นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 4249
ความเห็น: 3

ฟุตบอลโลก 2010

"ดูกีฬาเอามันส์ การพนันไม่ยุ่ง" นะครับทุกคน ^_^

"ฟุตบอลโลก" มหกรรมกีฬาระดับโลกที่คอบอลทุกคนรอคอยได้เวียนมาถึงอีกครั้ง หนึ่งแล้ว นับเป็นครั้งที่ 19 นับตั้งแต่ครั้งแรกที่จัดขึ้นที่ประเทศอุรุกวัย ในปี ค.ศ. 1930 เป็นต้นมา ครั้งนี้มีประเทศแอฟติกาใต้รับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 11 กรกฎาคม 2553

และเพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยกัน เล็กน้อย ผมขอนำข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับฟุตบอลโลกในครั้งนี้มาบอกกล่าวกันครับ

 


 

เจ้าภาพ

ประเทศแอฟติกาใต้

สัญลักษณ์ (โลโก้)

เป็นรูปคนกำลังตีลังกาเตะลูกบอล พร้อมลวดลายด้านหลัง มองดูคล้ายกับทวีปแอฟริกา

ลูกฟุตบอลที่ใช้ในการแข่งขัน

มีชื่อว่า "Jabulani" ออกแบบและผลิตโดย Adidas

ตัวนำโชค (มัสคอต)

มีชื่อว่า "Zakumi" เป็นเสือดาว

ช่วงเวลาที่จัดการแข่งขัน

11 มิถุนายน ถึง 11 กรกฎาคม 2553

สนามที่ใช้แข่งขัน

มีทั้งหมด 10 สนาม ได้แก่

  1. Soccer City ตั้งอยู่ที่เมือง Johannesburg ความจุ 94,700 ที่นั่ง


  2. Moses Mabhida Stadium ตั้งอยู่ที่เมือง Durban ความจุ 70,000 ที่นั่ง


  3. Cape Town Stadium ตั้งอยู่ที่เมือง Cape Town ความจุ 69,070 ที่นั่ง


  4. Ellis Park Stadium ตั้งอยู่ที่เมือง Johannesburg ความจุ 62,567 ที่นั่ง


  5. Loftus Versfeld Stadium ตั้งอยู่ที่เมือง Pretoria ความจุ 51,760 ที่นั่ง


  6. Nelson Mandela Bay Stadium ตั้งอยู่ที่เมือง Port Elizabeth ความจุ 48,000 ที่นั่ง


  7. Free State Stadium ตั้งอยู่ที่เมือง Bloemfontein ความจุ 48,000 ที่นั่ง


  8. Peter Mokaba Stadium ตั้งอยู่ที่เมือง Polokwane ความจุ 46,000 ที่นั่ง


  9. Mbombela Stadium ตั้งอยู่ที่เมือง Nelspruit ความจุ 43,500 ที่นั่ง


  10. Royal Bafokeng Stadium ตั้งอยู่ที่เมือง Rustenburg ความจุ 42,000 ที่นั่ง

 

ประเทศที่เข้าร่วมแข่งขัน

32 ประเทศ(ทีม) แบ่งเป็น

  • โซนเอเซีย 4 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้
  • โซนแอฟริกา 6 ประเทศ ได้แก่ อัลจีเรีย แคเมอรูน ไอวอรีโคสต์ กาน่า ไนจีเรีย แอฟริกาใต้ (เจ้าภาพ)
  • โซน คอนคาเคฟ (ทวีปอเมริกาเหนือและกลาง) 3 ประเทศ ได้แก่ ฮอนดูรัส เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา
  • โซนอเมริกาใต้ 5 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนติน่า บราซิล ชิลี ปารากวัย อุรุกวัย
  • โซนโอเชียเนีย (กลุ่มประเทศในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้) 1 ประเทศ ได้แก่ นิวซีแลนด์
  • โซนยุโรป 13 ประเทศ ได้แก่ เดนมาร์ก อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส เซอร์เบีย สโลวาเกีย สโลวีเนีย สเปน สวิตเซอร์แลนด์

การแข่งขัน

จะแบ่งออกเป็น 6 รอบ คือ

  • รอบแรก (แบ่งกลุ่ม) จะแบ่งทีมต่างๆออกเป็น 8 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม แข่งขันแบบพบกันหมด ผู้ชนะแต่ละนัดจะได้ 3 คะแนน หากเสมอกันจะได้ทีมละ 1 คะแนน แต่ถ้าแพ้จะไม่ได้คะแนน ทีมที่ได้คะแนนมากที่สุดสองทีมของแต่ละกลุ่มจะได้เข้ารอบต่อไป
  • รอบ 16 ทีม เป็นการแข่งขันของทีมที่ได้ที่ 1 และที่ 2 ของแต่ละกลุ่มมาแข่งกันกับที่ 1 และที่ 2 ของกลุ่มอื่นๆ
  • รอบ 8 ทีม เป็นการแข่งขันของทีมที่ชนะมาจากรอบ 16 ทีม
  • รอบรองชนะเลิศ เป็นการแข่งขันของทีมที่ชนะมาจากรอบ 8 ทีม
  • รอบชิงที่สาม เป็นการแข่งขันของทีมที่แพ้มาจากรอบรองชนะเลิศ
  • รอบชิงชนะเลิศ เป็นการแข่งขันของทีมที่ชนะมาจากรอบรองชนะเลิศ

ผู้ ชนะของรอบชิงชนะเลิศก็จะเป็นผู้ที่ได้ตำแหน่ง "แชมป์โลก" และ FIFA World Cup Trophy ไปครอง

รอบแรก (แบ่ง กลุ่ม)

  • กลุ่ม A ประกอบด้วย แอฟริกาใต้ เม็กซิโก อุรุกวัย ฝรั่งเศส
  • กลุ่ม B ประกอบด้วย อาร์เจนติน่า ไนจีเรีย เกาหลีใต้ กรีซ
  • กลุ่ม C ประกอบด้วย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา อัลจีเรีย สโลวีเนีย
  • กลุ่ม D ประกอบด้วย เยอรมนี ออสเตรเลีย เซอร์เบีย กาน่า
  • กลุ่ม E ประกอบด้วย เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก ญี่ปุ่น แคเมอรูน
  • กลุ่ม F ประกอบด้วย อิตาลี ปารากวัย นิวซีแลนด์ สโลวาเกีย
  • กลุ่ม G ประกอบด้วย บราซิล เกาหลีเหนือ ไอวอรีโคสต์ โปรตุเกส
  • กลุ่ม H ประกอบด้วย สเปน สวิตเซอร์แลนด์ ฮอนดูรัส ชิลี

รอบ 16 ทีมเป็นต้นไป

จะจัดการแข่งขันดังแผนผัง

โปรแกรมการแข่งขัน

รอบแรก (แบ่งกลุ่ม)

ศุกร์ 11 มิ.ย. 53
01 21.00 กลุ่ม A แอฟริกาใต้ - เม็กซิโก
02 01.30 กลุ่ม A อุรุกวัย - ฝรั่งเศส

เสาร์ 12 มิ.ย. 53
03 18.30 กลุ่ม B เกาหลีใต้ - กรีซ
04 21.00 กลุ่ม B อาร์เจนติน่า - ไนจีเรีย
05 01.30 กลุ่ม C อังกฤษ - สหรัฐอเมริกา 

อาทิตย์ 13 มิ.ย. 53
06 18.30 กลุ่ม C อัลจีเรีย - สโลวีเนีย
07 21.00 กลุ่ม D เซอร์เบีย - กาน่า
08 01.30 กลุ่ม D เยอรมนี - ออสเตรเลีย

จันทร์ 14 มิ.ย. 53
09 18.30 กลุ่ม E เนเธอร์แลนด์ - เดนมาร์ก
10 21.00 กลุ่ม E ญี่ปุ่น - แคเมอรูน
11 01.30 กลุ่ม F อิตาลี - ปารากวัย

อังคาร 15 มิ.ย. 53
12 18.30 กลุ่ม F นิวซีแลนด์ - สโลวาเกีย
13 21.00 กลุ่ม G ไอวอรี่โคสต์ - โปรตุเกส
14 01.30 กลุ่ม G บราซิล - เกาหลีเหนือ

พุธ 16 มิ.ย. 53
15 18.30 กลุ่ม H ฮอนดูรัส - ชิลี
16 21.00 กลุ่ม H สเปน - สวิตเซอร์แลนด์
17 01.30 กลุ่ม A แอฟริกาใต้ - อุรุกวัย

พฤหัสบดี 17 มิ.ย. 53
18 18.30 กลุ่ม B อาร์เจนติน่า - เกาหลีใต้
19 21.00 กลุ่ม B กรีซ - ไนจีเรีย
20 01.30 กลุ่ม A ฝรั่งเศส - เม็กซิโก

ศุกร์ 18 มิ.ย. 53
21 18.30 กลุ่ม D เยอรมนี - เซอร์เบีย
22 21.00 กลุ่ม C สโลวีเนีย - สหรัฐอเมริกา
23 01.30 กลุ่ม C อังกฤษ - อัลจีเรีย

เสาร์ 19 มิ.ย. 53
24 18.30 กลุ่ม E เนเธอร์แลนด์ - ญี่ปุ่น
25 21.00 กลุ่ม D กาน่า - ออสเตรเลีย
26 01.30 กลุ่ม E แคเมอรูน - เดนมาร์ก

อาทิตย์ 20 มิ.ย. 53
27 18.30 กลุ่ม F สโลวาเกีย - ปารากวัย
28 21.00 กลุ่ม F อิตาลี - นิวซีแลนด์
29 01.30 กลุ่ม G บราซิล - ไอวอรี่โคสต์

จันทร์ 21 มิ.ย. 53
30 18.30 กลุ่ม G โปรตุเกส - เกาหลีเหนือ
31 21.00 กลุ่ม H ชิลี - สวิตเซอร์แลนด์
32 01.30 กลุ่ม H สเปน - ฮอนดูรัส

อังคาร 22 มิ.ย. 53
33 21.00 กลุ่ม A ฝรั่งเศส - แอฟริกาใต้
34 21.00 กลุ่ม A เม็กซิโก - อุรุกวัย
35 01.30 กลุ่ม B กรีซ - อาร์เจนติน่า
36 01.30 กลุ่ม B ไนจีเรีย - เกาหลีใต้

พุธ 23 มิ.ย. 53
37 21.00 กลุ่ม C สหรัฐ อเมริกา - อัลจีเรีย
38 21.00 กลุ่ม C สโลวีเนีย - อังกฤษ
39 01.30 กลุ่ม D ออสเตรเลีย - เซอร์เบีย
40 01.30 กลุ่ม D กาน่า - เยอรมนี

พฤหัสบดี 24 มิ.ย. 53
41 21.00 กลุ่ม F ปารากวัย - นิวซีแลนด์
42 21.00 กลุ่ม F สโลวาเกีย - อิตาลี
43 01.30 กลุ่ม E แคเมอรูน - เนเธอร์แลนด์
44 01.30 กลุ่ม E เดนมาร์ก - ญี่ปุ่น

ศุกร์ 25 มิ.ย. 53
45 21.00 กลุ่ม G เกาหลีเหนือ - ไอวอรี่โคสต์
46 21.00 กลุ่ม G โปรตุเกส - บราซิล
47 01.30 กลุ่ม H สวิตเซอร์แลนด์ - ฮอนดูรัส
48 01.30 กลุ่ม H ชิลี - สเปน

รอบ 16 ทีม

เสาร์ 26 มิ.ย. 53
49 21.00 ที่ 1 กลุ่ม A - ที่ 2 กลุ่ม B
50 01.30 ที่ 1 กลุ่ม C - ที่ 2 กลุ่ม D

อาทิตย์ 27 มิ.ย. 53
51 21.00 ที่ 1 กลุ่ม D - ที่ 2 กลุ่ม C
52 01.30 ที่ 1 กลุ่ม B - ที่ 2 กลุ่ม A

จันทร์ 28 มิ.ย. 53
53 21.00 ที่ 1 กลุ่ม E - ที่ 2 กลุ่ม F
54 01.30 ที่ 1 กลุ่ม G - ที่ 2 กลุ่ม H

อังคาร 28 มิ.ย. 53
55 21.00 ที่ 1 กลุ่ม F - ที่ 2 กลุ่ม E
56 01.30 ที่ 1 กลุ่ม H - ที่ 2 กลุ่ม G

รอบ 8 ทีม

ศุกร์ 2 ก.ค. 53
57 21.00 ผู้ชนะในนัดที่ 53 - ผู้ชนะในนัดที่ 54
58 01.30 ผู้ชนะในนัดที่ 49 - ผู้ชนะในนัดที่ 50

เสาร์ 3 ก.ค. 53
59 21.00 ผู้ชนะในนัดที่ 52 - ผู้ชนะในนัดที่ 51
60 01.30 ผู้ชนะในนัดที่ 55 - ผู้ชนะในนัดที่ 56

รอบรองชนะเลิศ

อังคาร 6 ก.ค. 53
61 01.30 ผู้ชนะในนัดที่ 58 - ผู้ชนะในนัดที่ 57

พุธ 7 ก.ค. 53
62 01.30 ผู้ชนะในนัดที่ 59 - ผู้ชนะในนัดที่ 60

รอบชิงที่สาม

เสาร์ 10 ก.ค. 53
63 01.30 ผู้แพ้ในนัดที่ 61 - ผู้แพ้ในนัดที่ 62

รอบชิงชนะเลิศ

อาทิตย์ 11 ก.ค. 53
64 01.30 ผู้ชนะในนัดที่ 61 - ผู้ชนะในนัดที่ 62

ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดการแข่งขันในประเทศไทย

เป็นของบริษัท อาร์เอส ครับ บริษัทเดียวกันกับที่เป็นค่ายดนตรีชื่อดังนั่นแหละครับ ไม่ต้องงง โดยจะถ่ายทอดผ่านทางช่อง 3, 7, 9 และ 11 แต่ปัจจุบัน(14 เม.ย. 53) ยังไม่มีการเผยแพร่ตารางการถ่ายทอดสดออกมาครับ

 

เครดิตข้อมูลและภาพประกอบ

  • FIFA
  • Wikipedia
  • Soccersuck
หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 14 เมษายน 2553 17:27 แก้ไข: 14 เมษายน 2553 23:18 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ดูจากสนามแข่งขัน และความสามารถในการจัดเพียงประเทศเดียว ดูท่าว่าความสามารถทางการกีฬา จะเหนือกว่า ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้อีกนะครับ
Ico48
iHum [IP: 192.168.100.112]
18 เมษายน 2553 13:05
#56290

เรียนอาจารย์ครับ

มองได้สองอย่างครับ

1) เขามีศักยภาพมากจริงๆครับ ในการที่จะจัดให้มีสนามขึ้นมารองรับการแข่งขันใหญ่ๆระดับโลก ส่วนหนึ่งเป็นสนามที่มีอยู่เดิม แต่อีกส่วนเป็นสนามที่จัดสร้างขึ้นมาใหม่ เช่น Soccer City ครับ แต่ในบรรดาสนามที่สร้างขึ้นมาใหม่ ก็ยังมีอยู่บ้างที่ติดปัญหาการก่อสร้างที่ล่าช้า ความพร้อมของระบบสาธารณูปโภครอบๆสนามที่ยังต้องปรับปรุง ฯลฯ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องมีปัญหาจุกจิกกันบ้างครับ

หรืออีกมุมหนึ่ง

2) ประเทศอื่นรอบข้างประเทศแอฟริกาใต้เขาไม่พร้อมที่จะจัด เขาเลยต้องจัดคนเดียว ^_^

ผมว่าจริงๆแล้วตอนนั้น ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้นั้นเขาพร้อมที่จะจัดคนเดียวอยู่แล้วครับ เพียงแต่ผมคิดว่าในขณะนั้น การที่ FIFA จะตัดสินใจให้ชาติเอเชียเป็นเจ้าภาพนั้น ค่อนข้างทำได้ยาก ด้วยเหตุผลหลายๆด้าน คู่แข่งที่มาจากทวีปยุโรป อเมริกา ละตินอเมริกา ก็น่ากลัวทั้งนั้น ดังนั้นการรวมพลังของทั้งสองประเทศจึงน่าจะสามารถล่อใจให้ FIFA ลงมติรับเขาเป็นเจ้าภาพได้ และอีกเหตุผลสำคัญก็น่าจะมีสาเหตุมาจาก

ประหยัดงบประมาณ

ด้วยล่ะมั้งครับ ^_^ เพราะเพิ่งผ่านวิกฤตต้มยำกุ้งมาไม่กี่ปี

ปล. ตอนนี้ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เขาก็วางแผนขอเป็นเจ้าภาพบอลโลก 2018 และ 2022 แบบเดี่ยวๆกันแล้วด้วยครับ

ปล.2 ชาติอาเซียนก็กำลังวางแผนจะขอเสนอตัวเป็นเจ้าภาพบอลโลก 2018 แบบหลายประเทศเช่นเดียวกันครับ

Ico48
จ๋า [IP: 118.173.200.2]
10 มิถุนายน 2553 12:08
#57788

แต่ถึงใครเป็นเจ้าภาพบอลโลก ก็สนุกทุกรอบ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.207.250.80
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ