นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1221
ความเห็น: 0

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเพื่อนของผม (นากามุระ มาโกโตะ ม.3)

ที่มา facebook.com/JapanSalaryman

การแข่งขันเบสบอลม.ปลาย โคชิเอ็น ครั้งที่ 96 ได้ปิดฉากไปเรียบร้อยแล้ว มีหนุ่มคนหนึ่งชื่อ "นากามุระ มาโกโตะ" พลิกสถานการณ์ทำ 2 แต้มจนทีมจนได้รับชัยชนะ

จากที่ฟอร์มทีมขึ้นมาใหม่เมื่อปลายปีที่ 2013 แล้วพ่ายแพ้อย่างราบคาบในการแข่งขันประจำเมืองโอซาก้า นากามุระไม่ย่อท้อได้รวบรวมทีมขึ้นมาใหม่ จากทีมที่ไม่มีดาวเด่นอะไร กลายเป็นทีมที่มีชื่อเสียงในสนามโคชิเอ็น เพราะทีม Osakatoin กลายเป็นทีมชนะเลิศในการแข่งขัน โคชิเอ็นครั้งที่ 96

แต่ที่เด่นไปกว่านั้น และเป็นที่แพร่หลายกันอย่างกว้างขวางในญี่ปุ่นคือ "เรียงความ" ของนากามุระที่เขียนสมัยอยู่ ม.3 เรียงความนี้นอกจากได้รางวัลจากนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นแล้ว ยังมีความหมายลึกซึ้งมากกินใจ
ยาวหน่อยนะครับ แต่ติดตามไปด้วยกัน! รับรองคุ้ม

======================================

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเพื่อนของผม (นากามุระ มาโกโตะ ม.3)

"ผมมีความฝันที่ต้องสานให้สำเร็จให้ได้"

ผมมีเพื่อนคนหนึ่งที่มีความพิการทางร่างกาย
ครึ่งหนึ่งของร่างกายด้านขวาของเพื่อนคนนี้เป็นอัมพาต ไม่รู้สึกอะไร
มือข้างขวาแกว่งไปแกว่งมาอย่างไร้ความรู้สึกใดๆ
แต่โชคดีที่เท้าข้างขวานั้นสามารถขยับได้เล็กน้อย
ถ้าเราช่วยพยุงเพื่อนคนนี้ เค้าก็สามารถเดินได้
เขายังประสบปัญหากลืนอาหารลำบากด้วย
จะกินได้ก็ต่อเมื่อ เราหั่นอาหารเป็นชิ้นเล็กละเอียด บดให้เหลว
และเนื่องจากเขากินน้้ำในปริมาณมากไม่ได้
จึงต้องให้น้ำผ่านท่อบริเวณรูเปิดหน้าท้องที่เชื่อมต่อกับกระเพาะ
ซ้ำร้ายเขายังเป็นโรคพูดไม่ได้ทั้งๆที่อวัยวะในการรับฟังและการพูดเป็นปกติ
ขนาดกระดานตัวอักษรก็ไม่สามารถใช้ได้
จึงไม่สามารถสื่อสารความคิดความรู้สึกจริงๆให้กับคนรอบข้าง
เขามีความลำบากมากในการใช้ชีวิต

ผมรู้จักเพื่อนคนนี้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตอนผมอยู่ป.5
มันเป็นช่วงที่ผมได้เป็นตัวแทนทีมเบสบอล
และเขาก็เป็นคู่แข่งเบสบอลของผม
เขามีความสามารถโดดเด่น
จนเหนือกว่าความสามารถนักเรียนชั้นเดียวกัน
เขาอยู่ในตำแหน่งเดียวกันกับผม
ผมแพ้การแข่งขัน และรู้สึกเจ็บใจอย่างที่สุด
ผมคิดว่า "ผมจะไม่แพ้อีกต่อไป" จึงหันมาฝึกซ้อมอย่างจริงจัง
ผมได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
การแข่งขันนั้นคือการแข่งขันครั้งสุดท้ายในสมัยประถมของผม
และเขาคนนี้เป็นผู้เล่นในทีมคู่แข่งด้วย
ท้ายที่สุดทีมของผมก็เป็นผู้ชนะในช่วงต่อเวลา
แต่ตัวผมเอง ไม่ได้รู้สึกว่า เป็นผู้ชนะจริงๆ
ผมจึงสัญญากับเขาว่า ตอนเข้าชั้นมัธยมต้นเราต้องมาแข่งขันกันอีก
แต่ทว่า.. ถึงผมจะได้แข่งกับทีมที่เขาประจำอยู่
เขาก็ไม่ออกมาแข่งขัน

รู้อีกทีเพื่อนคนนี้กลายเป็นผู้พิการไปแล้ว
อยู่มาวันหนึ่งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เขากลายเป็นคนพิการอย่างกระทันหัน
สาเหตุคือ อาการป่วย
และนี่คือเรื่องกระทันหัน ที่ทำให้ผมช็อคมาก ณ ตอนนั้น
และไม่สามารถยอมรับเขาเป็นเพื่อนได้อีกต่อไป

ครั้งแรกที่มองเพื่อนคนนี้ ผมรู้สึก "สงสาร"
แต่ยามเมื่อเห็นเขาพากเพียรพยายามฟื้นฟูร่างกาย
ก็ทำให้ผมได้คิดว่า ผมเองไม่ควรรู้สึก "สงสาร" เขา
เพราะการสงสารผู้อื่น เปรียบเสมือนการจ้องมองผู้อื่น
ด้วยความคิดว่าตัวเองเหนือกว่าเค้า
ทั้งๆที่เพื่อนมีความพิการขนาดนี้
แต่ยังพากเพียรพยายามเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
ผมจึงไม่อาจเสียมารยาทเช่นนั้นได้
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องเฉพาะสำหรับเพื่อนคนนี้
แต่ควรเป็นความรู้สึกที่ทุกคนควรมีต่อผู้พิการทุกคน
เพราะไม่มีใครอยากจะเป็นคนพิการ
และก็ไม่มีใครบอกได้ว่าเราจะพิการหรือไม่

ทุกๆคนอาจจะป่วยกระทันหันเหมือนเขาก็ได้
ประสบอุบัติเหตุ หรือเจอภัยพิบัติ
ถ้าผมต้องเป็นเช่นนั้น แค่คิดก็รู้สึกแย่แล้ว
ผมจึงไม่อยากมีคนรอบข้างมาคอยสงสารคอยเห็นใจผม

ทุกคนแม้จะต้องแบกรับความพิการหนักหนาสาหัสแค่ไหน
เบื้องบนก็กำหนดให้ทุกคนควรจะมีชีวิตต่อไป
ตราบที่ยังหายใจอยู่ อย่างเท่าเทียมกัน
อาจจะต่างกันที่เงื่อนไขที่เหลืออยู่ว่าอาจจะดีหรือร้ายก็เพียงแค่นั้น

เมื่อไปเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาล ผมเคยมีโอกาสได้เข็นรถเข็น
และพาเพื่อนคนนี้ออกไปสูดอากาศข้างนอก
และรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาที่เรา
คนส่วนใหญ่คงรู้สึกไม่กลมกลืนที่ได้เห็นคนที่แตกต่างออกไป
ถึงแม้จะแตกต่าง แต่ผมคิดว่าเราก็ควรให้ความสำคัญกับคนรอบข้างมากๆ
ถ้าคนทุกคนบนโลกนี้ สามารถยอมรับความแตกต่างของคนอื่นได้แล้ว
ผมคิดว่าสังคมเราก็จะเปลี่ยนไป เป็นสังคมที่ไร้การแบ่งแยกแบ่งชนชั้น

ผมจะมุ่งมั่นตั้งใจซ้อมเบสบอล และเป็นนักกีฬาเบสบอลมืออาชีพเพื่อเพื่อนคนนี้
นี่แหละความฝันของผม

นากามุระ มาโกโตะ (ชั้น ม.3 Itoshima Junior High school)

ที่มา JapanSalaryman

 

การแข่งขันเบสบอลม.ปลาย โคชิเอ็น ครั้งที่ 96
ได้ปิดฉากไปเรียบร้อยแล้ว
มีหนุ่มคนหนึ่งชื่อ "นากามุระ มาโกโตะ"
พลิกสถานการณ์ทำ2แต้มจนทีมจนได้รับชัยชนะ

จากที่ฟอร์มทีมขึ้นมาใหม่เมื่อปลายปีที่2013
แล้วพ่ายแพ้อย่างราบคาบในการแข่งขันประจำเมืองโอซาก้า
นากามุระไม่ย่อท้อได้รวบรวมทีมขึ้นมาใหม่
จากทีมที่ไม่มีดาวเด่นอะไร กลายเป็นทีมที่มีชื่อเสียงในสนามโคชิเอ็น
เพราะทีม Osakatoin กลายเป็นทีมชนะเลิศในการแข่งขัน โคชิเอ็นครั้งที่ 96

แต่ที่เด่นไปกว่านั้น และเป็นที่แพร่หลายกันอย่างกว้างขวางในญี่ปุ่นคือ
"เรียงความ" ของนากามุระที่เขียนสมัยอยู่ ม.3
เรียงความนี้นอกจากได้รางวัลจากนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นแล้ว
ยังมีความหมายลึกซึ้งมากกินใจ
ยาวหน่อยนะครับ แต่ติดตามไปด้วยกัน! รับรองคุ้ม
======================================
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเพื่อนของผม (นากามุระ มาโกโตะ ม.3)

"ผมมีความฝันที่ต้องสานให้สำเร็จให้ได้"

ผมมีเพื่อนคนหนึ่งที่มีความพิการทางร่างกาย
ครึ่งหนึ่งของร่างกายด้านขวาของเพื่อนคนนี้เป็นอัมพาต ไม่รู้สึกอะไร
มือข้างขวาแกว่งไปแกว่งมาอย่างไร้ความรู้สึกใดๆ
แต่โชคดีที่เท้าข้างขวานั้นสามารถขยับได้เล็กน้อย
ถ้าเราช่วยพยุงเพื่อนคนนี้ เค้าก็สามารถเดินได้
เขายังประสบปัญหากลืนอาหารลำบากด้วย
จะกินได้ก็ต่อเมื่อ เราหั่นอาหารเป็นชิ้นเล็กละเอียด บดให้เหลว
และเนื่องจากเขากินน้้ำในปริมาณมากไม่ได้
จึงต้องให้น้ำผ่านท่อบริเวณรูเปิดหน้าท้องที่เชื่อมต่อกับกระเพาะ
ซ้ำร้ายเขายังเป็นโรคพูดไม่ได้ทั้งๆที่อวัยวะในการรับฟังและการพูดเป็นปกติ
ขนาดกระดานตัวอักษรก็ไม่สามารถใช้ได้
จึงไม่สามารถสื่อสารความคิดความรู้สึกจริงๆให้กับคนรอบข้าง
เขามีความลำบากมากในการใช้ชีวิต

ผมรู้จักเพื่อนคนนี้เมื่อ 4ปีที่แล้ว ตอนผมอยู่ป.5
มันเป็นช่วงที่ผมได้เป็นตัวแทนทีมเบสบอล
และเขาก็เป็นคู่แข่งเบสบอลของผม
เขามีความสามารถโดดเด่น
จนเหนือกว่าความสามารถนักเรียนชั้นเดียวกัน
เขาอยู่ในตำแหน่งเดียวกันกับผม
ผมแพ้การแข่งขัน และรู้สึกเจ็บใจอย่างที่สุด
ผมคิดว่า "ผมจะไม่แพ้อีกต่อไป" จึงหันมาฝึกซ้อมอย่างจริงจัง
ผมได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
การแข่งขันนั้นคือการแข่งขันครั้งสุดท้ายในสมัยประถมของผม
และเขาคนนี้เป็นผู้เล่นในทีมคู่แข่งด้วย
ท้ายที่สุดทีมของผมก็เป็นผู้ชนะในช่วงต่อเวลา
แต่ตัวผมเอง ไม่ได้รู้สึกว่า เป็นผู้ชนะจริงๆ
ผมจึงสัญญากับเขาว่า ตอนเข้าชั้นมัธยมต้นเราต้องมาแข่งขันกันอีก
แต่ทว่า.. ถึงผมจะได้แข่งกับทีมที่เขาประจำอยู่
เขาก็ไม่ออกมาแข่งขัน

รู้อีกทีเพื่อนคนนี้กลายเป็นผู้พิการไปแล้ว
อยู่มาวันหนึ่งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เขากลายเป็นคนพิการอย่างกระทันหัน
สาเหตุคือ อาการป่วย
และนี่คือเรื่องกระทันหัน ที่ทำให้ผมช็อคมาก ณ ตอนนั้น
และไม่สามารถยอมรับเขาเป็นเพื่อนได้อีกต่อไป

ครั้งแรกที่มองเพื่อนคนนี้ ผมรู้้สึก "สงสาร"
แต่ยามเมื่อเห็นเขาพากเพียรพยายามฟื้นฟูร่างกาย
ก็ทำให้ผมได้คิดว่า ผมเองไม่ควรรู้สึก "สงสาร" เขา
เพราะการสงสารผู้อื่น เปรียบเสมือนการจ้องมองผู้อื่น
ด้วยความคิดว่าตัวเองเหนือกว่าเค้า
ทั้งๆที่เพื่อนมีความพิการขนาดนี้
แต่ยังพากเพียรพยายามเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
ผมจึงไม่อาจเสียมารยาทเช่นนั้นได้
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องเฉพาะสำหรับเพื่อนคนนี้
แต่ควรเป็นความรู้สึกที่ทุกคนควรมีต่อผู้พิการทุกคน
เพราะไม่มีใครอยากจะเป็นคนพิการ
และก็ไม่มีใครบอกได้ว่าเราจะพิการหรือไม่

ทุกๆคนอาจจะป่วยกระทันหันเหมือนเขาก็ได้
ประสบอุบัติเหตุ หรือเจอภัยพิบัติ
ถ้าผมต้องเป็นเช่นนั้น แค่คิดก็รู้สึกแย่แล้ว
ผมจึงไม่อยากมีคนรอบข้างมาคอยสงสารคอยเห็นใจผม

ทุกคนแม้จะต้องแบกรับความพิการหนักหนาสาหัสแค่ไหน
เบื้องบนก็กำหนดให้ทุกคนควรจะมีชีวิตต่อไป
ตราบที่ยังหายใจอยู่ อย่างเท่าเทียมกัน
อาจจะต่างกันที่เงื่อนไขที่เหลืออยู่ว่าอาจจะดีหรือร้ายก็เพียงแค่นั้น

เมื่อไปเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาล ผมเคยมีโอกาสได้เข็นรถเข็น
และพาเพื่อนคนนี้ออกไปสูดอากาศข้างนอก
และรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาที่เรา
คนส่วนใหญ่คงรู้สึกไม่กลมกลืนที่ได้เห็นคนที่แตกต่างออกไป
ถึงแม้จะแตกต่าง แต่ผมคิดว่าเราก็ควรให้ความสำคัญกับคนรอบข้างมากๆ
ถ้าคนทุกคนบนโลกนี้ สามารถยอมรับความแตกต่างของคนอื่นได้แล้ว
ผมคิดว่าสังคมเราก็จะเปลี่ยนไป เป็นสังคมที่ไร้การแบ่งแยกแบ่งชนชั้น

ผมจะมุ่งมั่นตั้งใจซ้อมเบสบอล และเป็นนักกีฬาเบสบอลมืออาชีพเพื่อเพื่อนคนนี้
นี่แหละความฝันของผม

นากามุระ มาโกโตะ (ชั้น ม.3 Itoshima Junior High school)
หมวดหมู่บันทึก: มุมละไม ของใครบางคน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 28 สิงหาคม 2557 20:12 แก้ไข: 28 สิงหาคม 2557 20:17 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 pompom, Ico24 คนธรรมดา, และ 6 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.226.97.214
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ