นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1544
ความเห็น: 8

สังคม "ขาใหญ่"

สังคมไทยกำลังกลายเป็นสังคม "ขาใหญ่" มากขึ้นเรื่อย ๆ

 

18 ม.ย. 56 ฟังข่าวการรับจำนำข้าวขาดทุนแสนกว่าล้าน ก็รู้สึกได้ว่า มีการเตือนเสนอแนะโดยนักวิชาการที่ห่วงใยประเทศไทยมาก่อนหน้านี้นานมากแล้ว แต่ "ขาใหญ่" ไม่ยอมฟัง คงกลัวเสียฟอร์ม และคำเตือนก็เป็นจริง แต่ความเสียหายเกิดขึ้นแล้วมหาศาล ข่าวออกมาว่า ลดราคาจำนำข้าวลงมาแล้วจาก 15,000 บาทต่อตัน เหลือเพียง 12,000 บาท/ตัน นี่คือ"ขาใหญ่"ระดับประเทศ

 

ฟังข่าวเช้าวันนี้ พลเมืองดีถูกทำร้ายเมื่อเข้าไปห้ามปรามการทำร้ายร่างกายผู้หญิง คนทำร้ายข่มขู่ประมาณว่า "มึงแน่นักหรือที่มายุ่งกับกู" แล้วยกพวกมาทำร้ายทรัพย์สินและร่างกายต่อ ยังดีที่ยังมีพลเมืองดีร้านต้มเลือดหมูทนดูไม่ได้ออกมาห้ามเอาไว้ พลเมืองดีบอกว่า"กลัว" เพราะครอบครัว"ขาใหญ่"ไม่มีทีท่าว่าจะสำนึกผิด

 

ต่อมามีข่าว"น้องพลอย"ถูกอดีตแฟนหนุ่มลูกชาย"ขาใหญ่"ประตูน้ำข่มขู่ กักขัง จนต้องแจ้งมูลนิธิปวีณาให้ช่วยคุ้มครอง เพราะ"ขาใหญ่"ใหญ่เกินที่จะสู้ไหว

 

เมื่อวานเช้าและเที่ยง ด้านหน้าตึกวิจัยสิรินธร ที่หันหน้ามาทางที่พัก มีอาจารย์ท่านหนึ่งเอารถยนต์ออกไม่ได้ เพราะโดยรถยนต์จอดขวางทางออก 2 คัน ผมเจอเหตุการณ์ก่อน 9.00 น. คุยกับรปภ.ที่ตรวจรถยนต์เข้าที่พัก เขาบอกว่าเพิ่งมารับเวรไม่รู้เห็นเหตุการณ์ และไม่ได้มีหน้าที่ดูแลตรงนี้ รปภ.ตึกสรินธรบอกว่าดูแลแต่ด้านหน้า ไม่สามารถดูแลด้านหลังได้ทัน ผมกลับไปอีกครั้งเกือบบ่ายโมง อาจารย์ท่านนี้ก็ยังเอารถยนต์ออกไม่ได้อยู่ หากเราไม่มีจิตสำนึกที่ดี เรื่องราวเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ทุกวัน

 

สังคมเราเป็นอะไรไปแล้วครับ? มีแต่คนอ้างสิทธิ์ว่าสามารถทำโน่นทำนี่ได้ แม้ว่าจะเดือดร้อนคนอื่น โดยอ้างคำว่าไม่รู้ หาที่จอดรถยนต์ไม่ได้บ้าง (แต่ผมไปที่หลังยังหาที่จอดที่ไม่รบกวนคนอื่นได้นะครับ) ยิ่งมีวุฒิปริญญาสูงยิ่งแสดงความเป็น"ขาใหญ่" เหมือนที่รปภ.ให้ข้อมูลในที่ประชุมวิทยาเขตหาดใหญ่ว่า ผู้ที่ละเมิดกฎ ระเบียบ ส่วนใหญ่เป็น"อาจารย์"

 

มีรถยนต์อาจารย์มาจอดหน้าศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ เกินเวลาไปแล้ว 4 รายในเดือนนี้ ในจำนวนทั้งหมด 4 ราย นี่ก็ "ขาใหญ่" มาก เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ได้เลย

 

การเป็นกลุ่ม รักพวกพ้องเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องดำเนินการให้ถูกทางครับ

 

ผม..เอง (แมวขาเล็ก)

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 19 มิถุนายน 2556 09:10 แก้ไข: 19 มิถุนายน 2556 09:10 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 DaDa, และ 18 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
ทำท่าว [IP: 180.183.26.11]
19 มิถุนายน 2556 12:53
#89150

 

ปัญหาแทบทุกอย่างที่ทำให้บ้านเมืองเราต้องตกอยู่ในสภาพการณ์ปัจจุบัน

ล้วนมีสาเหตุจาก "การเพิกเฉยต่อความชั่วที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา"

และ "การที่ผู้มีอำนาจไม่ใช้อำนาจลงโทษคนเลวและปกป้องคนดี" อาทิ

- มีคนแซงคิวก็ไม่ว่าอะไร

- ตำรวจจราจรที่ป้อมหน้า มอ. ไม่เคยจับคนขับรถฝ่าไฟแดงจากหน้าโลตัสเลี้ยวขวาเข้า มอ.

- เงินร้อยบาท เติมน้ำมันได้ 2 ลิตร

- ยาม มอ. ไปไล่รถที่จอดในที่ห้ามจอด กลับโดนถามว่า "อยากตกงานเหรอ"

- ทหารใหญ่ท่องได้ประโยคเดียวว่า "การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง"

- คนจากสภาโจ๊กนำคนเผาเมืองแล้วได้เข้าสภาจริง

- ข้าราชการ มอ. หลายคนเดินแกว่งตุ้มไปวัน ๆ โดยไม่มีภาระงานอะไรเลย

- ยิงคนตายกลางตลาด กลางเมือง(จชต) แต่ไม่มีใครช่วยจับหรือจำหน้าคนร้ายได้เลย

- นอกจากคุณถวิล เปลี่ยนศรี ที่ต่อสู้ด้วยตัวเองจนได้รับความเป็นธรรม

   คนที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นคุณสุนัย มโนมัยอุดม และคนที่ถูกการเมืองรังแกอีกหลายคน...

   ตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง

- ฯลฯ

 

และคงยากยิ่งกว่ายากที่จะเห็นเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา

- เมื่อทำผิด ผู้มีอำนาจออกมาขอโทษประชาชนทั้งน้ำตา แล้วลาออกจากตำแหน่ง

- ชาวบ้าน จชต ช่วยกันจับและชี้เบาะแสคนร้าย โดยไม่เห็นแก่พวกพ้องและกฏหมู่

- ประชาชนนับล้านชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศ คัดค้านโครงการคอร์รัปชั่่น

- ประชาชนทั่วไปช่วยกันรุมสกรัมพวกโพกหัวถือธงถ่อยเถื่อนกวนเมืองที่ชอบหาเรื่องทำร้ายฝ่ายตรงข้าม

- ผู้บริหารออกหน้าปกป้องเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา แต่ไปขัดใจผู้มีอำนาจบางคน

- ฯลฯ

 

คนไทยส่วนใหญ่ เกรงกลัวผู้มีตำแหน่งอำนาจจนเกินกว่าเหตุ กลัวการเผชิญหน้า

ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง ประนีประนอมมากซะจนต่างชาติงง ซึ่งล้วนแต่เป็นช่องโหว่

ให้พวกขาใหญ่เลว ๆ ทั้งหลาย ได้แสดงศักยภาพอย่างสบาย...

 

 

 

จะด้วยความเคยชินหรือ กฎระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมาย เอื้ออำนวยต่อพวก "ขาใหญ่" มากกว่าพวกขาลีบ โดยเฉพาะผู้มีหน้าที่บังคับใช้ มักจะเอนเอียงไปข้างขาใหญ่

คงต้องให้เกิด "พลเมือง" ขึ้นในประเทศสาระขัณฑ์มากกว่านี้ครับ

อิอิอิ

เราเอง

Ico48
ทำท่าว [IP: 180.183.25.144]
20 มิถุนายน 2556 10:51
#89217

 

"ยิ่งมีวุฒิปริญญาสูงยิ่งแสดงความเป็น"ขาใหญ่" เหมือนที่รปภ.ให้ข้อมูลในที่ประชุมวิทยาเขตหาดใหญ่ว่า

ผู้ที่ละเมิดกฎ ระเบียบ ส่วนใหญ่เป็น"อาจารย์"

 

เพิ่งได้ข้อมูลมาว่าผู้ที่ทำผิดกฏจราจรตรงสี่แยกหน้า มอ มากที่สุดก็คืออาจารย์ มอ

โดยมักแก้ตัวกับจราจรว่า "จะรีบไปสอน" และ "จะรีบไปประชุม"

 

 

ครับ บ้านเมืองเราเลวร้ายลงทุกวัน

มีการใช้กฎหมู่ ...

ละเว้นการใช้กฎหมาย ...

ทุกระดับ ลามไปทั่วตั้งแต่หัวยันหาง

ต่อไปคนรุ่นใหม่ ที่จะทำงานเพื่อสังคม เพื่อประเทศก็จะถูกสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายกลืนกินไปในที่สุด

สภาพที่เห็นทุกวัน เมื่อขับรถไปทำงาน จะมีคนขับรถเข้าอยู่ในเลนที่ถูกต้อง ต่อแถวกันยางเหยียด แต่...

ก็จะมีคนเลว ที่ไร้จิตสำนึก ใช้เลนอื่น ๆ เช่นเลนเลี้ยวขวาที่ว่างอยู่ แซงขึ้นมาแล้วปาดหน้าคันที่อยู่ในคิว

เป็นสภาพที่เห็นประจำทุกวัน และมีแต่จะเติบโตมากขึ้น..

สภาพเหมือนเชื้อเลว ... สามารถเติบโตแพร่ขยายได้เร็ว ในสภาพแวดล้อมที่เลว.... เฮ้อ อ อ อ อ อ ...

เอาเฉพาะเรื่องจราจรใน ม.อ. หาดใหญ่ ก่อนแล้วกันนะครับ

ผมมองว่า สังคมของ ม.อ. โดยเฉพาะที่วิทยาเขตหาดใหญ่นั้น ใหญ่ขึ้นทั้งในแนวราบ (คือจำนวนคนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ) และในแนวดิ่ง (คือมีคนมีตำแหน่งอำนาจหน้าที่รับผิดชอบมาก)

โดยปกติเมื่อคนมาอยู่ร่วมกันเป็นสังคม ก็ต้องมีกติกาในการอยู่ด้วยกัน เพียงแต่กติกานั้น ไม่ได้จำเป็นต้องศิวิไลซ์เสมอไป อาจจะเป็นกฎหมู่ หรือเป็นใครกำลังเยอะกว่ามีอำนาจมากกว่า (แบบสำนวน "อำนาจได้มาด้วยกระบอกปืน") แต่สำหรับสังคมขนาดใหญ่ที่จะสามารถอยู่ร่วมกันเป็นสุขได้ ยังไงก็ต้องใช้กฎที่เที่ยงธรรม มีเหตุมีผล ส่วนอีกอย่างที่ต้องมีตามมาเมื่อมาอยู่ร่วมกันเป็นสังคม คือ โครงสร้างพื้นฐาน อย่างระบบระบายน้ำ (สมัยโบราณคนอาจจะเลือกที่อยู่ใกล้ลำน้ำ แต่พอชุมชนขยาย ก็ต้องขุดคู คลอง ส่งน้ำกัน) ระบบถนน

ทีนี้ ด้วยการที่สังคม ม.อ. หาดใหญ่ นั้นใหญ่ขึ้นทุกที ๆ แต่กฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานหลาย ๆ อย่างยังไม่พัฒนาเพียงพอเพื่อตอบสนองการเป็นสังคมขนาดใหญ่แบบนี้ เช่น ด้วยสังคมที่มีประชาชนที่อยู่ร่วมกันเป็นประจำทุกวันราว ๆ สัก 20,000 คนนั้น ม.อ. หาดใหญ่มีระบบตัวแทนของคนทั้ง 20,000 คนอยู่แล้ว ทั้งที่ประชุมคณบดีที่เป็นตัวแทนผู้บริหาร ตัวแทนในส่วนของสภาอาจารย์ องค์การนักศึกษา (ทั้งส่วนองค์การบริหาร สภานักศึกษา) กรรมการหอพัก สโมสรนักศึกษา แต่ทั้งหมดต่างคนต่างอยู่และไม่ได้เป็นระบบที่สามารถสะท้อนข้อมูลให้แก่กันและกันได้ จึงกลายเป็นตัวแทนทางสังคมที่แบ่งแยกคนให้เป็นกลุ่ม ๆ ทางสถานภาพแล้วก็ปกครองดูแลแบบต่างคนต่างอยู่ การแก้ปัญหาของคนกลุ่มหนึ่งด้วยเจตนาที่ดี จึงสามารถทำให้เกิดผลกระทบทางลบกับคนอีกคนกลุ่มตามมาได้

ส่วนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ที่ผมคิดว่าพัฒนาได้ไม่ทันกับโครงสร้างที่ใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ ของสังคม ม.อ. หาดใหญ่ และส่งผลกระทบต่อคนทั้งหมดมากที่สุดก็คือ "ระบบขนส่งสาธารณะ" ครับ เรามีประชากรจำนวนมากที่ต้องเข้า ๆ ออก ๆ หรือแม้แต่อยู่ข่างในแต่ก็ต้องเดินทางไปมาระหว่างสถานที่หนึ่งกับอีกสถานที่หนึ่ง

แน่นอนว่าเรามีขนบัสพลังงานไฟฟ้าขับหมุนเวียนรับส่งแล้ว แต่ระบบขนส่งมวลชนของ ม.อ. ที่ว่า ก็ไม่ได้เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนของข้างนอก ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาคม ม.อ. แก้เอง ทำเองไม่ได้ เช่นนั้น จึงห้ามคนเอารถมาใช้ในวิทยาเขตไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ไม่ได้มีสถานที่เตรียมพร้อมสำหรับจอดรถจำนวนมาก ๆ ไว้ตามทางเข้าออกต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้รถวิ่งวนอยู่ในวิทยาเขต เส้นทางเดินรถ และ ที่นั่งรอรถ ก็ไม่ได้เอื้อต่อการจอดรถริมประตูแล้วนั่งรถบัสไฟฟ้าเข้าไปในวิทยาเขตอีกเป็นต้น

เมื่อ กฎระเบียบกับโครงสร้างพื้นฐาน ไม่สามารถรองรับกับการขยายของสังคมได้

คนที่มีศักยภาพสูงกว่า จะด้วยสถานภาพ ตำแหน่ง หรือความได้เปรียบเชิงเศรษฐกิจ ก็จะเป็นผู้สามารถทำอะไร ๆ เพื่อแก้ปัญหาของตนเองได้มากกว่า

คนเหล่านี้แหละครับ "ขาใหญ่"

และอยากเรียนตามตรงว่า นักศึกษาขาใหญ่ ก็มีจำนวนมากขึ้น ด้วยศักยภาพของพ่อแม่ที่พร้อมสนับสนุนทั้งในเชิงอำนาจและการเงินด้วยครับ

ปัญหาขาใหญ่ของสังคม ถ้าไม่แก้ทั้งกติกาสังคม และโครงสร้างสังคม มันก็จะใหญ่ขึ้น จนในที่สุด มันจะสร้างปัญหาเพื่อทำลายตัวเอง

ปัญหาขาใหญ่ของ ม.อ. ก็เช่นกัน ถ้าไม่แก้อย่างเป็นระบบ ก็คงต้องมีการอ่านแถลงการณ์ การประท้วง มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต

เป็นห่วงครับ

กฏกติกาจะอย่างไรก็ไม่เท่ากับจิตสำนึกของคนครับ

สังคมที่วุ่นวายเพราะคนในสังคมขาดเรื่องนี้กันมากกว่า ขาด/ มีน้อย

ซึ่งขาใหญ่ทั้งหลายกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ใน ม.อ. อย่างที่ นักเรียนห้องสันติศึกษา ให้ความเห็นไว้ อาจจะถึงขั้น ".. รู้มั๊ย .. ลูก/ เป็นใคร?" เกิดขึ้นใน ม.อ. ก็ได้

อิอิอิ

ซึ่งน่าจะมีแล้ว ตามข้อมูลที่มีคำถามกับ รปภ. ว่า "อยากตกงานหรือ?"

เราไม่ได้มาซ้ำเติมปัญหา แต่สะท้อนให้เห็นว่า สังคมกำลังมีปัญหาอะไร ขนาดของปัญหาเล็ก/ ใหญ่ขนาดไหหน และคนในสังคมคิดเห็นปัญหานี้เป็นปัญหาหรือ ไม่ใช่ปัญหา

สำหรับการสรุปข้อมูลว่า ผู้ที่กระทำผิดกฏจราจรที่ ๔ แยก ม.อ. ส่วนใหญ่นั้น เป็น อาจารย์ใน ม.อ. ก็ไม่น่าจะมีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปอย่างนั้นนะครับ

"ปภ.ให้ข้อมูลในที่ประชุมวิทยาเขตหาดใหญ่ว่า ผู้ที่ละเมิดกฎ ระเบียบ ส่วนใหญ่เป็น"อาจารย์" 

ข้อมูลนี้น่าจะเป็นเรื่องของการละเมิดกฏ ระเบียบ ภายในรั้วมหาวิทยาลัยมากกว่า รปภ. ไม่มีส่วนกับการบังคับใช้กฏ ระเบียบภายนอกพื้นที่ ม.อ.

การทำผิดกฏ ระเบียบภายใน เช่นจอดรถในที่ห้ามจอด หรืออื่น ๆ ซะมากกว่าครับ

ซึ่งการอ้างว่าไม่รู้นั้นเป็นคำกล่าวอ้างที่เลื่อนลอยและใช้ไม่ได้ เหมือนกับการที่กฏหมายระบุว่า ประชาชนจะใช้ข้อแย้งว่า "ไม่รู้กฏหมาย" มาเป็นข้อแย้งในการต่อสู้คดีไม่ได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาก "ไม่รู้" กรณีพื้นที่ห้ามจอด (ขาว-แดง เป็นต้น) ก็อนุมานไปได้ว่า การได้มาซึ่งใบขับขี่ไม่น่าจะได้มาอย่างถูกต้องตามกระบวนการจริง

อิอิอิ

เราเอง

ขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ

ก็เป็นเรื่องที่ต้องสำนึกและแก้ไข(เอ๊ะหรือปล่อยไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ดี) จากทุกกลุ่มชุมชนภายในม.อ. ที่หาทางออกร่วมกัน

แต่ก่อนอื่นผู้มีอำนาจในม.อ.ต้องมีเจตนารมย์ที่อยากเห็นการหาทางออกที่เป็นสันติ ก่อนด้วย

"กฎระเบียบกับโครงสร้างพื้นฐาน ไม่สามารถรองรับกับการขยายของสังคมได้" น่าสนใจ

"จิตสำนึก" ยิ่งน่าสนใจไปอีก

แต่สุดท้ายไม่มีใครเห็นและควบคุมจิตสำนึกคนอื่นที่ไม่เหมือนกันทุกคนได้ จึงต้องอาศัยกฎหมายและความรู้ ควบคู่กันไป

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.234.255.5
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ