นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2659
ความเห็น: 4

แร่ใยหิน: ภัยใกล้ตัวที่เราควรรู้

แอสเบสตอส หรือแร่ใยหิน เป็นสารที่อุตสาหกรรมนำมาใช ้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพราะมีคุณสมบัติพิเศษ คือ ทนไฟ ไม่นำความร้อนและไฟฟ้า แข็งเหนียวและยืดหยุ่น ทนกรดและด่างได้ดี 

 แร่ใยหินถูกนำมาใช้ในกระเบื ้องมุงหลังคา กระเบื้องแผ่นเรียบ ฝ้าเพดาน ท่อน้ำซีเมนต์ ผ้าเบรก และฉนวนกันความร้อน เป็นต้น

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีกา รใช้แร่ใยหินมากเป็นอันดับส ี่ของโลก ในขณะที่ประเทศที่ส่งออกแอส เบสตอสอย่างแคนาดา กลับประกาศห้ามไม่ให้ใช้แร่ ใยหินในผลิตภัณฑ์ทุกชนิดในป ระเทศแล้ว

สาเหตุที่แคนาดาประกาศห้ามก็เพราะแร่ใยหินทำให้เกิดโรคอันตรายร้ายแรงหลายอย่าง เช่น ปอดอักเสบเรื้อรังจากแอสเบสตอส มะเร็งเยื่อหุ้มปอด และมะเร็งปอด เป็นต้น

อันตรายของแอสเบสตอสนั้นอยู่ที่เส้นใยที่มีขนาดเล็กมากเมื่อเราหายใจรับเส้นใยเข้าสู่ปอด เส้นใยจะสะสมและคงอยู่ในเนื้อเยื่อปอดไปตลอดชีวิต 

เมื่อเส้นใยซึ่งเป็นสิ่งแปลกปลอมเข้ามาฝังอยู่ปอด เซลล์ทำลายเชื้อโรคที่ชื่อ “มาโครฟาส์ก” ก็จะเข้ามาโอบล้อมเส้นใยไว้ในเซล พร้อมกับหลั่งเอ็นไซม์เพื่อที่จะย่อยทำลายเส้นใย 

แต่ก็ไม่สามารถทำลายได้ เนื่องจากเส้นใยแอสเบสตอสสามารถทนกรดได้ดี และจากคุณลักษณะของเส้นใยที่มีปลายแหลมทั้งสองข้างแทงทะลุผนังเซลล์มาโครฟาส์ก ทำให้เอ็นไซม์รั่วออกสู่ภายนอกเซลล์กลับมาย่อยสลายเซลล์มาโครฟาสก์เองและปล่อยเส้นใยให้เป็นอิสระ 

กระบวนการโอบล้อมและทำลายเซลล์มาโครฟาส์กจะเริ่มใหม่อย่างต่อเนื่อง และเอ็นไซม์ที่ไหลออกสู่ภายนอกเซลล์มาโครฟาส์กนี้สามารถก่อให้เกิดความเสียหายให้กับเนื้อเยื่อปอดส่วนที่ดีได้อีกด้วย และสารเคมีที่หลั่งออกยังจะเรียกให้เซลล์ภูมิคุ้มกันอื่นๆ มารุมล้อมในบริเวณนี้เพื่อทำลายเส้นใยเพิ่มขึ้นอีก

แต่เนื่องจากเส้นใยมีความคงทนและคงอยู่ถาวรในร่างกาย กลไกการทำลายเส้นใยจะก่อให้เกิดการทำลายเซลล์ปอดและกลไกการซ่อมแซมเซลล์ปอดก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ซึ่งจะส่งผลให้เนื้อเยื่อปอดเกิดการอักเสบ เกิดเป็นพังผืดและสามารถพัฒนาจนก่อให้เกิดเป็นเซลล์มะเร็งได้ 

พัฒนาการของโรคจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ เป็นระยะเวลานับ 10 ปี และเมื่อตรวจพบอาการของโรคก็จะไม่สามารถรักษาให้หายได้ 

ดังนั้นผู้ป่วยจะต้องทุกข์ทรมานจากอาการของโรคปอดจนกว่าจะเสียชีวิต

ที่มา:
เนื้อหาจาก facebook แฟนเพจ หมอโกมาตร
ภาพจาก nelar.net
หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 04 สิงหาคม 2555 14:38 แก้ไข: 04 สิงหาคม 2555 15:26 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 DaDa, Ico24 MK, และ 9 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ในประเทศไทย มีกลุ่มคนทำงานด้านอาชีวอนามัย ก็เคลื่อนไหวเรียกร้องให้ยุติการใช้แร่ใยหินกันอยู่ครับ ทั้งเรื่องฎหมาย การใช้วัสดุทดแทน

เราเอง

อ่านดูแล้วน่าอันตราย เลยอยากรู้ว่าจะวัดปริมาณแร่ใยหินในอากาศได้อย่างไร เพื่อหลีกเลี่ยงหรือหาทางป้องกันไม่ให้เข้าสู่ปอด

Ico48
chrysotile [IP: 171.97.164.78]
01 มีนาคม 2556 15:15
#84605

แพทย์ใหญ่ “ย้ำชัด” ยังไม่พบคนไทยเสียชีวิตเพราะ…..แร่ใยหิน!!

“ทีแรกรู้สึกดีใจว่าวงการแพทย์ไทยจะได้พบโรคเหตุใยหินจริงจังเสียที แต่เมื่อได้อ่านรายงานที่อ้างในวารสารแล้ว จึงมีความเห็นว่า ข้อมูลของผู้ป่วย ที่วินิจฉัยว่าเสียชีวิตจากแร่ใยหินนั้น เป็นแต่เพียงมีประวัติเคยทำงานในโรงงาน ใช้ใยหินเท่านั้น ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าโรคที่มีสาเหตุจากใยหิน ดังนั้นจะไม่ขอรับว่าผู้ป่วย ๒ รายนั้นเป็นโรคเหตุใยหิน”

วงการแพทย์ป่วน หลังบทความชิ้นหนึ่งในวารสารแพทยสมาคมฉบับหนึ่งถูกเผยแพร่ โดยมีการกล่าวอ้างถึงการเสียชีวิตของผู้ป่วย ๒ รายว่ามีสาเหตุจากแร่ใยหิน แต่ แพทย์นักวิชาการมีความเห็นว่า การเสียชีวิตของผู้ป่วยทั้ง ๒ ราย ไม่มีสาเหตุจาก ใยหิน ตามที่กล่าวอ้าง

เมื่อเร็วๆ นี้(๑) มีการนำรายงานเกี่ยวกับการเสียชีวิตของผู้ป่วย ๒ ราย(๒) ซึ่งอ้างว่ามีสาเหตุมาจากการทำงานสัมผัสใยหิน มีเนื้อความว่าพบผู้ป่วยมะเร็งเยื่อหุ้มปอด และโรคปอดใยหิน ซึ่งบทความดังกล่าวไม่ได้ให้หลักฐานการวินิจฉัยโรคที่ชัดเจน จึงอาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและเข้าใจผิด ว่าใยหินชนิดไครโซไทล์ที่ใช้กันอยู่ในอุตสาหกรรมไทยมาเนิ่นนานแล้ว ก่ออันตรายแก่คนไทย

ต่อมาได้ข่าวว่ามีแพทย์นักวิชาการอดีตผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข ได้แสดงความคิดเห็นโต้แย้งการเผยแพร่ข้อมูล กล่าวอ้างดังกล่าวนี้ พร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริงยืนยันไว้ในบทความชื่อ “ตายเพราะใยหิน?” ในวารสารวิชาการฉบับหนึ่ง โดยมีใจความสำคัญตอนหนึ่ง ดังนี้

ข้อมูลที่ถูกตีพิมพ์ในจดหมายเหตุทางการแพทย์ของแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย เล่มปีที่ ๙๕ พ.ศ.๒๕๕๕ ฉบับผนวก หน้า เอส ๗๑ – เอส ๗๖ อ้างว่าเคยมีรายงานผู้ป่วยมะเร็งเยื่อเลื่อม (mesothelioma) ที่เป็นรายแรกที่เกิดจากทำงานสัมผัสใยหิน และเสียชีวิต (๓) แต่ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีหลักฐานสาเหตุไม่เพียงพอ (๔) และไม่เคยมีผลการศึกษามะเร็งเยื่อเลื่อมทางพยาธิวิทยาสนับสนุน (๕) ประกอบกับความรู้ด้านสมุฏฐานวิทยาระบุว่ามะเร็งเยื่อเลื่อมเกิดจากสาเหตุอื่นได้หลายอย่าง แม้กระทั่งการ สูบบุหรี่ (๕)

“ผู้ป่วยที่รายงานว่าเป็นโรคสาเหตุใยหินอีก ๒ รายนั้น(๒) ขอตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ป่วยรายแรกเป็นมะเร็งเยื่อเลื่อม (mesothelioma) จริง และรายที่ ๒ เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจากการสูบบุหรี่และมีแผลเป็นวัณโรคเยื่อหุ้มปอดเก่า ทั้ง ๒ ราย ไม่เป็นโรคจากสัมผัสใยหิน เป็นเพียงมีประวัติเคยทำงานในโรงงานใช้ใยหินเท่านั้น เพราะไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่า มีสาเหตุจากใยหิน จึงไม่ขอรับว่าผู้ป่วย ๒ รายนี้เป็นโรคเหตุใยหิน” ข้อมูลนี้ได้จากบทความที่กำลังลงพิมพ์ในวารสารการแพทย์

สมชัย บวรกิตติ พ.ด.

ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสถาน

เอกสารอ้างอิง

๑. อดุลย์ บัณฑุกุล. บทความ “เสียชีวิตจากแร่ใยหิน” อ้างในคอลัมน์ส่องโรคไขสุขภาพ หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันพุธที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ หน้า ๑๐.

๒. พงษ์ลดา สุพรรณชาติ, ณรงค์ภณ ทุมวิภาต, สมเกียรติ ศิริรัตนพฤกษ์. จดหมายเหตุทางแพทย์ ๒๕๕๕; ๙๕ (ฉบับผนวก ๘): ส๗๑-ส๗๖.

๓. สุทธิพัฒน์ วงศ์วิทย์วิโชติ, ฉันทนา ผดุงทศ. เมโสเธลิโอมาเหตุอาชีพรายแรกของไทย. วารสารคลินิก ๒๕๕๑; ๒๘:๑๓๒-๖.

๔. สมชัย บวรกิตติ, อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ. กรณีอ้างอิงเมโสเธลิโอมา. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข ๒๕๕๒; ๓: ๒๐๐-๒.

๕. ชีพสุมน สุทธิพินทะวงศ์, สมชัย บวรกิตติ. พยาธิวิทยาปริทัศน์เนื้องอกเยื่อเลื่อมในประเทศไทย. ธรรมศาสตร์เวชสาร ๒๕๕๔; ๑๑:๔๒๐-๖.

๖. สมชัย บวรกิตติ. เมโสเธลิโอมาที่ไม่ได้เกิดจากสัมผัสใยหิน. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข ๒๕๕๔; ,๖-๘.

ขอบคุณสำหรับความรู้อีกด้านหนึ่งครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.237.71.23
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ