นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

kanjana
Ico64
Miss kanjana urairad
นักวิชาการเงินและบัญชี
คณะทรัพยากรธรรมชาติ
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 2 · ผู้ติดตาม: 1

Page Visits: 1436
comment: 5

ดวงตาคือ...หน้าต่างของหัวใจ

ประสบการณ์ตรงที่เกิดขึ้นกับตัวเองและครอบครัว เมื่อ 3 ปีก่อน เมื่อคลอดลูกชายคนที่ 2 “น้องโฟกัส” เมื่อเดือนมกราคม 2556 ที่ผ่านมา พบภาวะผิดปกติกับสายตาของลูก ในความคิดของตัวเองในขณะนั้น ... คิดว่า ตาของลูกไม่ได้ผิดปกติอะไร เป็นปกติของทารกแรกเกิดที่ยังมีกล้ามเนื้อตาไม่แข็งแรง ทำให้ตาดำมองไม่ตรงเหมือนคนปกติทั่วไป เวลาผ่านไปเกือบ 3 เดือน สังเกตุเห็นความผิดปกติของตาลูกจริงๆ หลังจากนั้นก็เริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับเพื่อรักษาอาการผิดปกติดังกล่าว

เริ่มต้นจากการปรึกษาหมอที่คลินิคตา โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ในการตรวจเพื่อรักษาอาการผิดปกติเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากน้องยังเล็กมาก ไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการตรวจมากนัก อาการผิดปกตินั้นคือ ภาวะตาเข

ภาวะของน้องโฟกัสที่เจอ คือ ภาวะตาเข เป็นภาวะที่ตาทั้งสองไม่อยู่ในแนวตรงตามธรรมชาติ แทนที่จะเห็นตาดำทั้งสองข้างตรงขนานกัน กลับเห็นว่าตาดำข้างหนึ่งตรงดี แต่อีกข้างกลับหันเข้าด้านหัวตา หรือเรียกอีกอย่างนึงว่า ตาเขเข้าด้านใน ( esotropia )

อาการของภาวะตาเขเข้าด้านใน มักพบในเด็กทารกก่อนอายุ 6 เดือน อันที่จริงภาวะนี้ไม่ได้พบตั้งแต่แรกเกิด แต่มักจะพบได้ช่วงอายุ 2 - 4 เดือน การตรวจมักพบตาเขเด่นชัดเป็นมุมกว้างมากกว่า 30 ปริซึม ตาเขจะเกิดตลอดเวลา ( constant ) และอาจมีลักษณะที่เรียกว่า cross fixates คือใช้ตาขวามองภาพด้านซ้ายและใช้ตาซ้ายมองภาพด้านขวา

หลังจากนั้นคุณแม่ก็เปลี่ยนชื่อจาก “น้องโฟกัส” เป็น “น้องยูโร” น้องเริ่มสวมแว่นตั้งแต่อายุ 6 เดือน และต้องหาหมอตาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา ประมาณ 2 ปีกว่า นวัตกรรมทางการแพทย์ปัจจุบันมีการพัฒนาทางเทคโนโลยี คุณหมอจึงนัดผ่าตัดเพื่อดึงกล้ามเนื้อตาให้ตรงขึ้น ในวันที่ 7 มกราคม 2559 ก่อนวันผ่าตัด ความรู้สึกของแม่ มีทั้งความกลัว กังวล แต่ยังมีความหวังที่จะให้ลูกหายเป็นปกติ ทั้งนี้คุณหมอได้แจ้งก่อนผ่าตัดแล้วว่า การผ่าตัดครั้งนี้อาจจะไม่ได้ผล 100% เนื่องจากจะต้องดูผลจากการผ่าตัดและต้องสวมแว่นตาอย่างต่อเนื่องก่อน อาจจะมีการผ่าครั้งที่ 2.. 3.. ตามมาอีกในบางกรณี ถึงวันที่ลูกต้องผ่าตัดจริงๆ คุณแม่สามารถส่งลูกได้แค่ขั้นตอนคุณหมอวางยาสลบ จากนั้นคุณหมอก็เชิญคุณแม่ให้รอหน้าห้องผ่าตัด... 3 ชั่วโมงผ่านไป คุณแม่รับลูกที่ห้องพักฟื้น ตาลูกยังแดงกล่ำ น้ำตาไหลตลอดเวลา และเสียงเรียกที่ลูกเรียก มันดังสะท้อนอยู่ในหูตลอดเวลา หากเจ็บแทนได้แม่อยากเจ็บ ...

การผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี หลังจากผ่าตัดต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล 3 วันอาการของตาลูกเริ่มดีขึ้น คุณหมอจึงให้ลูกกลับบ้านได้และต้องสวมแว่นต่อเนื่องอีก เนื่องจากคุณหมอแจ้งว่า ไม่สามารถดึงให้ตาตรงได้ 100% เนื่องจากเด็กยังมีพัฒนาการอีก หากสวมแว่นอย่างต่อเนื่องอาจจะช่วยให้หายเป็นปกติ โดยไม่ต้องผ่าตัดรอบ 2 หรือ 3  การผ่าตัดในครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงนอกเหนือจากตาของน้องยูโรจะดีขึ้น 80% หากไม่สังเกตุก็จะมองไม่ออกว่าตาน้องยูโรผิดปกติ การเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ของน้องยูโรก็เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมเป็นเด็กที่ค่อนข้างอาย ไม่สบตาคน หลังจากการผ่าตัด น้องร่าเริง กล้าพูดกล้าแสดงออกมากขึ้น  ความรู้สึกนี้รับรู้ได้โดยคนรอบข้างที่คุ้นเคย ขอบคุณทุกกำลังแรงใจ...ที่มีให้น้องยูโรค่ะ ...

 

 


หมวดหมู่บันทึก: มุมละไม ของใครบางคน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 17 มิถุนายน 2559 18:53 แก้ไข: 21 มิถุนายน 2559 12:01 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
Flowers
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 JIBCy, Ico24 **ซูซี่**, และ 12 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

comment

น้องยูโรไปโรงเรียนแล้ว...เก่ง กล้าคุยมากขึ้นค่ะ ยิ้มหล่อด้วยค่ะ

น้องหล่อมากครับ ยิ้มหวานจริงๆเห็นแค่รอยยิ้มก็ไม่ต้องกลัวแล้วว่าตาจะอยู่ยังไงนะคะ แต่ตอนนี้ดูเป็นปกติมากๆเลยค่ะ

น้องยูโรน่ารักมากครับ

 

เพราะลูก คือ คนที่พ่อแม่รักและทำทุกอย่างให้ โดยไม่เคยคิดหวังผลตอบแทน

 

^^

 

"ใจสั่งมา"

ภาพ After ของน้องยูโร แป๋วมากค่ะ

Comment on this Post

Name:
Email:
IP Address: 3.80.223.123
Message:  
Load Editor
   
Cancel or