นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ดำขำ
Ico64
นาง รุสนี กุลวิจิตร
นักวิทยาศาสตร์
ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Network
Members · Following: 3 · Followed: 1

อ่าน: 1260
ความเห็น: 2

specific heat capacity (2)

เรามีปัญหาก็ได้รับการช่วยเหลือจากบริษัทผู้ขายเสมอ ต้องขอบคุณจริง ๆ

จากบันทึกที่ผ่านมา ดำขำได้โพสต์เกี่ยวกับการทดสอบหาค่า Cp ในตัวอย่างด้วยเครื่อง DSC วันนี้ลูกค้าจะส่งตัวอย่างมาทดสอบ 5 ตัวอย่าง ก็นับได้ว่าเราได้ลูกค้าในการทดสอบเพิ่มมา ที่ดีไปกว่านี้หลังจากที่ดำขำได้รับโจทย์จากลูกค้า และก็ปรึกษากับบริษัทผู้ขาย วันนี้เขาก็ส่งรายละเอียดเพิ่มเติมมาให้พอดี  ซึ่งทำให้เราเข้าใจการทดสอบมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการทดสอบนี้สามารถอ้างอิงได้ตามมาตรฐาน ASTM E 1269-11 (Standard Test Method for Determining Specific Heat Capacity by Differential Scanning Calorimetry)

การทดสอบเพื่อหาค่า specific heat ด้วยเครื่อง DSC สามารถแบ่งได้ เป็น 2 วิธีใหญ่ ๆ คือ
1. Traditional method มี 2 แบบ คือ
1.1 แบบ Single step : เป็นการทดสอบหา ค่าความจุความร้อน ด้วยขั้นตอนการทำ isothermal - heat - isothermal ในช่วงอุณหภูมิที่ศึกษาของสารตัวอย่างและ pan เปล่า เพียงขั้นตอนเดียว จากนั้นก็สามารถคำนวณ หาค่า specific heat ด้วย software ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ง่าย ไม่ซับซ้อน หากแต่ค่าความจุความร้อนจำเพาะที่คำนวณได้ยังไม่แม่นยำนัก เนื่องจากไม่ได้ผ่านการเทียบกับ reference material
1.2 แบบ Multi curve : เป็นการทดสอบหา ค่าความจุความร้อน ด้วยขั้นตอนการทำ isothermal - heat - isothermal โดยแบ่งช่วงอุณหภูมิที่ต้องการศึกษาเป็นหลายขั้นตอนย่อยที่ละเอียดมากขึ้น ซึ่งวิธีนี้จะสามารถ ดึง reference curve มาคำนวณเทียบได้ จึงทำให้สามารถคำนวนหาค่า specific heat ของสารตัวอย่างที่แม่นยำขึ้นกว่าวิธีแรก
2 Step scan method (Modulated DSC) เป็นการ set method ด้วย step scan method ซึ่งสามารถ set ได้จาก pyris software/ method window / add step / เลือก Iso step scan ในการทดสอบ แบบ step scan method เป็นการ ทำ isothermal - heat - isothermal ที่แบ่งช่วงอุณหภูมิเป็นหลายช่วงคล้ายกับ แบบ multi curve หากแต่ระยะห่างของช่วงอุณหภูมิในแต่ละช่วงอุณหภูมิในขั้นตอนย่อยจะห่างกันน้อยมาก (ซึ่งควรอยู่ในช่วง 1-2 องศา) จึงเสมือนกับเป็นการหาค่าความจุความร้อนจำเพาะที่ละเอียดแบบ temperature point by point และเมื่อคำนวณเทียบค่า กับ reference material ที่ทดสอบด้วยวิธีเดียวกัน วิธีนี้จึงเป็นวิธีที่จะได้ค่า specific heat ที่มีความแม่นยำสูงกว่าวิธีอื่นๆ

 

ต้องขอบคุณ Specialist ของบริษัท Perkin Elmer เป็นอย่างสูงที่ทำให้ดำขำเข้าใจมากขึ้น และสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 10 กันยายน 2558 09:06 แก้ไข: 10 กันยายน 2558 09:09 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 Zenki, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ความรู้ซึมลึก เกิดจากการใช้งาน ค้นคว้า และศึกษาจากตัวอย่างของจริง

 

ต่อไปก็จะเป็นกูรูแบบคุณทดแทน มีอะไรเรียกหาแต่ดำขำๆ 555 น่าทำ KM ไว้เยอะๆ ครับ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

จัดไปค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.215.182.81
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ