นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 713
ความเห็น: 0

สร้างการเปลี่ยนแปลงบนพื้นฐาน Challenge ขององค์กร

     การขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายที่กำหนด ก็คือ ความหมายที่แท้จริงของการบริหารเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงนั่นเอง เพราะมันคือ การแก้ไขปัญหาและขจัดอุปสรรคที่ขัดขวางการไปสู่เป้าหมายขององค์กร โดยการสร้างและส่งเสริมความรู้ (Knowledge) ความเข้าใจ (Understanding) ความเห็นพ้องต้องกัน (Consensus) ความสามารถ (Competency) รวมถึงการเชื่อมโยงและส่งผ่านระบบ (System) เครื่องมือ (Tool) และทรัพยากรต่างๆ (Resource) ภายในองค์กรเพื่อนำมาใช้สนับสนุนให้องค์กรและทีมงานเปลี่ยนแปลงจากจุดที่อยู่ในปัจจุบันให้ขับเคลื่อนไปสู่อนาคตตามที่คาดหวังไว้ในระยะเวลาที่กำหนด

     การบริหารเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงจึงต้องใช้ความเพียรพยายามและความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะการเปลี่ยนจากสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและเป็นผลพวงที่เกิดขึ้นมานานแล้วจากอดีต ให้เป็นสิ่งใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ไม่เคยทำมาก่อน ขัดกับความเชื่อ ความคิดหรือค่านิยมที่มีฝังรากลึกอยู่เดิมในองค์กร มีโอกาสที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้ง (Conflict) ภายในองค์กรค่อนข้างสูง เพราะโดยธรรมชาติแล้วมนุษย์เราเป็นคนที่มักต่อต้านการเปลี่ยนแปลงเป็นทุนเดิม เราชอบอยู่กับสิ่งที่คุ้นเคย เพราะทำให้เรามั่นใจว่าไม่มีความเสี่ยงเกิดขึ้น ท่านจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าเวลาที่ท่านอยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรในองค์กรนั้นมันช่างยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด แม้ว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยก็ตาม จะต้องมีคนจำนวนหนึ่งไม่เห็นด้วย และมักตั้งคำถามกับท่านอยู่เสมอว่าทำไมต้องเปลี่ยนแปลง ดังนั้นเมื่อใดก็ตามหากผู้นำองค์กรขาดความ สามารถในการบริหารจัดการเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีเพียงพอแล้ว ย่อมทำให้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมีความเสี่ยงสูงที่จะพบกับความล้มเหลวได้ง่าย ทิ้งไว้เพียงบาดแผลของความขัดแย้งเท่านั้น  ดังนั้น การบริหารเพื่อสร้างการเปลี่ยน แปลงองค์กร จึงประกอบด้วย 

     1. Challenge หรือ การกระตุ้นเพื่อสร้างความท้าทาย

         คือ การสร้างบรรยากาศในองค์กรให้พนักงานเริ่มรับรู้กระแสแห่งการเปลี่ยนแปลง เริ่มต้นจากผู้นำที่สามารถค่อยๆสร้างบรรยากาศแห่งความท้าทายในโอกาสต่าง ๆ เช่น การประชุมทีมงาน การประชุมประจำปี หยิบยกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนองค์กรให้สามารถบรรลุตามวิสัยทัศน์มาพูดคุยอยู่เสมอ เน้นย้ำไปเรื่อยๆ เปลี่ยนวิธีการไม่ให้น่าเบื่อ เคร่งเครียด หรือจำเจ หาข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ มาอัพเดตความคืบหน้าของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ จะดีมากหากเป็นข่าวสารความคืบหน้าของการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจขององค์กร เช่น เทคโนโลยีใหม่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมา ระบบการบริหารจัดการที่คู่แข่งเริ่มนำมาใช้ การเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมืองที่มีผลกระทบต่อองค์กร หัวใจสำคัญ คือ การทำให้พนักงานรู้สึกว่าทุกวันของการทำงานเกิดการเปลี่ยน แปลงอยู่เสมอ ต้องทำให้พนักงานรู้สึกตื่นตัวว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ล้วนแล้วแต่มีผลกระทบมาสู่องค์กรและตัวพนักงานไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เน้นย้ำจนเกิดคนจำนวนหนึ่งโดยเฉพาะที่เป็นกำลังหลัก (Key Person) ในการขับเคลื่อนองค์กรเริ่มตระหนัก เกิดแรงบันดาลใจและเห็นพ้องตรงกันว่า องค์กรของเราถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังสักที เมื่อใดก็ตามที่ผู้นำสามารถกระตุ้นบรรยา กาศให้กับกลุ่มคนที่เป็นกำลังหลักขององค์กรเกิดความเห็นพ้องต้องกันถึงความจำเป็นที่องค์กรต้องเปลี่ยนแปลง ก็ถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นที่น่าชื่นชม

     2. Champion หรือ การสร้างต้นแบบของการเปลี่ยนแปลง 

         คือ การที่องค์กรคัดสรรกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งที่มีคุณลักษณะ ความรู้ ความสามารถเหมาะสม มีทัศนคติที่ดีต่อองค์กร มีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มบุคคลระดับต่างๆในองค์กร และที่มีความสำคัญอย่างยิ่งคือ เป็นคนที่มีแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้า(Passion) ที่อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงขององค์กรประสบความสำเร็จ เข้ามาร่วมเป็นคณะทำงาน มีบทบาทหลัก คือ ร่วมกันพิจารณาหาแนวทางเหมาะสมที่สุดที่จะขับเคลื่อนองค์กรแห่งนี้ แปลว่าแนวทางและโครงการเพื่อสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไป ไม่ได้เกิดจากผู้บริหารองค์กรเป็นคนนั่งคิดนั่งเทียนเขียนขึ้นมาเอง แล้วก็บังคับให้พนักงานทำตามความคิดของตน แต่เป็นแนวทางที่เกิดขึ้นจากตัวแทนของพนักงานในองค์กรร่วมกันคิดสร้างสรรค์ขึ้นมา การดำเนินการเช่นนี้ ทำให้พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วม รู้สึกมีแรงบันดาลใจที่อยากจะเห็นแนวคิดที่ตนเองมีส่วนร่วมสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้นประสบความสำเร็จจริงในเชิงปฏิบัติ ทั้งนี้การนำกลุ่มคนที่มีความสามารถหลากหลายเข้ามาทำงานร่วมกันเป็นคณะทำงาน หากองค์กรไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งกันเองขึ้นมาจนเสียงานใหญ่ หัวใจที่สำคัญมากของกระบวนการนี้ คือ องค์กรต้องมีการหลอมรวมกลุ่ม Champion ให้เกิดพลังร่วม(Synergy) เกิดความเข้าใจในทิศทางการขับเคลื่อนองค์กรอย่างเป็นเอกภาพ รู้ความหมาย ความคาดหวัง กระบวนการและขั้นตอนที่แท้จริงของการบริหารการเปลี่ยนแปลง และส่งเสริมทักษะต่างๆที่เพียงพอในการเป็นกลุ่มบุคคลแรก(Pioneer)ที่จะขับเคลื่อนกระบวนการเปลี่ยนแปลง เช่น ทักษะการสื่อสารเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การแก้ไขปัญหาและความขัดแย้ง มีแนวคิด มุมมองรวมถึงทัศนคติที่เหมาะสมเมื่อต้องประสบกับสภาวการณ์ต่างๆในระหว่างการดำเนินงาน ในกระบวนการนี้พนักงานส่วนต่างๆขององค์กร จะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นจากกลุ่มคนเหล่านี้ เริ่มตั้งคำถามว่าทำอะไรกันอยู่ เริ่มสนใจสอบถามกันเองว่าแล้วอะไรกำลังจะเกิดขึ้น บางคนอาจเริ่มสนใจอยากเข้ามามีส่วนร่วม

 

ที่มา http://high.co.th/

 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 13 พฤศจิกายน 2559 22:29 แก้ไข: 13 พฤศจิกายน 2559 22:29 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 บิวตี้ และ Ico24 โอ๋-อโณ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.227.233.6
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ