นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 3767
ความเห็น: 7

การตัดต้นไม้ใหญ่บริเวณหน้าคณะทรัพยากรธรรมชาติ

ต้นประดู่มีมอดเจาะทำลายลำต้นและเกิดเชื้อรา ทำให้กิ่งต้นประดู่หัก ส่งผลความเสียหายในบริเวณพื้นที่คณะทรัพยากรธรรมชาติ
 

                     

                   เมื่อวันที่  ๒๔  สิงหาคม  ๒๕๕๒    ได้เกิดเหตุการณ์กิ่งต้นประดู่ใหญ่บริเวณหน้าคณะทรัพยากรธรรมชาติ ได้หักฟาดที่ตึกคณะฯ    และโต๊ะหินขัด     ส่งผลความเสียหายในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว  คือ กระจกหน้าต่างห้องทำงานของอาจารย์แตกและเศษกระจกได้กระเด็นเข้าห้องทำงาน ถึงโต๊ะทำงานของอาจารย์ในคณะฯ   และฟาดลงบริเวณโต๊ะหินขัดที่จัดไว้สำหรับนักศึกษาและบุคลากรนั่ง พนักเก้าอี้หินขัดหัก 1 ตัว   แต่ไม่มีใครได้รับอันตรายเนื่องจากเป็นวันที่เลิกงานเกษตรภาคใต้ครั้งที่ 17 เพียง 1 วัน เป็นพื้นที่ที่เพิ่งเลิกใช้งานเกษตรยังไม่ได้เก็บของและจัดโต๊ะเข้าที่เดิม  ยังไม่มีคนนั่ง   จึงไม่มีผู้ได้รับอันตรายการหักของกิ่งต้นประดู่ครั้งนี้   ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่มีมอดเจาะทำลายลำต้นและเกิดเชื้อราในลำต้น  ต้นประดู่จึงโทรม รวมทั้งจุดที่กิ่งหักมีกล้วยไม้และกาฝากเกาะที่กิ่ง  ทำให้กิ่งผุและหักลงมา                                  
                
ที่ผ่านมา ในช่วงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๒    ด้เกิดเหตุการณ์กิ่งต้นประดู่ขนาดใหญ่หักลงมาครั้งหนึ่งแล้ว   แต่โชคดีที่เป็นวันหยุดราชการไม่มีคนอยู่ในบริเวณนั้น  กิ่งไม้ฟาดลงบนพื้นคอนกรีตไม่ได้ทำความเสียหายในพื้นที่มากนัก     คณะฯ ได้แก้ไขปัญหาโดยการตัดโค่นต้นที่หักลงมาทั้งต้นเนื่องจากต้นไม้ผุทรุดโทรมมาก หากปล่อยทิ้งไว้จะเป็นอันตราย ส่วนต้นอื่นๆ   ก็ได้จ้างตัดแต่งกิ่งที่อาจมีอันตรายออกทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังมีกิ่งที่ผุและหักลงมาอีก

                  จากเหตุการณ์ทั้ง ๒ ครั้งที่ผ่านมา    แม้ไม่มีผู้ได้รับอันตรายและค่าเสียหายไม่มากก็ตาม แต่จะมีโอกาสที่กิ่งประดู่ขนาดใหญ่จะหักลงมาอีกเนื่องจากต้นประดู่ทรุดโทรมมากจากเหตุที่กล่าวไว้ข้างต้น  และเนื่องจากพื้นที่บริเวณหน้าคณะฯ ที่มีต้นประดู่ใหญ่ขึ้นอยู่นั้น   คณะได้จัดโต๊ะหินขัดและไฟแสงสว่างไว้เพื่อให้นักศึกษาได้นั่งอ่านหนังสือ และทำกิจกรรม   หรือใช้นั่งรอเข้าห้องเรียน   ตลอดจนเป็นนั่งพักผ่อนให้กับบุคลากรของคณะฯ   
             
เมื่อพิจารณาต้นไม้ใหญ่ในบริเวณหน้าคณะฯ ทั้งหมดพบว่า ต้นประดู่ใหญ่ทั้งหมดมีอายุมากกว่า 25 ปี    ปัจจุบันลำต้นผุเพราะมีมอดเข้าทำลายทุกต้น   ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์อันร้ายแรงที่อาจจะเกิดขึ้นได้     ที่ประชุมคณะกรรมการประจำคณะฯ ครั้งที่ 7/2552  เมื่อวันที่  26 สิงหาคม 2552   จึงมีมติให้ดำเนินการตัดต้นประดู่ใหญ่ในพื้นที่หน้าคณะฯ ทั้งหมด   และให้ดำเนินการปลูกต้นไม้ประเภทโตเร็วทดแทน เช่น ต้นมะฮอกกะนี ต้นตะแบก เป็นต้น  (หรือพิจารณาต้นไม้ที่เหมาะสม)  


                   ต่อไปนี้เป็นภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำลายของด้วง ที่เป็นศัตรูต้นประดู่บริเวณพื้นที่คณะทรัพยากรธรรมชาติกันค่ะ

ภาพที่  1.   เหตุการณ์เมื่อวันที่  8 มกราคม 2550  (ภาพโดย : ผศ.วรวิทย์  วณิชาภิชาติ)

                 


ภาพที่ 2.   เหตุการณ์เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2552  (ภาพโดย :  ผศ.วรวิทย์  วณิชาภิชาติ)




ภาพที่ 3.   เหตุการณ์เมื่อวันที่   24 สิงหาคม 2552  หลังจากวันงานเกษตรภาคใต้ของคณะฯ
                   ได้เสร็จสิ้นเพียง 1 วัน   (ภาพโดย :  ผศ.วรวิทย์  วณิชาภิชาติ)

ภาพ A.


ภาพ B.

ภาพ C.

ภาพ D.

ภาพ E.

ภาพ F.

ภาพ G.



                  ดังนั้นเรามาดูผลการสำรวจต้นประดู่บริเวณคณะทรัพยากรธรรมชาติ ของท่านอาจารย์วิสุทธิ์   สิทธิฉายา   อาจารย์ภาควิชาการจัดการศัตรูพืช  คณะทรัพยากรธรรมชาติ   พบว่า    "ต้นประดู่บ้านบริเวณลานคณะทรัพยากรธรรมชาติ  ทั้ง
6 ต้น ถูกด้วงเจาะลำต้นประดู่ กัดกินรุนแรงมาเป็นระยะเวลามากกว่า 3 ปี  ทำให้เนื้อไม้ภายในผุเกือบหมดแล้ว   บางครั้งมีดอกเห็ดออกมา  ต้นประดู่บ้านทั้งหมดมีอาการโทรม ทรงพุ่มบาง หากปล่อยทิ้งไว้คาดว่าต้นไม้ดังกล่าวจะโทรมตายในไม่ช้า   ที่สำคัญอย่างยิ่งยวดมากกว่าคื อ ต้นไม้ดังกล่าวไม่สามารถรับน้ำหนักของกิ่งที่มีขนาดใหญ่ได้  ทำให้กิ่งขนาดใหญ่โค่นลงมาถึงสองครั้ง  หากปล่อยทิ้งไว้จะเกิดอันตรายกับนักศึกษาที่ทำกิจกรรมบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก  รวมทั้งอาจจะเป็นอันตรายต่ออาคารอีกด้วย"        และเชิญชมภาพการเจาะเข้าทำลายของตัวด้วง ที่ศัตรูสำคัญในการทำลายต้นประดู่กันค่ะ

 




ขอขอบคุณ
                          1.    ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์  วณิชาภิชาติ   รองคณบดีฝ่ายบริหาร  ที่ให้ข้อมูล รวมทั้งภาพถ่ายต้นประดู่
                          2.   รองศาสตราจารย์สุรไกร  เพิ่มคำ    อดีตหัวหน้าภาควิชาการจัดการศัตรูพืช   ที่ให้คำแนะนำ และให้ความรู้เกี่ยวกับการเจาะเข้าทำลายของตัวด้วง
                         3.  อาจารย์วิสุทธิ์   สิทธิฉายา   อาจารย์ภาควิชาการจัดการศัตรูพืช   ที่ให้ความอนุเคราะห์ข้อมูลผลการวิจัยเรื่องตัวด้วง ที่เจาะเข้าทำลายต้นประดู่บริเวณคณะทรัพยากรธรรมชาติ       และมีผลงานวิจัยที่เกี่ยวกับเรื่องด้วง และมอด ดังนี้ค่ะ
                       - 
 อิทธิพลของสภาวะโลกร้อน ความรุนแรงของการระบาดของมอดเอมโบรเซีย  
                       - อาการโทรมของต้นประดู่บ้านและความเสี่ยงจากการหักโค่น



 

 
สร้าง: 01 กันยายน 2552 08:29 แก้ไข: 23 ตุลาคม 2552 13:17 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
duangrat [IP: 192.168.100.112]
01 กันยายน 2552 12:04
#47873

การปลูกต้นไม้ที่คณะทรัพย์ ที่นอกเหนือจากที่ลานจอดรถ เราไม่ได้ทำมานาน ส่วนมากใน มอ. มีแต่ตัด และตัดต้น อาจด้วยเหตุที่จำเป็นที่สามารถ และที่อาจไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

กว่าจะโต ให้ร่มเงาได้ ให้เราเย็นได้ขนาดนี้ ใช้เวลานานมาก .... เวลาต้นประดู่ออกดอกให้เราชม บรรยากาศน่ารื่นรมย์ขนาดไหน..ลานนี้ที่มีม้าหินก็น่านั่ง เด็กๆ ก็มานั่งคุย นั่งทำการบ้าน ปัจจุบันเป็นลานนั่งพักผ่อนที่ดีที่สุดที่เรามี

 ต้นไม้นั้นอาจจะแก่ อาจเป็นโรค แต่ก็อยู่กับเรามานาน ให้ความร่มเย็นที่เป็นบุญคุณแก่ทั้งเด็กๆ ของเรา และพวกเรา ที่ส่วนอื่นของคณะฯ แทบจะไม่มี เนื่องจากปลูกแต่ไม้พุ่ม หรือมีแต่สนามหญ้าที่เอาไว้ให้เพียงเดินผ่านมาตั้งแต่ตั้งคณะ)  การที่คณะจะตัดสินใจตัดต้นประดูพวกนี้ทิ้งเนื่องจากเหตูการณ์ทั้งสองที่เกิดขึ้น ก็พอเข้าใจได้ ว่า ง่ายที่สุด ตัดเสียจะได้ไม่หักมาทับใครตาย จะได้ไม่สร้างความเสียหายแก่อาคาร

เราอาจมีวิธีอื่น ที่ไม่ต้องตัดต้นไม้ที่มีบุญคุณเหล่านี้ เพียงเนื่องจากมัน แก่ เป็นโรค และอาจเป็นอันตราย

มันไม่สบาย ควรหาทางรักษา ดูแล เยียวยา ใม่ใช่เอาง่าย ตัดทิ้ง

สูงไป หักจะอันตราย ก็ตัดแต่งกิ่งลงให้เตี้ย ไม่จำเป็นต้องตัดตาย 

ช่วยหน่อยนะ...

ขอร้องนะ ....ไหว้งามๆ ....

....อย่าตัดต้นประดู่ ของเราเลยนะ 

 

Ico48
วิสุทธิ์ [IP: 192.168.100.112]
01 กันยายน 2552 13:03
#47875

การตัดต้นประดู่ทิ้งไม่ใช่การแก้ปัญหาง่ายๆ แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

ถึงแม้ว่าจะตัดกิ่งขนาดใหญ่ของต้นประดู่ออกเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย และปล่อยให้แตกกิ่งใหม่เพื่อให้ร่มเงาแต่ต้องไม่ลืมว่าเนื้อไม้ภายในที่ทำหน้าที่คำยันลำต้นให้ยืนอยูได้ส่วนใหญ่มันผุหมดแล้ว การปล่อยให้แตกกิ่งใหม่ จนกิ่งมีขนาดใหญ่สุดท้ายจะทำให้กิ่งฉีกโค่นลงมาอีก การโค่นทั้งต้นแล้วปลูกใหม่ ถึงแม้ว่าจะช้าหน่อย แต่เมื่อต้นไม้โตสามารถให้ร่มเงาได้นานกว่า

การแก้ปัญหาต้นไม้ที่เนื้อไม้ผุ สามารถทำวิธีอื่นได้เช่นกัน โดย กทม. เอาเนื้อไม้ที่ผุออกทั้งหมดและโบกปูนเข้าแทนที่ แต่สามารถทำได้กับต้นไม้ที่มีกิ่งเหนียว และกิ่งหลักไม่ใหญ่มากนัก และเนื้อไม้มีความเหนียว เช่นมะขามที่รอบสนามหลวง แต่ไม่ใช่ประดูบ้าน

Ico48
duangrat [IP: 192.168.100.112]
03 กันยายน 2552 17:36
#47969

 

การแก้โรคด้วงตัวนี้ที่สาเหตุ คือการตัดต้นไม้ที่มีด้วงทิ้ง

....เข้าใจไม่ยาก

แต่..งงว่า คิดได้อย่างไร งงว่าตรรกของวิชาการแขนงนี้เป็นอย่างไร แทนที่จะหาวิธีการกำจัด จำกัดการแพร่กระจายของด้วง ตัดต้นไม้เลยดีกว่า...แล้วด้วงไปไหน...

ต้นไม้ใหญ่..เปรียบเสมือนบ้าน เป็นที่พักพิง ทำให้คณะในส่วนนั้น ไม่ร้อน จึงเป็นบ้านของหลายชีวิต (รวมทั้งด้วง..แต่ด้วงเผอิญ เหมือน เห็บ...สงสัยว่า จะต้องเอา...ตัวที่เป็นเห็บไปทิ้ง/ฆ่าให้ตาย..จึงจะหายเป็นเห็บ)  ต้นประดู่ ใหญ่..นะ..ไม่ใช่ต้นพริกนะ พอเห็นเพลี้ยลง ก็จะได้ถอนทิ้งได้ง่ายๆ

หากสังเกต.... กิ่งใหญ่ของ 2 ต้นที่ถูกตัดสั้น ที่กำลังแตกแขนง แตกใบสดชื่น ลองตัดกิ่ง ทะยอยตัด ให้แต่ละต้นมีโอกาสใช้พลังงานที่เหลือในการพยายามเอาชีวิตรอด (ใครๆ ก็ไม่อยากตายนี่นา..) รอดูก่อนสักนิด น่าจะดีที่จะล้มมันทั้งต้นเลย ดีไหม? ไหว้...อีกทีก็ยังได้ ขอร้องมาด้วยความเคารพ

Ico48
wisut [IP: 192.168.100.112]
03 กันยายน 2552 21:29
#47974

ตรรกของการทำงานคือทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด สิ่งไดที่ไม่รู้ต้องหาข้อมูลให้รอบด้าน ไม่ใช่ตัดสินใจโดยใช้ความรู้สึก

ถ้าเข้าใจว่าทุกคนพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีและมีความประสงดีต่อคณะก็ทำงานง่ายขึ้น

  • ขอชื่นชมบันทึกนี้ค่ะ
  • เป็นความใส่ใจ..ความรู้สึกของเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยโดยแท้
  • การเล่า การบอก การแสดงเหตุผลซึ่งกันและกันแทนการ ถือ วิสาสะ...หน้าคณะฉัน ฉันจะโค่นแล้วทำไมของ
  • ต้นไม้ หน้าคณะทรัพย์...ก็คือต้นไม้ของชาว ม.อ.
  • ขอบคุณค่ะ
  • ขอบคุณทุกท่านที่ได้แสดงความคิดเห็น และจะนำข้อมูลที่ของท่าน สรุปให้กับผู้บริหารของคณะฯ ต่อไปค่ะ

มันก็เป็นอันตรายจริงๆ...ตอนนี้เราคงได้แค่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ คือ ตัดต้นไม้ทิ้ง

แต่ต่อไปเราคงต้องเริ่มกันใหม่ ถ้ามัวแต่ปล่อยปละละเลยแบบเดิมๆ ก็จะเกิดเหตุการแบบเดิมอีก ต้องตัดต้นไม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อีกกี่ครั้งกันปัญหาถึงจะหมด ต้นไม้ก็เป็นสิ่งมีชิวิต สงสารมันเหมือนกัน อุตส่าปลูกเสียเงินไปตั้งเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็มาตัดทิ้ง คิดว่าเราคงต้องใส่ใจตั้งแต่ต้นเหตุดีกว่า คือ ดูแล เอาใจใส่ ต้นไม้ทุกต้น ให้ปราศจากศัตรูพืชเหล่านี้ น่าจะดีกว่า

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.239.242.55
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ