นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 2278
ความเห็น: 1

เมืองน่าน (4)

4 ธันวาคม 2556

 

หลังจากจัดหนักไปแล้วเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม วันนี้ก็เป็นการพักผ่อนเบา ๆ เริ่มด้วยการไปที่ตลาดสด ซึ่งผมชอบไปดูมาก เพราะจะได้เห็นวิถีชีวิตของสังคมนั้น ๆ ด้วย ตลาดสดเป็นแบบกลาง ๆ ครับ ไม่ออกเหนือจ๋าเหมือนเชียงใหม่

 

จากตลาดสดก็ไปวัดพระธาตุแช่แห้ง ซึ่งตามประวัติศาสตร์แล้ว หลังจากการสร้างพระธาตุฯแล้ว ก็เกิดการย้ายเมืองหลวงจาก อ.ปัว มาเป็น อ.เมืองน่าน เพื่อให้อยู่ใกล้พระธาตุมากขึ้น

 

พระธาตุแช่แห้ง

 

จากนั้นก็ไปที่วัดภูมินทร์ ที่มีภาพวาดพ่อม่าน-แม่ม่านอยู่

 

 

ภายในวัดมีภาพเขียนเล่านิทานชาดกตอน พระคันทรส (ไม่อยู่ในนิทานชาดกสิบชาติหลังนะครับ) ซึ่งผมซื้อหนังสือภาพวาดของวัดภูมินทร์มา 1 เล่ม พร้อมกับหนังสือ "เจ้านางเมืองน่าน" (เจ้าศรีพรหมา) ผู้ซึ่งปฏิเสธที่จะเป็นเจ้าจอมของรัชกาลที่ 5 ตอนปลาย โดยตอบปฏิเสธเป็นภาษาอังกฤษ (เพราะเคยเดินทางไปเรียนที่ยุโรป) และต่อมาได้สมรสกับหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร "บิดาของการเกษตรยุคใหม่" ผู้ที่ลาออกจากการเป็นอธิบดี ไปบุกเบิกการเกษตรที่ ต.บางเบิด อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผมเคยกินแตงโมบางเบิดลูกขนาดถังแก๊ส 15 กก. หวานอร่อย กินกันทั้งบ้านยังไม่หมดเลย และนี่อาจเป็นต้นเหตุของการสูญพันธุ์ของแตงโมพันธุ์นี้ในเมืองไทย เพราะมันมีขนาดใหญ่เกินไป

รูปเจ้านางเมืองน่าน

 

วัดภูมินทร์ยังเคยได้รับเกียรติอยู่ในธนบัตรหนึ่งบาท ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย

 

แต่ภาพที่โด่งดังของเมืองน่านคือภาพนี้ครับ

กระซิบรัก

 

คำฮักน้องปี้จักเอาไว้ในน้ำก็กลัวหนาว

จักเอาไว้พื้นอากาศกลางหาว

ก็กลัวหมอกเหมยซอนดาวลงมาคะลุม

จักเอาไปใส่ในวังข่วงคุ้ม

ก็กลัวเจ้าปะใส่แล้วลู่เอาไป

ก็เลยเอาไว้ในอกในใจตัวชายปี้นี้

จักหื้อมันไห้อะฮิอะฮี้

ยามปี้นอนสะดุ้งตื่นเววา...


ความรักของพี่นี้ จะฝากไว้ในน้ำ ก็กลัวน้องจะหนาว

หากจะฝากน้องไว้ในอากาศกลางหาว ก็กลัวเมฆหมอกจะบังความรักของพี่เสีย

หากจะฝากน้องไว้ในคุ้มในช่วง ก็กลัวเจ้าเมืองจะมาเจอ จะแย่งน้องของพี่ไป

จึงฝากไว้ในอกในใจของพี่นี้ ให้มันร่ำร้องรำพี้รำพันอาลัยหา

ยามหลับแลสะดุ้งตื่น ก็ไม่หายคลายคิดถึง

 

ต้นฉบับเป็นภาษาเมืองนะครับ แต่ผมอ่านคำเมืองแล้วไม่ค่อยจะซาบซึ้งนัก สมเด็จพระเทพฯ เมื่อเสด็จเมืองน่านทรงมีพระอารมณ์ขันเขียนภาพ "ตะโกนรัก เมืองน่าน" ไว้ที่หอศิลป์เมืองน่านด้วย

 

จากนั้นก็ไปที่วัดช้างค้ำ ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ซึ่งฐานเจดีย์จะมีรูปปั้นช้างค้ำอยู่ แสดงหลักฐานการอยู่ร่วมกันของคนและช้างในสมัยก่อน

 

วัดช้างค้ำ

 

สุดท้ายก็ไปที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ เมืองน่าน ซึ่งเคยเป็นที่ว่าราชการของเจ้าเมืองน่านในสมัยก่อน เขาจะให้ผมเข้าฟรีเพราะอายุมากกว่า 60 ปี แต่ผมไม่ยอมจะขอจ่ายเงินครับ เถียงกันตั้งนาน (ฮา)

 

พิพิธพัณฑ์น่าน

 

ผมแนะนำมาควรมาดูที่นี่ให้ได้นะครับ ที่ผมสงสัยก็คือมีการพบหินสลักเป็นรูปแพะที่น่านนี้ด้วย ซึ่งอาจแสดงว่าอารยะธรรมยุคเมโสโปเตมี อาจแผ่มาถึงที่นี่ด้วย

หินสลักแพะ

 

นอกจากนั้นยังมีการค้นพบหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์ยุคหินอีกด้วย

มนุษย์ยุคหิน

 

มีการค้นพบชนเผ่ามลาบรีหรือผีตองเหลืองที่น่านนี้ด้วย ที่อ.เวียงสา และมีชนเผ่ากลุ่มน้อย"ถิ่น" "ม้ง" "ลัวะ" (อ.แม่จริม) อีกหลายชนเผ่าอีกด้วย

 

จบจากพิพิธภัณฑ์ ก็ไปหาก๋วยเตี๋ยวกะลากิน แล้วกลับมาพักผ่อน

 

มื้อเย็นไปหากินที่ "เฮือนเจ้านาง" ร้านอาหารริมน่าน สำหรับผมแล้วก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษมากนัก เพราะหลายจังหวัดจะมีร้านอาหารแบบนี้กันทั้งนั้น

 

และขอจบวันด้วยการฟังเพลงสักคืน ก็ไปที่ร้านน่านั่ง แต่ก็ได้ฟังเพลงเหนือแค่ 2 เพลง ที่เหลือก็เป็นเพลงสากลร่วมสมัย

 

น่านั่ง

 

สามทุ่มเศษ ก็กลับที่พักแล้วครับ ผ่านวัน "ชีวิตเดินช้า" ไปอีกหนึ่งวัน

 

ผม..เอง (แมวฟิน)

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 08 ธันวาคม 2556 13:05 แก้ไข: 08 ธันวาคม 2556 13:08 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 pompom, และ 8 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

วัยรุ่นมากค่ะ อารมณ์ แมวฟิน เนี่ย!!!

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.208.132.33
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ