นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1915
ความเห็น: 3

วิกฤตในระบบการศึกษาไทย: มุมมองคนธรรมดา1

 


ตามที่ได้เกริ่นไปบ้างแล้วนะครับ ว่าความคิดของผมนั้นถูกกระตุ้นจากข้อมูลใหม่ๆ จำนวนมาก จนความคิดส่วนหนึ่งมันคงกระฉอกล้นออกมาในวงแชร์นี้นะครับ

 

ผมมองว่าระบบการศึกษาของไทยในปัจจุบันมีปัญหา (อาจเป็นปัญหามานานแล้วก็ได้) และจะส่งผลในอนาคตต่อไป

 

ไม่เกิน 3 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ผมอ่านข่าวพบว่า กระทรวงศึกษาจะรื้อระบบการประเมินครู/อาจารย์ใหม่ เพราะระบบประเมินด้วยเอกสาร ทำให้ครู/อาจารย์ทอดทิ้งชั้นเรียนไปทำงานเอกสารเพื่อให้ผ่านการประเมินและมีความก้าวหน้า ในขณะที่ผลงานที่ควรจะเป็นนั้นน่าจะวัดได้จากสัมฤทธิผลในการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนมากกว่า

 

ระบบประเมินนี้เป็นตัวสร้างปัญหาครับ และน่าจะเป็นตัวการที่สร้างปัญหาในทุกระดับ

 

เมื่อวาน 11/11/11 มีศิษย์เก่าที่ทำงานภาคเอกชนแวะมาคุยด้วย ผมก็ได้รับรู้ว่า เอกชนก็รู้สึกว่ามีความไม่ยุติธรรมในการจัดสรรทุนวิจัย เช่นกัน โดยเขามองว่า ทุนวิจัยไปตกแก่คนบางคนมาก โดยที่คนผู้นั้นไม่ได้มีความรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ อย่างดีเท่าใดนัก เพียงแต่อยู่ในสถาบันที่มีชื่อเสียง และมีชื่อในบทความที่ตีพิมพ์มากเท่านั้น

 

ระบบการประเมินตามมาตรฐานต่าง ๆ ทำให้เกิดการแข่งขันในสถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชน การประเมินโดยค่า KPIs ที่กำหนดไว้นั้น ส่งผลดีต่อสถาบันการศึกษาจริงหรือ?

 

เช่น

 

1)      PhD. 50% ก่อให้เกิดการสรรหาอาจารย์ปริญญาเอกหรือเร่งสร้างปริญญาเอก โดยไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยการเป็นคนดีที่สามารถอยู่ร่วมในสังคมนั้น ๆ ได้อย่างมีความสุข โดยเมื่อเห็นว่ามีวุฒิการศึกษาปริญญาเอกก็อยากเก็บไว้ โดยไม่ได้ดูพฤติกรรมอื่น ๆ ประกอบ และการได้บุคลากรที่ไม่เหมาะสมกับองค์กรก็คงเป็นปัญหาระยะยาวต่อไป (หน่วยงานระดับภาคฯไม่เอาแล้ว แต่มหาวิทยาลัยยังอยากได้อยู่)

2)      การประเมินผลงานตีพิมพ์ในวารสารที่เป็นที่ยอมรับและมี citation สูง ในฐานข้อมูล ISI, Scopus ต่าง ๆ ประเมินจำนวนการได้รับการ citation แต่ไม่มีระบบประเมินการไปใช้ประโยชน์แก่สังคมไทย ชุมชนไทย เพราะมองว่ากระบวนการสรรสร้างองค์ความรู้เป็นกระบวนการที่เห็นผลในระยะยาว ยาวมากจนไม่รู้ว่าจะเห็นผลได้หรือไม่ ผมชอบใจในคำวิจารณ์ที่บอกว่าวิจัยเพื่อขึ้นหิ้ง  และผมก็ชอบในแนวคิดนักการเมืองที่ฉลาดๆ ที่บอกว่า ควรสนับสนุนการวิจัยที่มีผลตอบสนองแก่สังคมไทยมากขึ้น วิจัยเพื่อคนต่างชาติควรลดลงให้น้อย ๆ หน่อย และการวิจัยเพื่อความก้าวหน้าเชิงวิชาการของบุคคลเพียงอย่างเดียว ก็ควรลดลงให้ใกล้ศูนย์ได้แล้ว

3)      สัดส่วนนักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาต้องมากกว่า 30% ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อที่ 2 อย่างแนบแน่น กล่าวคือเมื่อต้องการงานวิจัยก็ต้องมีนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และการจูงใจให้มีนักศึกษามาเรียน ทุกสถาบันเน้นที่การให้ทุนการศึกษา และการได้ไปต่างประเทศ (อันเป็นโอกาสที่นักศึกษาต้องการ อย่าง เช่น ที่ภาควิชาฯ จัด international conference แต่ก็มีนักศึกษาจำนวนมากบอกว่าขอไม่ส่ง อยากไป conference ที่เวียดนาม, สิงค์โปร์มากกว่า) ในระบบนี้ มหาวิทยาลัยที่มี connection ในส่วนกลางย่อมได้เปรียบมากกว่า ดังนั้นการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาระยะแรกจึงเป็นการแสวงหา งอนง้อให้นักศึกษาเรียนต่อ ด้วยการให้ทุนเกือบ 100% ในขณะที่ทุนการศึกษาก็มีจำกัดมาก ทรัพยากรในการทำวิจัยและนักศึกษาไม่สมดุลกัน มีทุนวิจัยแต่ไม่มีนักศึกษาอยากทำด้วย มีนักศึกษาสนใจจะทำด้วยแต่ไม่มีทุนวิจัย คุณภาพของบัณฑิตศึกษาก็เลยเริ่มหย่อนลงมาเรื่อย ๆ เพราะเป็นการสมยอมผลประโยชน์กัน นักศึกษาลงแรงปฏิบัติ อาจารย์ลงแรงคิดและเขียน โดยที่นักศึกษาอาจได้เรียนรู้น้อยไปแต่ก็ศึกษาจบได้ เพราะ KPIs บอกว่าต้องจบให้เร็ว การจบช้าเป็นความด้อยประสิทธิภาพ

 

ผมคิดว่า ระบบประเมินนั้นเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์เราครับ การออกข้อสอบที่ยากเกินระดับความรู้ในการศึกษาแต่ละชั้นปี ทำให้เกิดการกวดวิชาโดยติวเตอร์ ซึ่งขยันหาข้อสอบเก่ามากกว่า มาสอนเด็ก เพราะได้รับผลตอบแทนสูง ในขณะที่อาจารย์ที่สอนในโรงเรียนปกติต้องทำหน้าที่สอนให้เป็นไปตามหลักสูตรให้ครบถ้วน ไม่มีเวลามาติวมาตรวจการบ้านเพราะเวลาสอนก็มากมายอยู่แล้ว ผลการติวและระบบการสอบที่ยากทำให้นักเรียนกลายเป็นผู้ที่ทำข้อสอบเร็ว หรือเป็นผู้เดาเก่งไปแทนการเรียนรู้อย่างมีเหตุมีผลไปอย่างมีขั้นตอนที่ดี ที่ควรจะเป็นไปตามธรรมชาติ เพราะเราไปเน้นที่ผลลัพธ์มากกว่ากระบวนการเรียนรู้ เราก็จะได้บัณฑิตที่จบไปแบบไม่มีความคิดเชื่อมโยงในแต่ละองค์ประกอบที่ดี เช่น ไม่มีความรู้ประสบการณ์เชิงสังคม สิ่งแวดล้อม เศรษฐศาสตร์ เป็นต้น

 

มหาวิทยาลัยต้องการชื่อเสียงว่าเป็นมหาวิทยาลัยติดอันดับของโลก แต่ชื่อเสียงนั้นไม่ได้ช่วยให้นักเรียนที่เรียนดีอยากเข้ามาเรียน หรือ นักศึกษาต่างชาติอยากเข้ามาเรียนโดยขวนขวายหาทุนมาเรียนเอง (ผมขอยกย่องหลักสูตรระบาดวิทยานานาชาติ ของคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ก้าวข้ามข้อจำกัดตรงนี้ได้แล้ว และก็อาจมีอีกหลายหลักสูตรที่ผมไม่รู้) อันนี้ผมดูจากภาพรวม ๆ นะครับ ผมก็เห็นว่าเราได้ประโยชน์จากการมีชื่อเสียงนี้น้อยไป

 

ระบบประเมินที่กำหนดไว้ถ้าผิดทิศทาง ผมก็คิดว่าองค์กรที่ได้รับการประเมิน ก็เสมือนโคที่เดินไปตามเชือกที่ลากจูงนั้นอยู่ และกว่าจะรู้สึกสึกตัวก็คงถึงโรงเชือดแล้ว

 

ผม..เอง

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 12 พฤศจิกายน 2554 10:09 แก้ไข: 12 พฤศจิกายน 2554 10:09 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 DaO_558, Ico24 Our Shangri-La, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

บางทีองค์กรเองก็มองไม่เห็นว่า "โรงเชือด" นั้นอยู่ที่ไหนเช่นกัน

เราพยายามที่จะสร้างการแข่งขันระดับชาติ สร้างบรรยากาศที่เอื้อให้เราแข่งขันกับต่างสถาบันในเรื่อง "วิชาการ" โดยนับยอดงานวิจัcitation จำนวนบุคลากรระดับดุษฎีบัณฑิต

เราละเลยเรื่องของ "คนดี" มุ่งเน้น "คนเก่ง"

เรามุ่งเน้น "ประโยชน์ส่วนตน" มากกว่า "ประโยชน์เพื่อนมนุษย์" โดยเข้าใจผิดคิดว่า เรากำลังทำ "ประโยชน์เพื่อเพื่อมนุษย์"

นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาถูกลากจูงโดยอิทธิพลของ "ระบบประเมินตามมาตรฐาน" รวมถึง บุคลากรตามข้อที่ ๑ ในบันทึกนี้ มากกว่าที่นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา จะคิดและกำหนดแนวทางการทำวิจัยเอง โดยอาศัยบุคลากรในระดับอุดมศึกษาเป็น "ที่ปรึกษา" "แนะแนวทาง"

คำถามสั้นๆ ง่ายๆ ที่จะถามตัวเราเอง (องค์กร)

องค์กรการศึกษาในพื้นที่ได้มีส่วน (ร่วม) สร้าง พัฒนา ชุมชน รอบข้างมากน้อยเพียงใด

องค์กรการศึกษาได้มีส่วนสร้าง "คนดี" มากกว่า "คนเก่ง" สักกี่มากน้อย

เราเอง

 

อีกประเด็นนะครับ

ตราบใดที่ "ผู้ถือทุน" มองว่าการให้ทุนแก่ "นักวิจัยหน้าใหม่" จำเป็นต้องมี "นักวิจัยหน้าเดิม" ร่วมโครงการอยู่ด้วยในฐานะอะไรสักอย่างหนึ่งถึงจะพิจารณาจัดสรรทุนวิจัยให้ โดยไม่มองเนื้อหา ระเบียบวิธีวิจัย ความเป็นไปได้ หรือ .... ของงานวิจัยที่นำเสนอโดย "นักวิจัยหน้าใหม่"

ตราบนั้นการกระจุกตัวของทุนในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก็ยังคงดำเนินต่อไป

เราเอง

ข้าน้อยขอคารวะ...คม ชัด ลึก..แบบไม่ต้องแปลเลยทีเดียว

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.235.105.97
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ