลายๆชนิด
วิธีที่นิยมนำ มาใช้นั้นมีหลายวิธี ได้แก่

1. การทำ vacuum filtration

 การใช้ vacuum filtration ร่วมกับการใช้คลื่นความถี่สูงเป็นการลดความดันที่ผิวของตัวทำ ละลาย
ซึ่งถ้าใช้ vacuum filtration เพียงอย่างเดียว จะขจัดแก๊สที่ละลายอยู่ออกไปได้ค่อนข้างช้า ยกตัวอย่างเช่น
การกรองโดยเลือกเมมเบรนขนาด 0.45 ไมครอนกับปั๊มสุญญากาศ กรองตัวทำ ละลาย
ปริมาตร 4 ลิตร จะใช้เวลาประมาณ 8 นาที หรือถ้าใช้คลื่นความถี่สูงเพียงอย่างเดียวจะใช้เวลาถึง 22 นาที
ซึ่งอาจส่งผลให้สัดส่วนของตัวทำ ละลายผสมเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ถ้าหากนำ มาใช้ร่วมกัน จะใช้เวลา
กับเครื่องที่มีคลื่นความถี่สูงน้อยลง เป็นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนของตัวทำ ละลายน้อยลง

 

>>>>>>>> ต่อ >>>>>>>>>>>>>
 

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 09 ตุลาคม 2551 17:06 แก้ไข: 09 ตุลาคม 2551 17:13 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.233.217.242
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ