นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

kanjana
Ico64
Miss kanjana urairad
นักวิชาการเงินและบัญชี
คณะทรัพยากรธรรมชาติ
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 2 · ผู้ติดตาม: 1

อ่าน: 1167
ความเห็น: 3

จากความภูมิใจกลับกลายเป็นความกังวล!!!

ช่วงเวลาที่ลูกชายคนโต อายุ 6 ขวบ จบจากชั้นอนุบาล 3 เข้าสู่ชั้นประถมศึกษา คุณพ่อและคุณแม่พยายามทุกวิถีทางให้ลูกชายคนนี้สอบเข้าโรงเรียนที่คิดว่าดีที่สุดใน อ.หาดใหญ่


ให้ลูกอ่านหนังสือโดยคุณแม่เป็นคุณครูสอนติวให้เองทั้งๆ ที่ไม่มีแนวเลยว่าข้อสอบจะออกมาแนวไหน ส่งเรียนพิเศษเพื่อสอบเข้าเรียนต่อ... จนลูกสามารถสอบผ่านได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่     คุณพ่อคุณแม่ตั้งใจไว้


ความรู้สึกตอนนั้น คุณพ่อและคุณแม่ดีใจสุดๆ


  แต่ไม่ใช่แค่การสอบเข้าเท่านั้นที่พิสูจน์ว่าลูกจะสำเร็จ การเริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนใหม่ หลักสูตรใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ เพื่อนใหม่ ทุกอย่างใหม่หมด ยิ่งทำให้คุณแม่อย่างฉันกังวลมากกว่าการสอบเข้าเป็นไหนๆ


การเรียนของเด็กสมัยนี้ทำไมมันยากจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ การบ้าน ไม่เหมือนกับสมัยก่อนที่ตัวเองเรียนผ่านมา... สมัยก่อน ไม่มีการติว ไม่มีเรียนพิเศษ เราก็เรียนเอง ทำการบ้านเอง โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องมามีบทบาทเหมือนรุ่นลูกของตัวเอง


วันนี้ คุณแม่สามารถเข้าระบบเพื่อดูผลสอบเก็บคะแนนของลูกชายได้ ในใจเต้นรัว ไม่เป็นจังหวะ เพราะกลัว ไม่รู้ว่าผลสอบของลูกจะเป็นยังไงบ้าง?


ผลสอบออกมาก็ไม่ได้ทำให้คุณแม่ผิดหวังหรือสมหวังดั่งตั้งใจ ผลสอบออกมามีทั้งได้คะแนนเต็ม และสอบไม่ผ่านในบางรายวิชาที่ลูกอาจจะไม่เข้าใจหรือไม่พร้อมในการสอบ



ตอนนี้เริ่มเกิดคำถามกับตัวเองว่า “คุณแม่กังวลการเรียนของลูกมากเกินไปหรือเปล่า?”


จะเคี่ยวเข็ญกับเด็กแค่ 6 ขวบมากเกินไปมั้ย


ในสังคมที่เรียนโดยแข่งขันกันอย่างจริงจัง ตั้งแต่เด็ก จากการพูดคุยกับพี่ที่คณะฯ ที่มีลูกชายเรียนโรงเรียนเดียวกัน เพื่อทำให้ตัวเองสบายใจขึ้นและเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันว่าเรียนกันไปถึงไหน อย่างไร? และเพื่อนๆ ที่มีลูกในวัยเดียวกัน ทำให้ตัวเองรู้สึก “เราคิดมากไปนะ



เป็นเพราะเราเป็นคนคิดมาก หรือเราตั้งความหวังกับลูกไว้สูงเกินวัยที่ลูกจะสามารถทำตามที่ใจเราต้องการได้  ฉะนั้นเราต้องเป็นคนที่คอยให้กำลังใจ เป็นแรงเสริมให้ลูกก้าวผ่านการเรียน และการสอบอันหนักหน่วงนี้ไปให้ได้อย่างมีความสุข ดีกว่าการมานั่งกังวลถึงคะแนน และผลการสอบ



ขอแค่ลูกมีความสุขกับสิ่งที่ลูกเรียน ลูกเล่น ตามวัยที่เหมาะสม และเป็นคนดีในสังคม น่าจะเป็นเหตุผลที่เพียงพอที่คุณแม่ต้องการ


 

 


 


หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 06 กรกฎาคม 2559 18:01 แก้ไข: 06 กรกฎาคม 2559 18:04 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 JIBCy, Ico24 Monly, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ความเป็นแม่ย่อมกังวลกับลูกในทุกๆ เรื่องที่เข้ามา แต่ก็ต้องจัดหา และให้เขาเรียนรู้ด้วยตนเองบ้างนะค่ะ และให้กำลังใจ ให้เวลากับลูกเป็นสิ่งสำคัญค่ะ สู้ๆ ค่ะ คุณแม่สาว

Ico48
อโณ นีมัส [IP: 171.5.108.25]
08 กรกฎาคม 2559 16:14
#105287

 

โรงเรียน(ที่คุณก็รู้ว่าที่ไหน)นั้น มีครู "เกินกว่าครึ่ง"

ที่มีเจตนาทำให้การเรียนและการสอบ "ยากเกินปกติ"

 

ที่เห็นชัด ๆ คือการออกข้อสอบที่ไม่ค่อยสอนในห้อง

แต่กลับสอนครบถ้วนในชั่วโมงเรียนพิเศษ

 

หรือสอนครบถ้วนในห้อง แต่เป็นไปในลักษณะ รีบ และ ลวก

แต่กลับสอนละเอียดและทบทวนซ้ำในชั่วโมงเรียนพิเศษ

 

พฤติกรรมที่สะท้อนเจตนานั้นอย่างชัดเจนก็คือ

คำสั่งห้ามเผยแพร่ Sheet ที่เรียนในชั่วโมงเรียนพิเศษ

ให้กับนักเรียนที่ไม่ได้เข้าเรียนพิเศษ

 

ครูบางคนมีรายได้จากการสอนพิเศษเป็นหลักแสนต่อเดือน

ท่ามกลางความล้าเรียนของเด็ก และความเครียดของผู้ปกครอง

เป็นอย่างนี้มานานนับสิบปีแล้ว

 

มีการร้องเรียนจากผู้ปกครองทุกปี ปีละหลาย ๆ ครั้ง

แต่ทางผู้บริหารโรงเรียนก็ไม่ค่อยกล้าจัดการสักเท่าไร

 

...และมีแนวโน้มกว่าทั้งเด็กและผู้ปกครองจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ

 

 

 

Ico48
เพื่อนคุณแม่น้องเอ [IP: 223.206.154.3]
10 กรกฎาคม 2559 23:38
#105292

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ในชั่วโมงเรียนปกติของเด็กชั้นประถมห้องหนึ่ง

เด็กที่เรียนพิเศษถามคำถาม ได้รับคำอธิบายอย่างดี

เด็กที่ไม่ได้เรียนพิเศษถามคำถาม กลับถูกตวาดจนร้องไห้กลางห้องเรียน และกลับมาร้องไห้ต่อที่บ้านว่าไม่อยากไปโรงเรียนอีกแล้ว

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 184.73.14.222
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ