นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1039
ความเห็น: 0

การเพิ่มผลผลิตด้านบุคคลากร (Productivity through People)

     ผลผลิต (Productivity) เป็นคำที่ค่อนข้างจะเป็นนามธรรม เรารู้ว่าการเพิ่มผลผลิตเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้ประเทศชาติก้าวหน้า แต่เราเข้าใจเรื่องผลผลิตหรือการเพิ่มผลผลิตอย่างไร  เพราะต่างคนต่างก็เข้าใจเรื่องการเพิ่มผลผลิตต่างกัน
     ความเข้าใจอย่างง่าย ๆ ก็คือ ผลผลิตเป็นอัตราส่วนของผลิตผล (output) และปัจจัยการผลิต (input) ซึ่งผลผลิตก็จะหมายถึงผลิตได้มากกว่า หรือใช้ปัจจัยการผลิตน้อยกว่าเดิม หรือการได้มาซึ่งคุณภาพดีกว่า บริการรวดเร็วกว่า ประสิทธิภาพสูง ต้นทุนต่ำกว่าและสามารถแข่งขันได้

     ความสำคัญของคนต่อการเพิ่มผลผลิต

     ถึงแม้ว่าเครื่องจักร เทคโนโลยีต่าง ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการปรับปรุงการเพิ่มผลผลิต แต่เราไม่สามารถจะทำให้เกิดคุณภาพหรือประสิทธิภาพสูงสุดได้ ถ้าปราศจากเสียซึ่งคนที่อยู่เบื้องหลังเครื่องจักร  ซึ่งได้รับการพัฒนาอบรมให้สามารถสร้างสรรงานให้ดีที่สุด

     การเพิ่มผลผลิตบุคลากร (People Producitivity)

     การเพิ่มผลผลิตบุคลากรหรือทรัพยากรมนุษย์นั้น สำคัญอยู่ที่ทัศนคติ สไตล์ วัฒนธรรม ความร่วมมือ และค่านิยม ซึ่งเป็นการยากที่จะเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงก็เป็นไปอย่างเชื่องช้า วิวัฒนาการการเพิ่มผลผลิต ทรัพยากรมนุษย์ มุ่งไปที่ 3 ฝ่าย คือ รัฐบาล นายจ้าง และแรงงาน และคุณค่าของการเปลี่ยนแปลงนั่นก็คือความสำเร็จและความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจมาหลายปี

     การสร้างบุคลากร

     การยกย่องการให้ความสำคัญแก่บุคคล ในเรื่องการเพิ่มผลผลิต เรามุ่งเน้นที่ว่าทำอย่างไรจึงจะพัฒนาบุคคล หรือสร้างคนที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ

     การสร้างคนที่มีคุณภาพและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเป็นสิ่งที่คล้ายคลึงกัน และอธิบายได้กว้าง ๆ ว่าเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มา และใช้ประโยชน์สูงสุดจากศักยภาพของบุคคลอย่างเต็มที่ เพื่อจะได้เกิดความสามารถในการเพิ่มผลผลิตอย่างเต็มที่ อันจะนำไปใช้ประโยชน์เพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพของชีวิตที่ดีกว่า

     การสร้างคนที่มีคุณภาพ ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่เพียงการให้ความรู้ หรือความชำนาญที่ดีกว่ามากกว่า แต่ยังเป็นการพร่ำสอน อบรม ปลูกฝังทัศนคติที่ถูกต้อง และไม่ได้เจาะจงเฉพาะการอบรม ภายหลังจากเข้าทำงานแล้ว แต่ยังควรเริ่มปลูกฝังทัศนคติเรื่องการเพิ่มผลผลิตที่ถูกต้องตั้งแต่ในโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษา สถาบันการอบรม รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ปลูกฝังทัศนคติที่ถูกต้อง เรื่องการเพิ่มผลผลิตนี้ทางสื่อต่าง ๆ เรื่องนี้รัฐบาลเองควรอย่างยิ่งที่จะเข้ามามีบทบาทในอันที่จะส่งเสริมความพยายามในการเพิ่มผลผลิต โดยถือเป็นความพยายามของชาติที่จะปรับความรู้เทคโนโลยีต่าง ๆ จากประเทศที่ก้าวหน้าเข้ามาใช้

     การพัฒนาทรัพยากรบุคคล ไม่ควรเน้นแต่เพียงด้านเทคนิค หรือมุ่งพัฒนาเฉพาะบุคคล แต่จะต้องพิจารณาในแง่ของสังคมโดยส่วนรวมด้วย ไม่เป็นการเพียงพอที่จะพัฒนาทุกคนมุ่งเป็นเลิศทั้งในแง่ความรู้    ทัศนคติ และความชำนาญเฉพาะเรื่อง แต่ต้องพัฒนาบุคลากรเหล่านั้น ให้สามารถร่วมมือกันทำงานได้ เพื่อหน่วยงาน เพื่อสังคม ถือเป็นการพิจารณาความสัมพันธ์ของคนกับองค์การ หรือหน่วยงาน ดังนั้นการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ต้องมุ่งพัฒนาทีมงาน ความร่วมมือและสัมพันธภาพของฝ่ายจัดการกับพนักงานด้วย

     การเพิ่มผลผลิตทรัพยากรบุคคลที่ได้กล่าวมาแล้ว ซึ่งทำให้เราสามารถมองเห็นว่าบุคคลจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาเพื่อเทคโนโลยีการผลิตระดับใหม่ ๆ

     การพัฒนาบุคคลช่วยให้เขาเป็นพนักงานที่ดีขึ้น เป็นผู้บริหารที่ดีขึ้นเท่านั้นยังไม่เพียงพอ เราต้องให้ทุกคนได้เรียนรู้การทำงานกับเครื่องจักร เครื่องมือ และการทำงานภายใต้ระบบการบริหารสมัยใหม่ และท้ายที่สุดการเพิ่มผลผลิตก็ประสบความสำเร็จ เมื่อคนที่ได้รับการพัฒนาแล้ว สามารถผลิตสินค้าบริการด้วยคุณภาพที่ดีที่สุด และประหยัดต้นทุนที่สุด

     ดังนั้น การเพิ่มผลผลิตอย่างมีประสิทธิผล เราต้องพิจารณาหลาย ๆ ปัจจัย คือ ต้องพิจารณาความสัมพันธ์ของคน เครื่องจักร และระบบไปด้วยกัน นั่นก็คือ ภาพรวมของการเพิ่มผลผลิต

     ภาพรวมของการเพิ่มผลผลิต 

     การเพิ่มผลผลิตโดยรวมขององค์การมีปัจจัยสำคัญ 2 ประการ  คือ

     -  การเพิ่มผลผลิตทุน

     -  การเพิ่มผลผลิตกำลังคน

     การเพิ่มผลผลิตทุน (Capital Productivity) ทำได้ 2 ลักษณะ คือ

     -  เครื่องจักร (Hardware)

     -  เทคโนโลยี (Software)

     เครื่องจักรนั้นครอบคลุมถึงเครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ คอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ ขณะที่ Software หมายถึง การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์ และการผลิต รวมทั้ง application engineering

     การเพิ่มผลผลิตของกำลังคน หรือการเพิ่มผลผลิตทรัพยากรบุคคล มีปัจจัยอยู่ 6 ประการ ที่เป็นตัวกำหนดการเพิ่มผลผลิตกำลังคน คือ

1.  ทัศนคติในการทำงาน(Work attitude)

     ดังเช่นคำจำกัดความว่าการเพิ่มผลผลิตเป็นทัศนคติของจิตใจ ที่จะแสวงหาทางปรับปรุงอยู่เสมอ ทำอย่างไรจึงจะทำให้พนักงานทุกคนในหน่วยงาน มีทัศนคติเรื่องการปรับปรุง ซึ่งในญี่ปุ่นเรียกว่า “Kaizen-mind” คือ ทัศนคติที่ว่า การปฏิบัติงานต่าง ๆ มีหนทางที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้นอยู่เสมอ หากเราได้ใช้ความพยายาม (เวลา และเงิน) บ้างก็จะพบว่าการปรับปรุงเล็ก ๆ น้อย ๆ นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างมาก ถ้าหากทุกคนมี Kaizen mind และยึดถือว่าการปรับปรุงการเพิ่มผลผลิตเป็นเป้าสูงสุด ต่างก็จะแสวงหาวิธีการต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงงานของเขา เมื่อนั้นหน่วยงานก็จะเกิดประโยชน์อย่างมหาศาล

     ทัศนคติในการทำงานเกี่ยวพันกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ คือ

     วินัย   -  การตรงต่อเวลา การปฏิบัติตามกฎระเบียบ การปฏิบัติตามคู่มือการรักษาความสะอาดเรียบร้อยของสถานที่ทำงาน

     Team Work  -  ความตั้งใจที่จะร่วมมือกันระหว่างพนักงานและทำงานเป็นทีม

     การเสนอความคิดเพื่อหน่วยงาน  -  โดยผ่านการเสนอข้อคิดเห็นเพื่อปรับ ปรุงงาน (Suggestion) รวมทั้งความเต็มใจที่จะยอมรับงานเพิ่มหรือการทำงานนอกเวลา

2.  ระดับทักษะของแรงงาน (Level of Skill)

     เป็นที่ยอมรับกันในปัจจุบันว่าสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป เทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการทำงาน จึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาให้การศึกษาทั้งพื้นฐานและทักษะที่ยากขึ้น เพื่อให้คนงานพร้อมที่จะรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ เพื่อผลิตสินค้าบริการให้ดีขึ้น แม้ประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบัน ก็ยังต้องทำการพัฒนาทักษะของคนงานอยู่เสมอ และบางครั้งก็เป็นปัญหา เพราะการยกระดับทักษะของพนักงานของคนทำได้ยาก เป็นคนงานที่อายุมากต้องจ้างออกให้ทำเรื่อง lifetime employment ไม่ใช่เอกลักษณ์ของการบริหารงานแบบญี่ปุ่นอีกต่อไป

      ในสิงคโปร์ได้มีการลงทุนและวางแผนในระดับชาติ เพื่อยกระดับทักษะของคนงาน แม้ว่าจะเป็นการลงทุนน้อย เมื่อเทียบกับประเทศใหญ่ ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น หรือเกาหลี แต่ก็เป็นการเริ่มต้นในทางที่ถูกต้อง ทันกับสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนไป 

3.  สัมพันธภาพของพนักงานและฝ่ายจัดการ (Labor Management
     relations)

     สัมพันธภาพระหว่างพนักงานและฝ่ายจัดการ เป็นเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับการเพิ่มผลผลิต คือ แม้ว่าเรามีเครื่องจักรที่ดีทันสมัยที่สุด คนงานที่ถูกอบรมพัฒนามาอย่างดีเลิศ เขาก็ไม่สามารถทำงานได้ดี การเพิ่มผลผลิตสูงไม่ได้ถ้าสัมพันธภาพระหว่างเขากับฝ่ายจัดการไม่ดี ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเงื่อนไขเบื้องต้น เปรียบเทียบกับดินที่ดี ย่อมสามารถปลูกไม้ผลให้ได้ผลที่มีรสชาติ คือ การเพิ่มผลผลิตนั่นเอง

4.  การบริหารการเพิ่มผลผลิต (Productivity Management)

     การบริหารการเพิ่มผลผลิต  หมายถึง การดำเนินการปรับปรุงการเพิ่มผลผลิตด้วยการบริหารทรัพยากร และระบบงานอย่างมีประสิทธิภาพ

5.  ประสิทธิภาพของการวางแผนกำลังคน (Manpower Planning)

     คือ  การวางแผนกำลังคนจำนวนบุคลากร การใช้ประโยชน์จากบุคลากร การขยายงาน ฯลฯ หากมีการวางแผนเรื่องกำลังคนไว้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ การปรับปรุง การเพิ่มผลผลิตก็ง่าย

6.  Entrepreneurship

     ลักษณะของผู้ประกอบการ คือ การอยู่ในธุรกิจถูกต้องแล้ว การเสี่ยง การสร้างสรรค์ คิดค้นสิ่งใหม่ๆ  ในธุรกิจ

     ปัจจัยทั้ง 6 ประการที่กล่าวมานี้ จะส่งผลกระทบต่อการเพิ่มผลผลิตทรัพยากรบุคคลของหน่วยงาน    ดังนั้น  เราควรที่จะลงทุนปลูกฝังทัศนคติของการปรับปรุงการเพิ่มผลผลิต  และสร้างสรรค์คนของเราให้มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ เพื่อหวังผลความก้าวหน้าตลอดไป

 

ที่มา http://www.maxpro.co.th/

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 26 มิถุนายน 2559 22:55 แก้ไข: 26 มิถุนายน 2559 22:59 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา, Ico24 ดำขำ, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.232.129.123
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ